หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home การตลาด คอลัมน์ : การตลาด Marketing โฮมช็อปปิ้ง5พันล.เดือด ขายตรง/มีเดียจ่อชิงพื้นที่

โฮมช็อปปิ้ง5พันล.เดือด ขายตรง/มีเดียจ่อชิงพื้นที่

พิมพ์

altโฮมช็อปปิ้งเดือด เจ้าตลาด "ทีวี ไดเร็ค"  เผย 2 ค่ายมีเดียยักษ์แดนปลาดิบจ่อลงทุนเพิ่ม หวังชิงเค้กมูลค่ากว่า 5 พันล้าน ขณะที่ธุรกิจขายตรงแห่ชิงพื้นที่หน้าจอแข่งผุดช่องรายการขายสินค้า "กิฟฟารีน"

  ชี้กระแสตอบรับดีเกินคาด หลังเปิด 3 เดือนดันยอดนักธุรกิจ-ลูกค้าพุ่ง  ยอดขายโตพรวด แถมลดต้นทุนผลิตแค็ตตาล็อกมหาศาล
 นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจขายสินค้าผ่านโทรทัศน์ ภายใต้ชื่อ "ทีวีไดเร็ค" เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการธุรกิจตลาดแบบตรงยักษ์ใหญ่ทั้งในและต่างประเทศหันมารุกผลิตช่องรายการเพื่อจำหน่ายสินค้าผ่านทางทีวีดาวเทียมมากขึ้น อาทิ ทรูซีเล็คท์ ซึ่งทรู วิชั่นส์ ได้ผนึกทีมโปรดักชันจากประเทศเกาหลี เพื่อเป็นโฮมช็อปปิ้ง ชาแนลใหม่, แกรมมี่ ร่วมกับบริษัท ซีเจ โอ ช็อปปิง จากเกาหลี ผลิตโฮมช็อปปิ้งเช่นกัน และยังมีสหกรุ๊ปโฮมชอปปิ้ง ทีวีมอลล์ โดยรวมขณะนี้มีประมาณ 9 บริษัทที่ใช้ช่องทางทีวีในการจำหน่ายสินค้า
  ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอีก 2 รายก็มีความสนใจจะเข้ามารุกการตลาดแบบตรงทางทีวีเพิ่ม แต่ยังอยู่ระหว่างพิจารณากฎระเบียบของภาครัฐว่าจะเอื้อต่อธุรกิจมากน้อยเพียงใด เนื่องจากการขายสินค้าผ่านทีวีนั้นมีกฎเกณฑ์มากกว่าธุรกิจค้าปลีก ทั้งการเซ็นเซอร์เนื้อหา และระบบโครงสร้างพื้นฐานด้วย
  "บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งในและต่างประเทศเริ่มมีการผนึกกำลังกันเพื่อรุกธุรกิจทีวีช็อปปิ้งในไทยมากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มูลค่าราว 5 พันล้านบาท และแนวโน้มตลาดแบบตรงในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ประมาณ 30-40% ขณะที่ทิศทางกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาก็ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง พฤติกรรมการซื้อสินค้าก็เปลี่ยนไปโดยจะลดการช็อปปิ้งผ่านช่องทางค้าปลีกหรือรีเทลลง ประกอบกับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของไทยที่มีการพัฒนาขึ้นทำให้การซื้อสินค้าในช่องทางใหม่ๆสะดวกมากขึ้น เห็นได้จากการจำหน่ายสินค้าผ่านออนไลน์ต่างๆมีจำนวนมาก" นายทรงพล กล่าวและว่า
  ทั้งนี้บริษัทปรับกลยุทธ์การทำตลาด ด้วยการหาสินค้าใหม่ๆ  20-30 รายการต่อเดือนเข้ามาทำตลาดจากที่มีอยู่ราว 1.5 พันรายการ และจะขยายเซ็กเมนต์ใหม่ในกลุ่มเสื้อผ้าเข้าทำตลาดเพิ่มเติมเพื่อจูงใจผู้บริโภค โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาการบริหารสต๊อกสินค้า และการสร้างแบรนด์ตนเองหรือสร้างแบรนด์ร่วม(โค-แบรนด์) ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในปีหน้า  รวมทั้งการสร้างฐานข้อมูลลูกค้า การเพิ่มมัลติแชนเนลในการจำหน่ายสินค้า และการขยายมีเดียมากขึ้น
  สอดคล้องกับธุรกิจขายตรงที่เข้ามารุกหนักเปิดสถานีทีวีดาวเทียมเพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ และช่วยแนะนำ ตลอดจนอธิบายวิธีการใช้สินค้าให้กับผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง และยังช่วยลดต้นทุนในการผลิตแค็ตตาล็อกด้วยซึ่งแต่ละปีมีมูลค่าสูงถึงหลักร้อยล้านบาท แต่โปรดักชันของทีวีดาวเทียมจะอยู่ราว 4 ล้านบาทต่อเดือนเท่านั้น และอาจส่งผลให้แนวโน้มทีวีดาวเทียมในอนาคตจะมีช่องเพิ่มขึ้นถึง 300 ช่อง จากปัจจุบันมีอยู่ราว 270 ช่อง
