Homeคอลัมนิสต์ผู้ทรงคุณวุฒิพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ใหญ่เล็กไม่สำคัญ

ใหญ่เล็กไม่สำคัญ

พิมพ์

เมื่อถึงทางตันที่จะผลักดันให้การเจรจารอบล่าสุดที่เรียกว่า Doha Development Agenda ในกรอบการค้าโลก บางประเทศก็ได้นำเสนอความคิดว่า น่าจะมีการตกลงในประเด็นที่มีความเห็นตรงกันมากที่สุดก่อน เช่น "การอำนวยความสะดวกทางการค้า" และ "การเก็บภาษีการค้าผ่านระบบ E-Commerce" เป็นต้น 
 เพื่อเป็นการนำทางให้ไปสู่ความสำเร็จของทุกหัวข้อในอนาคต ข้อเสนอนี้เป็นการบอก "ยอมแพ้" โดยปริยาย นิยายเรื่องนี้ยาวมากและอาจจะจบไม่ลงเหมือนละครบางเรื่องที่คนแต่งตายก่อนจะแต่งเรื่องจบ เมื่อตลาดสหรัฐฯและยุโรปไม่สามารถเป็นที่พึ่งอีกต่อไปประเทศส่งออกใหญ่ที่สุดอย่างจีนก็หันกลับมาขยายตลาดภายในประเทศ ดังนั้นการลงทุนโครงการใหญ่ๆ  และมาตรการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนโดยรวมจึงเป็นจุดเน้นในการบริหารเศรษฐกิจตั้งแต่บัดนี้ นักการเมืองไทยก็เคยนำเสนอแนวคิดนี้แต่ยังไม่มีวิธีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากการขึ้นค่าจ้างแรงงานและเงินเดือนขั้นต่ำ ระบอบการปกครองที่ต่างกันเป็นผลให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างของประสิทธิภาพการบริหารเศรษฐกิจซึ่งเราคงจะต้องติดตามต่อไปว่าในระยะยาวแล้วระบอบใดจะเป็นผู้ชนะ
 กลุ่มประเทศในข้อตกลงเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่มีระดับการพัฒนาเศรษฐกิจที่แตกต่างกันมากมายตั้งแต่ระดับพัฒนาเช่นสิงคโปร์จนถึงด้อยพัฒนาอย่างพม่า กัมพูชา และลาว ซึ่งได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรจากกลุ่มประเทศยุโรปจะเป็นประโยชน์แก่การลงทุนของไทยอย่างแน่นอน การย้ายหรือเพิ่มฐานการผลิตจากไทยไปยังประเทศเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้วโดยไม่ต้องรอให้มีแรงกดดันจากการขึ้นค่าจ้างในเดือนเมษายนนี้ ท่านลองเดาต่อไปว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเรา หากระบอบการปกครองของประเทศเหล่านี้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เช่นเรื่องความโปร่งใสในการออกกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน การถ่ายทอดอำนาจอย่างราบรื่น? คำตอบก็ไม่ยากหากเพียงแต่เราทั้งหลายจะเข้าใจคำว่าแข่งขันให้ตรงกัน
 การแข่งขันทางเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องการทำลายล้างระหว่างประเทศหรือระหว่างคนกับทรัพยากรธรรมชาติอย่างที่เข้าใจกัน ซึ่งก็เหมือนกับมีการทำนายว่าจะมีการโค่นระบบทุนโดยชนชั้นกรรมกรนั่นเอง การปรับเปลี่ยนของระบบทุนในยุโรปเป็นผลให้ความแตกต่างของคนในสังคมลดลง แต่วิกฤติทางเศรษฐกิจก็ยังเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ซึ่งโดยสรุปแล้วเป็นการเกิดจากเหตุของการเก็งกำไรหรือบริโภคที่เกินขีดทั้งสิ้นหรือความโลภและตะกละเป็นสาเหตุหลัก การล่มสลายทางเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจึงยังแก้ไขให้กลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ ประเทศตะวันตกคงจะ " ตก" จริงๆ แล้ว เพราะปล่อยให้ตลาดเป็นตัวกำหนดระบบเศรษฐกิจจนจัดการไม่ได้ จึงมีการคาดกันว่ารัฐคงต้องเข้ามาจัดการระบบเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นผลให้กฎหมายและระเบียบทางการค้าต่างๆจะเรียงหน้ากันออกมา แต่กลับไม่มีใครพูดถึงการจัดการด้านอุปสงค์ให้เหมาะสมอย่างไร และที่น่าแปลกใจก็คือนโยบายของกลุ่มประเทศเหล่านี้ก็ยังต้องการเดินหน้าเปิดตลาดต่อไปซึ่งดูเหมือนว่าจะสวนทางกับวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้น ผมเห็นว่าปรากฏการณ์นี้เป็นกลยุทธ์ของฝ่ายตะวันตกที่จะเข้าครอบงำตลาดในวงกว้างอีกครั้งและครั้งนี้จะสร้างสิ่งท้าทายมากมายให้แก่ตนเองและประเทศคู่สัญญาเป็นอย่างยิ่ง
  หากต้องการเป็นผู้ชนะในเกมใหม่นี้ประเทศไทยก็ต้องเริ่มปรับระบบเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นตามแนวดังนี้ 1) ระบบการผลิตที่เพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดทรัพยากรไปพร้อมกัน การผลิตภายใต้ระบบเศรษฐกิจสีเขียวเป็นแค่เพียงทำเท่ากับคนอื่นเท่านั้น การแข่งขันให้ชนะได้ก็จะต้องผลิตให้เขียวเข้มกว่าคนอื่น การผลิตสินค้าให้ได้ตามนี้จะต้องดำเนินการทั้งห่วงโซ่ ซึ่งจะเกี่ยวพันกับระบบสนับสนุนอื่นๆด้วย เช่น การขนส่ง เป็นต้น  2) การบริโภคที่พอเพียงไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพเพื่อประหยัดค่ายาและหมอ ขอให้เข้าใจว่าการบริโภคเพิ่มเป็นการทำลายเศรษฐกิจและลดศักยภาพการแข่งขันของประเทศเหมือนสหรัฐฯ และบางประเทศในยุโรปที่ผ่านมา การแข่งขันจึงไม่ใช่แค่ผลิตเก่งเท่านั้นแต่ต้องบริโภคเก่งด้วย
 การสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่กำลังจะเกิดขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการล่มสลายของประเทศทั่วโลก ใครจะยอมให้เป็นไปตามยถากรรมก็เชิญตามสบาย แต่ผมมั่นใจว่าเราแก้ได้เนื่องจากผมมีความเชื่อและมั่นใจว่าในระบบใหม่นี้รูปร่างเล็กหรือใหญ่ไม่ใช่เรื่องสำคัญแต่ที่สำคัญคือใครเก่งกว่ากัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,729   8-11  เมษายน พ.ศ. 2555

 

Read : 2519 times

jL Poll Module1

ถ้าต้องเลือกอยากได้ภาษีใหม่ตัวไหนก่อน


 

Poll (2)

ดูความรุนแรงการระบาดอีโบลาแล้ว เชื่อว่าจะสกัดไม่ให้เข้าไทยได้ไหม
 

*