Homeลงทุน-อุตฯลงทุน-อุตสาหกรรม 'สหพัฒน์'ตั้งธงผุดรง.ในพม่า

'สหพัฒน์'ตั้งธงผุดรง.ในพม่า

พิมพ์

"สหพัฒน์" ดึงทุนพันธมิตรกว่าหมื่นล้านบาท ตั้งโรงงานในพม่า หลังนิคมอุตสาหกรรมสหพัฒน์คลอด คาดมีไม่ต่ำกว่า 10 รายตอบรับแล้ว    ตั้งธงต่อยอดรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้รวมปีประมาณ 2 แสนล้านบาท โดยให้ความสำคัญในการขยายตลาดและออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงเพิ่มธุรกิจใหม่ๆ อย่างบริการ  ติงผู้ลงทุนไปพม่าอย่าตื่นกระแส ต้องศึกษาข้อมูลให้ดี
        นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาธุรกิจไทย-พม่า และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าขณะนี้มีพันธมิตรร่วมทุนกับสหพัฒน์ทั้งไทยและต่างชาติที่ลงทุนอยู่ในประเทศไทย และกระจายอยู่ในสวนอุตสาหกรรมศรีราชา สวนอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี และสวนอุตสาหกรรมลำพูน ซึ่งทั้ง 3 แห่งเป็นเขตประกอบการของกลุ่มสหพัฒน์อยู่แล้ว สนใจจะเข้าไปขยายฐานการผลิตแห่งใหม่  ในพม่าด้วยกัน ส่วนใหญ่จะเป็นการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เสื้อผ้า เครื่องสำอาง  ในเบื้องต้นมีให้ความสนใจที่จะออกไปลงทุนร่วมกันแล้วมากกว่า 10 บริษัท
 ทั้งนี้แนวโน้มจะมีทุนเคลื่อนย้ายเข้าพม่ามากขึ้นเพื่อหนีปัญหา ต้นทุนด้านค่าแรงที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันตลาดจะกว้างมากขึ้น พร้อมทั้งจะได้รับสิทธิพิเศษเมื่อออกไปผลิตในประเทศที่กำลังพัฒนา  เช่น ถ้าตั้งฐานการผลิตในพม่า เมื่อส่งออกไปยังยุโรป อเมริกาก็จะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี เช่นสิทธิพิเศษที่ไม่ต้องเสียภาษีอากรขาเข้า  ดังนั้นเมื่อนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มสหพัฒน์ในพม่า สามารถดำเนินการได้  ก็จะทำให้การขยับทุนจากพันธมิตรกว่า 10 บริษัท เกิดเงินทุนเคลื่อนย้ายเข้าพม่ามากกว่า 1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากการลงทุนตั้งโรงงานผลิตถ้าเป็นโรงงานขนาดใหญ่ 1 แห่งจะต้องซื้อที่ดิน ซื้อเครื่องจักร ก่อสร้างโรงงาน ซึ่งจะต้องใช้เงินทุนไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาทขึ้นไป  และยังไม่รวมทุนใหม่ที่ยังไม่ได้เป็นพันธมิตรกับกลุ่มสหพัฒน์ที่จะตบเท้าเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานในนิคมอุสาหกรรมของกลุ่มสหพัฒน์ในพม่าอีกจำนวนมากที่จะตามมาทีหลัง
       อย่างไรก็ตาม การที่กลุ่มสหพัฒน์ ออกไปลงทุนในต่างประเทศ  บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้งฯ (SPI) จะเป็นผู้ออกไปลงทุน ล่าสุดการลงทุนในพม่าขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสำรวจลู่ทาง ในเบื้องต้นไปศึกษาความเป็นไปได้ที่ย่างกุ้งตั้งนิคมอุตสาหกรรมขนาดพื้นที่ไร่ 1,500 ไร่ แต่มองว่าย่างกุ้งเป็นจุดที่ราคาที่ดินแพงมาก จึงต้องสำรวจพื้นที่อื่นในพม่าด้วย  เพื่อนำมาเปรียบเทียบกันหลายแห่ง รวมถึงรอกฎหมายด้านการลงทุน การถือหุ้น กฎหมายการค้าขาย  และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินในการโอนเงินเข้า-ออก  โดยเฉพาะกฎหมายเรื่องการถือครองที่ดิน และสิทธิการเช่าที่ดินที่ชัดเจน เพราะปัจจุบันทุนต่างชาติไม่สามารถซื้อที่ดินได้ แต่ให้เช่าที่ดินอย่างเดียว   ส่วนเงินลงทุนในการพัฒนาเขตประกอบการครั้งนี้จะมาจากพันธมิตรร่วมทุน และจากบริษัทในเครือสหพัฒน์ รวมถึงการกู้เงินจากสถาบันการเงิน
