TIFF 2015: ASEAN Smart Living งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ที่ล้ำสมัยที่สุดของอาเซียน และเวทีเจรจาการค้าเฟอร์นิเจอร์ระดับโลก

 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับ กลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย เชิญชวนดีไซเนอร์ ผู้ผลิต ผู้ส่งออกสินค้าเฟอร์นิเจอร์ สมัครเข้าร่วมแสดงผลงานในงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ 2558 ครั้งที่ 19 หรือ TIFF 2015 ณ อาคารเดอะชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ...อ่านต่อ
Homeการตลาดคอลัมน์ การตลาด Marketing เสริมสุขปูพรมโออิชิขวดแก้ว

เสริมสุขปูพรมโออิชิขวดแก้ว

พิมพ์

altไทยเบฟ เตรียมเข็นโออิชิขวดแก้วปูพรมเจาะร้านอาหาร โชวห่วยทั่วประเทศ  พร้อมมอบเสริมสุข ดูแล ชี้เป็นบทพิสูจน์ฝีมือ "เสริมสุข"  หลังประกาศอิสรภาพ จัดทัพและเปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่ 

ก่อนเปิดตัวสินค้าตัวแรกในพฤศจิกายนนี้  ขณะที่ตลาดเครื่องดื่ม 3.6 หมื่นล้านกว่า 60% เป็นแบบขวดแก้ว
 แหล่งข่าวในวงการเครื่องดื่ม เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า   บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ ไทยเบฟเตรียมเปิดตัวโออิชิ ในบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว หรือแบบคืนขวด (returnable) ออกวางจำหน่ายครั้งแรกทั่วประเทศในเร็วๆนี้  โดยมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ร้านอาหาร ร้านโชวห่วย และร้านค้าทั่วไป ซึ่งการพัฒนาโออิชิแบบขวดแก้วนี้ถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกค้า จากการที่พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยนิยมเลือกซื้อเครื่องดื่มในบรรจุภัณฑ์แบบขวดแก้ว  ตัวอย่างเช่นในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมซึ่งมีมูลค่ากว่า 3.6 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่กว่า 60% เป็นบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว
 ทั้งนี้โออิชิขวดแก้ว เป็นความร่วมมือระหว่างไทยเบฟ โออิชิ และเสริมสุข ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีความเชี่ยวชาญ และเสริมสุขจะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายโออิชิขวดแก้วให้ด้วย ถือเป็นการพิสูจน์ฝีมือของเสริมสุขว่าจะผลักดันให้โออิชิขวดแก้วประสบความสำเร็จในตลาดได้มากน้อยแค่ไหน เนื่องจากที่ผ่านมาเสริมสุขเป็นผู้สร้างตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมแบบคืนขวด และมีความแข็งแกร่งด้านช่องทางการกระจายสินค้าที่มีเครือข่ายกว่า 2 แสนร้านค้าทั้งร้านโชวห่วย  ร้านอาหาร และร้านค้าอื่นๆทั่วประเทศ 
 ขณะเดียวกันหลังหมดสัญญาธุรกิจระหว่างเสริมสุขและเป๊ปซี่ โค อิงค์ ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เสริมสุขเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ของบริษัทอีกหลายรายการ เพื่อเป็นการตอกย้ำนโยบายการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ไม่ใช่เฉพาะเครื่องดื่มเท่านั้น
 แหล่งข่าวกล่าวย้ำว่า ในช่วงที่ผ่านมาไม่ใช่เป็นช่วงสุญญากาศของเสริมสุข แต่เป็นช่วงผ่องถ่ายและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการแก้ไขจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้กับเสริมสุขเอง เพื่อที่จะเดินหน้าเต็มรูปแบบได้ทันทีหลังจากที่หมดสัญญากับเป๊ปซี่ โค อิงค์  ทั้งการเพิ่มบุคลากรในทุกระดับทั้งจากแวดวงเครื่องดื่มน้ำอัดลมด้วยกันเอง และในธุรกิจอื่น  การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงาน รวมถึงการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ด้วย
 ล่าสุดเสริมสุข ได้เปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่ขององค์กร ภายใต้แนวคิด "เสริมสุขเติมสุข ทุกโอกาส"  พร้อมกำหนดวิสัยทัศน์ ก้าวสู่การเป็น "ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพของประเทศไทย"  โดยนายฐิติวุฒิ์ บุลสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า  เสริมสุขมีความแข็งแกร่งและความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและจำหน่าย  สามารถเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีจากผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย การเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ขององค์กรครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท ที่มุ่งยกระดับองค์กรจากการเป็นบริษัทเครื่องดื่มครบวงจรสู่การเป็น "ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพของประเทศไทย"  เพื่อให้องค์กรแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน
 แนวคิดดังกล่าวพัฒนาจากหลักในการทำงาน 3S  ได้แก่ สมาร์ท (Smart) สไมล์ (Smile) และเซอร์วิส (Service)  คือ การเติมสุขด้วยการจัดส่งสินค้าที่มีคุณภาพ พร้อมบริการที่รวดเร็ว เพื่อครองใจลูกค้า นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายรูปแบบที่ตรงกับความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม
 รวมทั้งให้ความสำคัญกับกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคม และผู้ด้อยโอกาส โดยภาพลักษณ์ใหม่จะถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณชนผ่านทางสื่อต่างๆ ทั้งสื่อโทรทัศน์ กับภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ "เติมสุข ทุกโอกาส"   เคเบิลทีวี และเว็บไซต์ www.sermsukplc.com  ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคมเป็นต้นไป
 ปัจจุบันเสริมสุข มีโรงงานรวม 5 แห่ง ได้แก่ ปทุมธานี  , นครสวรรค์  , นครราชสีมา , สุราษฎร์ธานี และชลบุรี  ศูนย์กระจายสินค้า 50 แห่ง  รถลำเลียง  รถขาย สำนักงาน รวมพนักงานกว่า 8 พันคน
อย่างไรก็ดีหลังการสิ้นสุดสัญญาธุรกิจระหว่างเป๊ปซี่ โค อิงค์ และเสริมสุข มีกระแสข่าวว่าเป๊ปซี่ โค อิงค์เอง  มีแผนจับมือกับบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ในเครือบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ฯ  เพื่อดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มน้ำอัดลมต่อทันที เนื่องจากที่ผ่านมาเสริมสุข เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเป๊ปซี่แต่เพียงผู้เดียว  หลังหมดสัญญาเป๊ปซี่ โค อิงค์ จึงจำเป็นจะต้องหาพาร์ตเนอร์ใหม่เพื่อดูแลด้านการผลิตให้ แม้เป๊ปซี่ โค อิงค์จะทุ่มเงินกว่า 4  พันล้านบาท ซื้อโรงงานของซานมิเกล ที่จังหวัดระยอง แต่ก็รองรับการผลิตได้เฉพาะเครื่องดื่มน้ำอัดลมแบบขวดพลาสติกพีอีทีเท่านั้น  ขณะที่สิงห์เอง แม้จะชำนาญด้านการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เมื่อต้องจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลมก็ต้องปรับรูปแบบการกระจายสินค้าใหม่เพื่อให้เหมาะสมและขยายวงกว้างมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปให้ได้มากที่สุด การเจรจาเพื่อให้บรรลุข้อตกลงจึงยังไม่มีบทสรุป
 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,764  9-11  สิงหาคม พ.ศ. 2555

 

Read : 8652 times

jL Poll Module1

ท่านคิดว่าโปรเจ็กรัฐอันไหนกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีที่สุด



 

Poll (2)

ได้คูปองกสทช.มาแล้ว ท่านจะตัดสินใจใช้อย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*