Homeฐ.Bloggerวิชัย สุวรรณบรรณ ยักษ์ธุรกิจ AEC :'แบงก์ยูโอบี'

ยักษ์ธุรกิจ AEC :'แบงก์ยูโอบี'

พิมพ์

altธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ แบงก์ (ยูโอบี) เป็นแบงก์สัญชาติสิงคโปร์ที่มีสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับ3 ในอาเซียนและอยู่อันดับ 403 ในตารางฟอร์บส์ 2000 ในปี 2555 นี้

มีมูลค่าตลาดที่ตลาดหุ้นสิงคโปร์ 23,200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 719,200 ล้านบาท)
 ยูโอบีเป็นธนาคารจากสิงคโปร์ที่รุกเข้ามาในแวดวงธนาคารพาณิชย์ไทยหลังวิกฤติต้มยำกุ้ง ก่อนใครเพื่อน เข้าซื้อกิจการธนาคารรัตนสิน (โมเดลกู๊ดแบงก์) ในปี 2542 และในปี 2548 ซื้อธนาคารเอเชียจากธนาคารเอบีเอ็นแอมโร ของฮอลแลนด์ และนำมาควบรวมกัน ทำให้กลายเป็นธนาคารพาณิชย์ไทยอันดับ 9 ในตอนนั้น มีเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ
 ปัจจุบันธนาคารยูโอบีเป็นอันดับ 2 ในสิงคโปร์และมี 500 สำนักงานใน 19 ประเทศทั่วโลก พนักงานกว่า 20,000 คน สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ ยูโอบีพลาซ่า ซึ่งมีอาคารหลังหนึ่งสูง 67 ชั้น ติดอันดับ 1ใน 3 ของอาคารสูงสุดในประเทศสิงคโปร์
alt ธนาคารยูโอบี ก่อตั้งขึ้นในปี 2478 ในชื่อว่า ยูไนเต็ดไชนีสแบงก์ โดยกลุ่มนักธุรกิจเชื้อสายจีนโดยมีนายวี เคียง เช็ง นั่งเป็นกรรมการผู้จัดการ บิดาของนายเช็งเป็นนักธุรกิจที่อพยพมาจากเกาะซาราวัก และประสบความสำเร็จในการสร้างอาณาจักรธุรกิจทั้งที่มาเลเซียและสิงคโปร์ จึงได้ตั้งธนาคารสำหรับพ่อค้าชาวจีนขึ้นที่สิงคโปร์และให้ลูกชายดูแล หลังจากที่สิงคโปร์ได้รับอิสรภาพในปี 2508 ชื่อของธนาคารเปลี่ยนไปเป็น ยูไนเต็ดโอเวอร์ซีส์แบงก์
 ยูโอบี เป็นธนาคารเล็ก ๆ สำหรับหมู่พ่อค้าคนจีนจนกระทั่งเข้าสู่ทศวรรษ 1970 รัฐบาลสิงคโปร์ ภายใต้การนำของนายลี กวน ยู วางยุทธศาสตร์ให้ประเทศลอดช่อง เป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค นายเช็ง และลูกชายคือนายวี โชว เยา อ่านทางรัฐบาลของนายลี กวน ยู ได้ขาด จึงตกลงกันว่า จะต้องนำธนาคารเข้าสู่ยุคใหม่คือการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และขยายตัวให้เร็วที่สุดเพื่อให้สอดคล้องกับเส้นทางที่รัฐบาลจะนำประเทศไป
 ธนาคารยูโอบีขยายตัวด้วยการเข้าซื้อกิจการ เริ่มด้วยการซื้อธนาคารชุนเกียแบงก์ (Chung Khiaw Bank) ในปี 2514 ซึ่งทำให้ยูโอบีได้ครอบครองกิจการบริษัท โฮ้วปะฯ  ผู้ผลิตยาหม่องตราเสือที่โด่งดังด้วย หลังจากนั้น 2 ปี ยูโอบีก็ซื้อกิจการธนาคารลีหว่าแบงก์ (Lee Wah Bank)
 ในปี 2517 นายวี เคียง เซ็ง มอบตำแหน่งผู้นำธนาคารและครอบครัวให้กับ นายวี โชว เยา ลูกชายที่เกิดที่ไต้หวัน
 นายวี โชว เยา ขยายเครือข่ายของยูโอบีออกไปสู่ต่างประเทศสร้างเครือข่ายทั้งที่ฮ่องกง โตเกียว นิวยอร์ก และลอสแองเจลีส พอถึงต้นทศวรรษ 1980 ธนาคารยูโอบีก็ประกาศตัวว่า เป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ มีสินทรัพย์เกือบหมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2526
