หนังสือพิมพ์ดิจิตอล
รับสมาชิกฉบับดิจิตอลออนไลน์ คลิ๊ก .. AIS Bookstore | Ookbee

รถไฟฟ้าช่วยหนุนการลงทุนอสังหา - รถไฟฟ้าวงแหวน เส้นทางแห่งอนาคต

การพัฒนารถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเส้นทางต่างๆ มีความชัดเจน การขยายตัวของการลงทุนในพื้นที่ตามแนวเส้นทางการพัฒนาด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดมาก เพราะทันทีมีการลงมือตอกเสาเข็มหรือปักตอม่อการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า จะเห็นกิจกรรมการเปิดขายโครงการคอนโดฯในพื้นที่รอบๆสถานีตามแนวเส้นทางที่กำลังก่อสร้าง อ่านต่อ
Homeข่าวหน้า1คอลัมน์ : Big Stories สร้างเมืองใหม่รับรถไฟฟ้า การเคหะฯ-ดีเวลอปเปอร์โดดรับหวังอานิสงส์มูลค่าโครงการเพิ่ม

สร้างเมืองใหม่รับรถไฟฟ้า การเคหะฯ-ดีเวลอปเปอร์โดดรับหวังอานิสงส์มูลค่าโครงการเพิ่ม