      นายสันติ กล่าวอีกว่ากลุ่มสหพัฒน์มีความได้เปรียบตรงที่มีประสบการทางการค้ากับพม่ามานานกว่า 20 ปี แต่ส่วนใหญ่เป็นการค้าขายผ่านชายแดนไทย-พม่า ปัจจุบันมีนักธุรกิจชาวพม่าเป็นตัวแทนนำสินค้าของกลุ่มสหพัฒน์เข้าไปขายในพม่ามากขึ้น เมื่อตลาดตอบรับมากขึ้นก็จะมีการเข้าไปตั้งโรงงานผลิตบะหมี่สำเร็จรูปขายในพม่าเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อน ต่อมาก็มีโรงงานผลิตเครื่องสำอางขนาดเล็กตามมา
       ดังนั้นเมื่อพม่าเปิดประเทศมากขึ้นก็ต้องการเข้าไปต่อยอดทางธุรกิจโดยสนใจเข้าไปเปิดพื้นที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรมขึ้น ที่ขณะนี้ยังไม่มีทุนต่างชาติเข้าไปตั้งเขตประกอบการ มีเพียงนิคมอุตสาหกรรมขนาดเล็กจากทุนพม่าเท่านั้น  และในระหว่างที่ยังไม่มีการตั้งนิคมอุตสาหกรรม ก็จะมีบางบริษัทเข้าไปเช่าและซื้อโรงงานโดยร่วมกับนักธุรกิจชาวพม่าเพื่อผลิตสินค้าขายก่อนเป็นการชิมลางตลาดในพม่า หลังจากนั้นเมื่อกลุ่มสหพัฒน์มีการสร้างนิคมอุตสาหกรรมเสร็จ โรงงานเหล่านี้ก็จะเคลื่อนย้ายเข้าไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม 
       ปัจจุบันกลุ่มสหพัฒน์มีการลงทุนในต่างประเทศแล้วที่กัมพูชา จีน พม่า และบังกลาเทศและแนวโน้มจะมีการลงทุนนอกบ้านมากขึ้นเพื่อรับกับการเติบโตของตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) และอาเซียนบวก 3(ญี่ปุ่น,จีน,อินเดีย)  ที่จะเป็นการต่อยอดรายได้ของกลุ่มสหพัฒน์ที่ปัจจุบันมีรายได้รวมประมาณ 2 แสนล้านบาทต่อปี โดยตั้งธงว่าจะให้ความสำคัญในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ และออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงเพิ่มธุรกิจใหม่ๆ  โดยเฉพาะธุรกิจบริการทั้งในและนอกประเทศ
         ด้านนายศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)ในฐานะที่เข้าไปดูลู่ทางการลงทุนในพม่ามาอย่างต่อเนื่องกล่าวว่านักลงทุนที่จะเข้าไปลงทุนในพม่าอย่าเข้าไปเพราะตื่นกับกระแส ต้องถามตัวเองก่อนว่าพร้อมแค่ไหน และอย่าลืมว่าแรงงานเป็นส่วนสำคัญ และแรงงานพม่าในไทยอาจจะอยู่ในวินัยเป็นส่วนมากเพราะอยู่ต่างบ้าน แต่ถ้าทำงานอยู่ในประเทศตัวเองอาจจะไม่เหมือนกัน ขณะเดียวกันการจะเข้าไปพม่าจะต้องรู้เขารู้เราก่อน และเวลานี้ระบบโครงสร้างพื้นฐานในพม่าก็ยังไม่พร้อม จะลงทุนในอุตสาหกรรมอะไรจะต้องจำเป็นต้องส่งทีมงานไปสำรวจพื้นที่ลงทุนก่อนว่าสินค้าเป็นที่ต้องการในตลาดพม่ามากน้อยแค่ไหน  เวลานี้อุตสาหกรรมที่พม่าต้องการมากคือด้านบริการ เช่น ระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆและกิจการโรงแรม เป็นต้น  
    ปัจจุบันบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้งฯ(SPI) เป็นบริษัทโฮลดิ้งถือหุ้นอยู่ในบริษัทต่างๆรวมถึงการออกไปลงทุนในต่างประเทศด้วย โดยบริษัท สหพัฒนพิบูลฯ(SPC)จะเป็นผู้ขายสินค้าอุปโภคและบริโภค เช่น ผงซักฟอก  ยาสีฟัน  ขนมปัง เครื่องดื่มชูกำลัง บะหมี่ ส่วนบริษัทไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนลฯ(ICC) จะขายสินค้าในกลุ่มเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ส่วนบริษัท แพนเอเซียฟุตแวร์ จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่มแพนเอเซียจะดูแลกลุ่มธุรกิจรองเท้า นอกจากนี้กลุ่มสหพัฒน์ยังมีธุรกิจบริการ ด้าน อสังหาฯ นิคมอุตสาหกรรม และธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,762  5-8  สิงหาคม พ.ศ. 2555

 

Read : 4707 times

jL Poll Module1

สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) จำเป็นต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินหรือไม่


 

Poll (2)

การพูดของนายกฯเพื่อรายงานผลงานต่างๆ ท่านมีความเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*