  ล่าสุดพ.ญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรง ภายใต้ชื่อ "กิฟฟารีน"  กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจขายตรงขนาดกลางมีโอกาสที่จะเข้ามารุกลงทุนช่องรายการจำหน่ายสินค้าผ่านทางทีวีดาวเทียมมากขึ้น หลังจากมีผู้ประกอบการขายตรง 3-4 บริษัทเข้ามาลงทุน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับนักธุรกิจ และผู้บริโภคให้สามารถทราบข้อมูลเกี่ยวกับตัวสินค้าของแต่ละบริษัท และกระบวนการแนะนำ สาธิตวิธีการใช้สินค้าใหม่ๆ ในส่วนของบริษัทเองหลังจากลงทุนประมาณ 50 ล้านบาท เปิดสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลให้การทำงานของนักธุรกิจหรือตัวแทนจำหน่ายทำงานได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
  นอกจากนี้ ทีวีดาวเทียมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดอบรมสัมมนาทางธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ต่างจังหวัด ซึ่งมีข้อจำกัดการเดินทางที่ไกลและไม่สามารถเดินทางเข้ามาอบรมที่สำนักงานใหญ่หรือในพื้นที่กรุงเทพฯได้ ก็สามารถรับชมการอบรมผ่านทีวีดาวเทียมของกิฟฟารีนได้
                อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องการให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)เข้ามาดูแลการขายตรงผ่านทีวีมากขึ้น เนื่องจากบางรายมีการโฆษณาชวนเชื่อสินค้าเกินจริง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ธุรกิจขายตรงโดยรวม
  "โปรดักชันของการทำทีวีดาวเทียมต้นทุนค่อนข้างสูงประมาณ 4 ล้านบาทต่อเดือน แต่ก็ช่วยให้ธุรกิจขยายตัวได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการจัดอบรมสัมมนาให้กับนักธุรกิจซึ่งเดิมจะต้องเดินทางเข้ามาอบรมที่ฟังข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กรุงเทพฯเท่านั้น แต่หลายคนไม่สามารถ ปัจจุบันก็สามารถดูรายการของช่องกิฟฟารีนที่มีคอนเทนต์เกี่ยวกับการสินค้า การสาธิตวิธีการใช้ต่างๆซึ่งทำให้ธุรกิจเอฟเฟกทีฟ หรือมีประสิทธิผลมากขึ้น ทั้งจำนวนนักธุรกิจและลูกค้าแต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นจำนวนเท่าใด"
  ปัจจุบันกิฟฟารีน มีสมาชิกราว 6.2 ล้านรหัส  เป็นนักธุรกิจ 3-5 แสนรหัส โดยในช่วงครึ่งปีแรกมีการเติบโตประมาณ  7%  ซึ่งทั้งปีคาดการณ์ว่าจะมียอดขายราว 5.8-6 พันล้านบาท เติบโตประมาณ 7-10% โดยในวันที่ 18 สิงหาคมนี้ บริษัทจะเปิดทำการศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีน ลาว ซึ่งเป็นการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศภายใต้การดำเนินการของบริษัทเอง 100% เป็นครั้งแรก จากปัจจุบันที่มีสาขาทั้งในกัมพูชา มาเลเซีย และพม่า ซึ่งเป็นการขายไลเซนส์ให้กับนักธุรกิจท้องถิ่น
นายเจอร์รี่ อีเดล  กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด  บริษัท ซาโลร่า (ประเทศไทย)  จำกัด กล่าวว่าบริษัทมีแผนเปิดตัวรายการโทรทัศน์และทีวีออนไลน์ โดยเน้นคอนเซ็ปต์การให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ให้กับคนไทยเพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่ม Mass มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเตรียมเปิดตัวกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ในเร็วๆ นี้อีกด้วย 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,767  19-22  สิงหาคม พ.ศ. 2555

 

Read : 3041 times

jL Poll Module1

เงินจ่ายคืนภาษีรถคันแรกปีนี้ไม่พอ คลังขอใช้งบกลาง/เงินคงคลังหมื่นล.ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

ห่วงศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีนายกฯ จุดชนวนรุนแรง ท่านเชื่ออย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*
เตาแก๊ส ขายเตาแก๊ส หวย เตาอบ ตู้กดน้ำ