พิมพ์

รฟม.เร่งเอ็มโอยูร่วมการเคหะ รุกขยายชุมชน เมืองรอบสถานีรถไฟฟ้าเส้นทางสายใหม่ครอบคลุม 4 มุมเมือง ประเดิมสายสีส้มเชื่อมมีนบุรี สายสีเขียวเชื่อมลำลูกกา สายสีม่วงเชื่อมพระประแดง-ราษฎร์บูรณะ สายสีชมพูเชื่อมรามอินทรา-มีนบุรี และสายสีเหลืองเชื่อมลาดพร้าว-สำโรง-สมุทรปราการ เตรียมหารือแนวทางพัฒนาร่วมกับบิ๊กอสังหาฯ ด้านอนุกรรมการฯการเคหะหนุนเต็มที่   นักพัฒนาที่ดินหวังอานิสงส์ ที่ดินพุ่ง มูลค่าโครงการเพิ่ม
นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากแผนงานการลงทุนเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ ภายใต้การดำเนินงานของ รฟม. ซึ่งสอดคล้องกับผังเมืองใหม่ของกรุงเทพมหานคร ที่ต้องการขยายชุมชนเพิ่มเพื่อลดความแออัดในเมืองชั้นใน ดังนั้น รฟม.มีแนวคิดขยายเมืองโดยรอบพื้นที่สถานีรถไฟฟ้าในเส้นทางต่างๆ เพื่อเพิ่มปริมาณผู้โดยสาร โดยการเชื่อมโยงด้วยระบบรางให้ครอบคลุม 4 มุมเมืองมากขึ้น
+++ลุยระบบรางคู่พัฒนาที่ดิน
    ทั้งนี้การขยายชุมชนใหม่จะเน้นไปตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ ที่ยังไม่ได้มีการก่อสร้าง ด้วยการเปิดโอกาสให้ภาครัฐ-เอกชนที่สนใจเข้ามาร่วมพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนด้านที่ดิน การสร้างทางเชื่อมเข้าสู่อาคาร สำนักงานด้วยสกายวอล์กหรือแนวทางอื่น ๆ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อรฟม.และภาคเอกชน"
    สำหรับเส้นทางที่มีนโยบายผลักดันให้มีการพัฒนาชุมชนเมืองรอบสถานี ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีส้ม(ช่วงมีนบุรี-จรัญสนิทวงศ์) สายสีเขียว(ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-ลำลูกกา) สายสีชมพู(ช่วงแคราย-มีนบุรี) สายสีเหลือง(ช่วงลาดพร้าว-สำโรง-สมุทรปราการ) สายสีม่วง(ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) โดยเส้นทางเหล่านี้สามารถที่จะนำมาปรับปรุงรายละเอียดให้สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาชุมชนเมืองให้เกิดขึ้นรอบๆ แต่ละสถานีได้
    อย่างไรก็ดี จะต้องให้ผู้เกี่ยวข้องไปศึกษารายละเอียดเพื่อเร่งดำเนินการโดยต้องการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนโดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์เข้ามาร่วมกันพัฒนา เพราะแนวคิดที่ต้องการจริงๆนั้นอยากให้เอกชนสนับสนุนที่ดินสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าเข้าไปบริการในพื้นที่นั้นๆมากกว่า เช่น ในต่างประเทศโดยไม่จำเป็นต้องสร้างไปตามถนนสายต่างๆ เท่านั้นซึ่งผลพลอยได้จะเป็นการเพิ่มมูลค่าที่ดินนอกเหนือจากเพิ่มปริมาณผู้โดยสารและสร้างรายได้จากค่าโดยสาร อีกทั้งผลที่ได้รับจากค่าโฆษณายังกลับคืนสู่ รฟม.ได้อีกทางหนึ่งด้วย
     สำหรับจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้า รฟม.ในปัจจุบันเฉลี่ยปริมาณผู้โดยสาร 2.2 แสนเที่ยวคนต่อวัน จากปีแรกๆที่เปิดบริการมีผู้โดยสารประมาณ 9 หมื่นเที่ยวคนต่อวัน
++รฟม.เร่งMOUการเคหะฯรุกขยายเมือง
    รศ.ดร.เอกชัย สุมาลี อนุกรรมการนวัตกรรมฯการเคหะแห่งชาติ และในฐานะ คณะกรรมการวิเคราะห์โครงข่ายขนส่ง สหรัฐอเมริกา และยังดำรงตำแหน่งรองศาตราจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม The Hong Kong Polytecnic Univercity กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งเซ็นเอ็มโอยูระหว่างรฟม.กับการเคหะแห่งชาติที่จะให้มีการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ประชาชนในที่ดินของการเคหะฯพร้อมกับให้มีการเชื่อมโยงด้วยระบบรถไฟฟ้าเข้าไปในพื้นที่หรือสถานที่ใกล้เคียงเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางของชุมชนเมืองในแต่ละทำเล
    ทั้งนี้หากอ้างอิงตามผลการศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)จะเห็นว่ารฟม.ควรเร่งบริหารการใช้ประโยชน์จากการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรให้เต็มที่เพราะช่วงที่ผ่านมาจะเน้นไปที่ด้านวิศวกรรมมากเกินไป อีกทั้งการใช้ประโยชน์ในปัจจุบันเป็นแบบใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่มากกว่าพัฒนาศักยภาพเพื่อการเติบโตทางธุรกิจ ดังนั้นหากจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องก็ต้องดำเนินการ