วี เคียง เช็งวี เคียง เช็ง แม้ยูโอบี ได้เป็นธนาคารใหญ่สมตามเป้าหมายที่นายวี โชว เยา ร่วมกับบิดาตั้งเป้าไว้แล้ว แต่ผู้นำคนที่สองธนาคารก็ต้องใช้ยุทธศาสตร์ขยายตัวด้วยการซื้อกิจการอย่างต่อเนื่องไม่หยุดตามแรงกดดันของรัฐบาล ในปี 2527 ยูโอบีซื้อกิจการธนาคารฟาร์อีสเทิร์นแบงก์ และหลังจากนั้นอีก 3 ปีก็ซื้อกิจการธนาคารอินดัสเตรียล แอนด์ คอมเมอร์เชียล แบงก์
 หลังเกิดวิกฤติการเงินต้มยำกุ้ง ปี 2540 รัฐบาลสิงคโปร์ ยิ่งกดดันให้แบงก์ใหญ่ของประเทศ 5แบงก์จับคู่รวมตัวกันเอง รัฐบาลจับแบงก์ใหญ่ของรัฐรวมกันเองจนเป็นธนาคารใหญ่ที่สุดของประเทศสร้างแรงกดดันให้กับยูโอบี ที่ยังอยู่ในมือของครอบครัววีเป็นอย่างมาก
 ในปี 2542 ยูโอบี สบโอกาสจากวิกฤติการเงินที่เริ่มจากประเทศไทย เข้าซื้อธนาคารเวสต์มอนท์ในฟิลิปปินส์และธนาคารรัตนสินในประเทศไทย แต่ต้องรีบกลับไปสู้ศึกในประเทศเพราะธนาคารดีบีเอสของรัฐบาลสิงคโปร์ที่ใหญ่อยู่แล้ว ยื่นข้อเสนอซื้อกิจการธนาคารโอเวอร์ซีส์ยูเนี่ยน และธนาคารโอซีบีซี ซึ่งเป็นแบงก์ยักษ์อีกรายหนึ่งของสิงคโปร์เสนอตัวเข้าซื้อกิจการธนาคารเคพเพลแทตลี ถ้าหากยูโอบี ไม่ขยับตัวก็จะเสียเปรียบตกขบวนทันที
 นายวี โชว เยา ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ในตอนนั้นว่า เขานอนไม่หลับหลายวัน เพราะตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำอย่างไรแต่ในที่สุดก็ตัดสินใจสู้กับดีบีเอส โดยต้องซื้อโอเวอร์ซียูเนี่ยนให้ได้และเขาก็ทำสำเร็จโดยการไปเข้าพบผู้เฒ่าจอร์จ เหลียง ยิ่ง เชา ผู้ก่อตั้งและเจ้าของแบงก์โอเวอร์ซียูเนี่ยนเพื่อเสนอควบกิจการไม่ใช่ "ซื้อกิจการ"
 ในปี 2545 ยูโอบีและโอเวอร์ซียูเนี่ยน ก็เริ่มกระบวนการควบรวมกิจการ และเมื่อรัฐบาลสิงคโปร์เปิดเสรีภาคการเงิน ยูโอบีก็พร้อมแข่งขันและขยายวิสัยทัศน์ขึ้นเป็นผู้นำในภูมิภาคประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
  ในวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา นายวี โชว เยา ผู้ที่ฟอร์บส์เอเชีย ประกาศให้เป็นคนที่รวยที่สุดในสิงคโปร์ด้วยทรัพย์สินส่วนตัวของเขาคนเดียว 4,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (130,000 ล้านบาท) ประกาศจะรีไทร์ตัวเองจากตำแหน่งประธานธนาคารในปี 2556 โดยผู้ที่มาดำรงตำแหน่งแทนเป็นอดีตผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ แต่คนที่เป็นซีอีโอ ก็คือนายวี อี เชียง ลูกชายของเขาเอง
 นี่คือธนาคารยูโอบี หนึ่งในยักษ์ธุรกิจแห่งเออีซี ในมือผู้นำรุ่นใหม่ ที่ต้องติดตาม ห้ามกะพริบตา 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,772 6-8  กันยายน พ.ศ. 2555

 

Read : 9089 times

jL Poll Module1

ปีใหม่ 2558 นี้ท่านเห็นว่าอะไรเป็นปัจจัยบวกมากที่สุด


 

Poll (2)

ลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องเลื่อนการประกาศใช้ออกไปอีก 3 เดือน ท่านเลือกแนวทางไหน
 

*