หนังสือพิมพ์ดิจิตอล
รับสมาชิกฉบับดิจิตอลออนไลน์ คลิ๊ก .. AIS Bookstore | Ookbee
Homeข่าวหน้า1คอลัมน์ : ข่าวหน้า1 ทส.ร่อนหนังสือสกัดซีพี-เบทาโกร

ทส.ร่อนหนังสือสกัดซีพี-เบทาโกร

พิมพ์

ร่อนหนังสือเตือน 2 บิ๊ก "ซีพี - เบทาโกร"  งดรับซื้อสินค้าเกษตร ให้เงินสนับสนุน ส่งเสริมทุกรูปแบบต่อเกษตรกร สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติฯ ชี้เป็นเหตุให้เกิดการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ทางอ้อม หลังพบพื้นที่ป่าไม้กว่า 3 หมื่นไร่ถูกเกษตรกรถางปลูกพืชไร่ ทั้งข้าวโพด  ยางพารา ฯลฯ  โดยมีลานรับซื้อและไซโลใหญ่ อยู่ที่นิคมฯลำพูน ด้านซีพี ชี้ออกหนังสือห้ามเอเยนต์และลูกไร่ เพาะปลูกพืชในพื้นที่ป่าตั้งแต่ปี 2551 ส่วนเบทาโกร แจงขอดูข้อเท็จจริงก่อน
 นายอนิวัตติ์  อร่ามมนทิราลัย   ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า  สำนักงาน ได้ทำหนังสือไปยังบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ได้แก่ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี   , บริษัท เจียไต๋ จำกัด ในเครือซีพี  , เครือบริษัท เบทาโกรฯ  รวมถึงพ่อค้าพืชไร่ที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับสินค้าเกษตรในพื้นที่ป่าไม้  ลำธาร ให้งดการสนับสนุนงานการเกษตรทุกชนิด อาทิ  งานการส่งเสริมการปลูกข้าวโพด  งดสนับสนุนเงินทุนในการทำการเกษตร  งดการสนับสนุนปลูกยางพาราในเขตป่าไม้  งดรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร งดการส่งเสริมพัฒนาทุกรูปแบบในเขตป่าไม้ เป็นต้น ทั้งในพื้นที่จังหวัดลำปาง และอีก 8 จังหวัด ในภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่  แม่ฮ่องสอน  ลำพูน  แพร่  พะเยา  น่าน เชียงราย และตาก
  ทั้งนี้จากการสำรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในเขตจังหวัดลำปาง  พบว่า พื้นที่ป่าสงวน เขตป่าอนุรักษ์ในอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า  และพื้นที่ป่าไม้อื่นๆ ถูกบุกรุกยึดครอง เพื่อขยายพื้นที่ทำการเกษตรโดยชาวบ้านที่พักอาศัยกว่า 3 หมื่นไร่ โดยพื้นที่ป่าไม้ส่วนใหญ่ถูกนำไปปลูกข้าวโพด  ยางพารา ฯลฯ เป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะถูกส่งขายต่อให้กับบริษัทขนาดใหญ่ และพ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อในพื้นที่
  "เพื่อเป็นการควบคุมปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ในเขตพื้นที่จังหวัดลำปาง  ที่ประชุมคณะอนุกรรมการการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าจังหวัดหรือ ศปป.จ. มีข้อเสนอไปยังบริษัทเอกชนรายใหญ่ของประเทศ  อาทิ เครือซีพี   บริษัทเบทาโกรฯ บริษัทเจียไต๋ฯ และพ่อค้าพืชไร่ ให้งดการสนับสนุนงานการเกษตรทุกชนิดในพื้นที่ป่าไม้ เพื่อลดปัญหาการบุกรุกทำลายป่าของเกษตรกรเพื่อใช้พื้นที่ทำเกษตรกรรมในจังหวัดลำปาง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ" 
   ที่ผ่านมามีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อใช้เป็นพื้นที่ทำเกษตรกรรมโดยเฉพาะพืชไร่ที่มีราคาสูง ส่งผลให้เกษตรกรเร่งขยายพื้นที่ทำกินเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงความต้องการของคนนอกพื้นที่ที่เข้ามากว้านซื้อที่ดิน ผ่านคนในพื้นที่ที่ เป็นนายหน้า ซึ่งต้องการจัดหาที่ดินตั้งแต่ 500-1,000 ไร่ ทั้งในพื้นที่มีเอกสารสิทธิและไม่มีเอกสารสิทธิจากชาวบ้านเพื่อนำไปเพาะปลูกพืชไร่และยางพารา
 อย่างไรก็ดี แม้บริษัทเอกชนรายใหญ่ เช่น เครือซีพี  เบทาโกร จะไม่มีลานรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรหรือบริษัทสาขาในจังหวัดลำปาง เพื่อรับซื้อสินค้าเกษตรจากเกษตรกรในพื้นที่  ซึ่งแต่ละฤดูกาลจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก แต่ทั้งเครือซีพี และเบทาโกร มีลานรับซื้อและไซโลขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมลำพูน จังหวัดลำพูน โดยรับซื้อสินค้าทางการเกษตร อาทิ ข้าวโพด มันสำปะหลัง ฯลฯ เพื่อนำไปใช้ผลิตเป็นอาหารสัตว์ ผ่านพ่อค้าคนกลางที่ตระเวนรับซื้อจากเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือที่ปลูกสินค้าการเกษตรดังกล่าว ทั้งจากจังหวัดลำปาง ลำพูน พะเยา น่าน เชียงใหม่และเชียงราย
  ทั้งนี้จากรายงานการรับซื้อสินค้าการเกษตรจากสำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง ระบุว่า  การรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนั้น ในปีนี้มีการเปิดรับซื้อผ่านลานรับเอกชนที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำขององค์การคลังสินค้าหรืออคส.  ในจังหวัดลำปางจำนวน 1 ราย และผ่านสหกรณ์การเกษตร 1 แห่ง  และเอกชนที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการรับจำนำอีกจำนวน  3 ราย ในราคาประกันโดยเฉพาะข้าวโพด และมันสำปะหลัง
