Home

โรงจำนำคึกคักรับเปิดเทอม

พิมพ์

นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า สถานธนานุบาล หรือโรงรับจำนำทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ สถานธนานุบาลเทศบาลนครเชียงใหม่ 1 (ท่าแพ)สถานธนานุบาลเทศบาลนครเชียงใหม่ 2 (ช้างเผือก)   และสถานธนานุบาลเทศบาลนครเชียงใหม่ 3 (ประตูเชียงใหม่)  ในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเปิดเทอมนี้ คาดว่าจะมีผู้ปกครองและประชาชนเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น บางแห่งมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเฉลี่ย 300-500 รายต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติที่มาใช้บริการ 100-200 รายต่อวัน โดยเทศบาลได้เตรียมเงินสำรองเพื่อให้บริการเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติเฉลี่ย 30 ล้านบาทต่อแห่ง เบื้องต้นคาดว่าแต่ละแห่งจะมีเงินหมุนเวียนเฉลี่ยกว่า 200 ล้านบาท
 ทั้งนี้ทรัพย์สินที่ประชาชนนำมาจำนำ ได้แก่  ทองคำ,  เพชร-พลอย, เครื่องเงิน, เครื่องประดับ ฯลฯ  คิดเป็นสัดส่วน 80-90% ส่วนที่เหลือเป็น  นาฬิกา,  เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น 
  "สถานการณ์ปีนี้ค่อนข้างคึกคักโดยเฉลี่ยมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการแห่งละประมาณกว่า 100 ราย แต่ว่าช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาเริ่มเข้ามาใช้บริการกันเยอะขึ้นเฉลี่ยกว่า 200 รายต่อวันต่อแห่ง เพิ่มขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้หากต้องการความชัดเจน จะต้องประเมินหลังเปิดเทอมไปแล้วจะชัดเจนกว่านี้ อีกทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น เมื่อถึงเวลาจำเป็นจริงๆก็อาจจะมีประชาชนมาใช้บริการมากขึ้นอย่างแน่นอน"
  ด้านนายประพาส รัตนศรี ผู้จัดการสถานธนานุบาล เทศบาลนครหาดใหญ่ (โรงรับจำนำหาดใหญ่) กล่าวว่า ช่วงเปิดเทอมนี้สถานธนานุบาลหาดใหญ่  เตรียมเงินสำรองสำหรับรับจำนำกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนในการรับจำนำกว่า 60 ล้านบาทต่อเดือน มีผู้ปกครองมาใช้บริการประมาณ 3,000-4,000 รายต่อเดือน  โดยทรัพย์สินที่นำมาจำนำ 80% เป็นทองคำ อีก 20% ใช้เครื่องไฟฟ้า เครื่องมือช่าง ตู้เย็น ทีวี  ทั้งนี้ประชาชนในหาดใหญ่ หากไม่ใช้บริการโรงจำนำ ก็จะเลือกใช้บริการร้านทอง ขณะที่นายเริงชัย วิริยะกุล ประธานชมรมร้านทองหาดใหญ่ กล่าวว่า ความนิยมเอาทองมาจำนำกับร้านทองลดน้อยลง  แต่ปัจจุบันนิยมกู้สินเชื่อจากบัตรเครดิตอิออนและเฟิร์สช้อยส์มากขึ้น โดยใช้บัตรอิออนและเฟิร์สช้อยส์ซื้อสินค้าและนำไปขายต่อเพื่อนำเงินสดไปจ่ายค่าเทอม          
 นายสุวรรณ  แสนใหม่  ผู้จัดการสถานธนานุบาล เทศบาลนครขอนแก่น1 กล่าวว่า สถานธนานุบาลได้เตรียมเงินทุนหมุนเวียน 253 ล้านบาท เพื่อให้บริการผู้ปกครองช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ และเตรียมเงินสำรองไว้ 40 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมาแต่ละวันมีผู้ใช้บริการนำสิ่งของมีค่าไปจำนำเฉลี่ยวันละ 4 - 5 ล้านบาท  โดยทรัพย์สินที่นำมาจำนำมีทั้งทอง  คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เครื่องใช้ไฟฟ้า  เครื่องมือช่าง  ครกหินอ่างศิลา  และผ้าไหม เป็นต้น
                  นายศักดิ์ชัย ติ้วตระกูล  ผู้จัดการสถานธนานุบาล ที่ 2   จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า  สำหรับประชาชนที่นำเอาทรัพย์สินมาจำนำส่วนมาก 95%  เป็นทองคำ ทองรูปพรรณ รองลงมาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือช่างต่างๆ  คอมพิวเตอร์มาจำนำ  แต่ละวันมีลูกค้ามาใช้บริการ 100-220 รายต่อวัน หรือประมาณวันละ 2 ล้านบาทเศษ  มากกว่าผู้ที่มาไถ่ถอน  เนื่องจากว่าชาวบ้านเตรียมเงินไปใช้จ่ายสำหรับลูก หลาน ที่กำลังจะเปิดเทอมปีการศึกษาใหม่ ปี 2555 โดยโรงจำนำเตรียมสำรองเงินหมุนเวียนจำนวน  70 ล้านบาท มาจากการขอกู้เงินจากธนาคารกรุงไทย 50 ล้านบาท และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการท้องถิ่น หรือ กบท. 20 ล้านบาท  
 นายชูโชติ โกยกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพังงา กล่าวว่า สถานธนานุบาลเมืองพังงา เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเทอมของผู้ปกครองนักเรียนนักศึกษาทั้งในเขตและนอกเขตเทศบาลเมืองพังงาโดยขอกู้เงินจาก ธ.ก.ส. ในวงเงินจำนวน 40 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนสำรองไว้ในช่วงใกล้เปิดเทอมนี้ด้วย        
        ขณะที่นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  กล่าวว่า ช่วงเปิดเทอมของปีนี้จะมีเงินสะพัด 4.69 หมื่นล้านบาท เพื่มขึ้นจากปีก่อน 5.4% โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรวม 6,939 บาทต่อคน เพิ่มขึ้น 42.38% เนื่องจากราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า ถุงเท้ารองเท้า หนังสือ กระเป๋า และเครื่องเขียน  โดยผู้ปกครองต้องจำนำทรัพย์สิน 25.7% กู้เงินในระบบ 24.5% กู้เงินนอกระบบ 21% ยืมญาติพี่น้อง  15% เป็นต้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,740  17-19  พฤษภาคม พ.ศ. 2555

 

Read : 3690 times

*