  ขณะที่จังหวัดลำปาง ถือเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชสำคัญของภาคเหนือ  โดยมีการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจทั้งข้าว  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วลิสง ถั่วเหลือง มันสำปะหลังโรงงาน  อ้อยโรงงาน  สัปปะรด กระเทียม ลำไย ฯลฯ  โดยพืชหลักที่มีปริมาณผลผลิตและมีมูลค่าสูง ในปีการเพาะปลูก 2553/2554  3 อันดับแรก ได้แก่ ข้าวนาปี  มีผลผลิตรวม 285,511 ตัน มูลค่า 3,741.25 ล้านบาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีผลผลิตรวม 200,313 ตัน มูลค่า 1,582.48 ล้านบาท  และอ้อยโรงงาน มีผลผลิต 213,916 ตัน มูลค่า 154 ล้านบาท  นายอนิวัตติ์  กล่าวอีกว่า คปป.จ. ได้มอบหมายให้สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) และสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (สาขาลำปาง) ติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องและอาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507  ดำเนินการตามกฎหมายสูงสุดต่อผู้ที่บุกรุกในพื้นที่ป่า รวมทั้งผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือสนับสนุนการบุกรุกดังกล่าว และให้ทางอำเภอรายงานผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่องของแต่ละเดือน  ขึ้นบัญชีดำกลุ่มบริษัทเอกชนรายใหญ่เพื่อเสนอกำหนดโทษตามกฎหมายต่อไป โดยมีผลปฏิบัติตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา
   อย่างไรก็ตาม  คปป.จ.ได้กำหนดมาตรการในการควบคุมปัญหาการบุกรุกพื้นที่รวม 6 ข้อ ได้แก่ 1. ใช้มาตรการกฎหมายบังคับใช้อย่างเข้มงวดและจริงจัง โดยสนธิกำลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมกันปราบปรามอย่างเร่งด่วน   2.ใช้มาตรการชะลอ/งด การพัฒนาส่งเสริม การสนับสนุนกิจกรรมทุกประเภทกับหมู่บ้านในเขตป่าไม้อย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการส่งเสริมด้านการเกษตร
 3. ใช้มาตรการทางสังคม นำภาพการบุกรุกพื้นที่ป่า สู่สายตาประชาชนโดยเฉพาะชาวลำปางได้รับรู้ รับทราบ และเห็นถึงภัยพิบัติที่จะตามมาในอนาคต และดำเนินการแซงก์ชัน/บอยคอตต์/ประท้วง  ไม่รับซื้อสินค้าทางการเกษตรที่เกิดจากการบุกรุกทำลายป่า
  4.มาตรการขอหรือห้ามเอกชนโดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่อย่าง ซีพี  เบทาโกร  และเจียไต๋ ไม่สนับสนุนหรือส่งเสริมการทำเกษตรในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ  พื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร งดการสนับงานการเกษตรทุกประเภทในพื้นที่ป่าไม้พื้นที่ต้นน้ำ 5. มาตรการขอความร่วมมือไปยังองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่รับผิดตรวจสอบและรายงานผลการดำเนินงานติดตามการบุกรุกทำลายป่าไม้ดังกล่าวให้ทางจังหวัดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด
  และ 6.ขอให้หน่วยป้องกันรักษาป่า กรมป่าไม้ และหน่วยงานฯกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชในพื้นที่เข้าร่วมประชุมประจำเดือนของจังหวัด เพื่อประเมินสถานการณ์และปัญหาดังกล่าวเป็นวาระของจังหวัดเพื่อป้องกันและปรามอย่างทันท่วงที
 ด้านนายอรรพล อุไรไพรวัน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาดองค์กร เครือเบทาโกร กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับทราบข้อมูลเรื่องดังกล่าว จึงยังไม่มีรายละเอียดใดๆ ซึ่งเบื้องต้นต้องขอดูรายละเอียดและตรวจสอบข้อมูลที่แท้จริงก่อน
 ขณะที่แหล่งข่าวจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี กล่าวว่า  ซีพีไม่มีนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชในพื้นที่เขตป่าสงวน หรือป่าไม้ และได้ทำหนังสือแจ้งไปยังตัวแทนจำหน่าย (เอเยนต์) และเกษตรกรผู้ปลูกพืชไร่ (ลูกไร่) ตั้งแต่ปี 2551 เพื่อขอความร่วมมือไม่ให้ทำการเพาะปลูกในพืชที่ดังกล่าว รวมทั้งมีการสอดส่องตรวจสอบเป็นระยะๆ ด้วย 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,743  27-30  พฤษภาคม พ.ศ. 2555

 

Read : 3620 times

jL Poll Module1

ฝ่ามรสุมศก.ครึ่งปีหลัง อะไรน่าห่วงสุด



 

Poll (2)

คสช.เห็นชอบหลักการลงทุนรถไฟทางคู่2สายใหม่เชื่อมจีนขนคน+สินค้า แทนไฮสปีดเทรน ท่านมีความเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*