    สำหรับจุดสถานีที่สำคัญในเส้นทางต่างๆ มีดังนี้เช่น  บางซื่อ-หัวลำโพง,บางซื่อ-ท่าพระ,หัวลำโพง-บางแค,บางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ,บางแค-พุทธมณฑลสาย4,บางใหญ่-บางซื่อ,ตลิ่งชัน-มีนบุรี,แคราย-มีนบุรีและลาดพร้าวสำโรงยังมีแนวโน้มการเติบโตของเมืองได้อีกมาก เพียงแต่ต้องวิเคราะห์การลงทุนและบูรณาการร่วมกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันความผิดพลาดเอาไว้ตั้งแต่วันนี้ เช่น การพัฒนาสถานีหัวลำโพงในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดงที่อยู่ในจุดสถานีหัวลำโพงของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-หัวลำโพงที่มีการศึกษารูปแบบการพัฒนารองรับเอาไว้ด้วยแล้ว
    ส่วนการเปิดโอกาสภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนรัฐบาล เนื่องจากมองว่าผลดีจะเกิดประโยชน์ด้านสามารถพัฒนาโครงข่ายได้รวดเร็ว เพิ่มความสะดวกสบายและยังตรึงราคาค่าโดยสารได้ตามที่รัฐต้องการ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ให้มีมูลค่าเพิ่มได้อีกทางหนึ่งด้วย ประการสำคัญยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการลดภาระหนี้ของรฟม.จากการนำรายได้ที่เกิดจากการพัฒนาที่ดินโดยหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ จากการบริหารพื้นที่อาคารสำนักงาน จากการโฆษณาและจากการให้บริการที่จอดรถมาชดเชย
++กคช.ผุดแสนหน่วยรับรถไฟฟ้า
    ด้านนายวิฑูรย์ เจียสกุล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ(กคช.)กล่าวว่า กคช.ได้ร่วมมือกับรฟม.ด้วยการพัฒนาอาคารชุดระดับราคาไม่เกิน6แสนบาท บริเวณแนวรถไฟฟ้า 10สายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งทำเลส่วนใหญ่อยู่ย่านชานเมือง อาทิ มีนบุรี บางใหญ่ สมุทรปราการ ลำลูกกาฯลฯ ซึ่งเป็นทั้งที่ดินของกคช.เองและหาซื้อใหม่โดย รัศมี ห่างจากแนวรถไฟฟ้าเข้าไปในซอยระหว่าง 2-10 กิโลเมตร ฯลฯ เป้าหมาย1แสนหน่วย เพื่อรองรับกลุ่มรายได้น้อย    โดยจะร่วมมือในลักษณะฟีดเดอร์  หรือระบบเชื่อมต่อระหว่างโครงการถึงสถานีรถไฟฟ้า
    ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป้นไปตามนโยบายรัฐบาลโดยมีส่วนที่รัฐบาลอุดหนุน 1.2แสนบาทต่อหน่วยขณะที่บ้านเอื้ออาทร ได้รับอุดหนุนจากรัฐบาล 8 หมื่นบาท 
++ทีดีอาร์ไอแนะเอกชนต้องสละที่ดิน
    ดร.ณรงค์ ป้อมหลักทอง นักวิชาการประจำสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวว่า รฟม.ต้องเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากโครงข่ายที่จะนำมาชดเชยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยแนวคิดการพัฒนา Transit Oriented Development (TOD) เป็นการใช้พื้นที่อย่างผสมผสานการใช้พื้นที่เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและธุรกิจการค้า ซึ่งถูกออกแบบมาให้ผู้เดินทางสามารถเข้าถึงการขนส่งสาธารณะให้ได้มากที่สุด รวมถึงการกระตุ้นและอำนวยความสะดวกให้สามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง เพราะจะเกิดประโยชน์ต่อการเพิ่มมูลค่าที่ดินตามมา
    "แนวคิดการพัฒนาพื้นที่แต่ละแห่งจะต้องสอดคล้องกับการพัฒนาเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ด้วยการจัดรูปที่ดินให้เหมาะสม ต้องมีการพัฒนาพื้นที่ทั้งแบบแนวสูงและยั่งยืน โดยเจ้าของที่ดินยังคงความเป็นกรรมสิทธิ์เอาไว้ แต่ต้องสละที่ดินบางส่วนให้กับโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อใช้สำหรับก่อสร้าง เช่น ถนน สวนสาธารณะ สถานี เพื่อไม่ให้เกิดการพัฒนาเมืองแบบการเกิดเป็นที่ตาบอดซึ่งทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้เต็มประสิทธิภาพ"
++ทุนอสังหาฯได้อานิสงส์เต็มๆ
    ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการบริหาร บริษัทเสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าบริษัทยังติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่จะผ่านพื้นที่ย่านรามอินทราเนื่องจากบริษัทมีที่ดินในย่านดังกล่าวหลายแปลง
    "คาดว่ารถไฟฟ้าจะช่วยเพิ่มมูลค่าในแต่ละโครงการได้มากขึ้น นอกเหนือจากจะได้รับความสะดวกสบาย รวดเร็วในการเดินทาง ช่วงที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องก็ได้มีการหารือหรือสอบถามความเห็นผู้ประกอบการผ่านสมาคมด้านอสังหาริมทรัพย์บ่อยครั้ง จึงน่าจะนำไปเป็นข้อมูลด้านการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าให้เข้าถึงพื้นที่ต่างๆได้เป็นอย่างดี"
    เช่นเดียวกับน.พ.สมเชาว์ ตัณฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน)  ที่กล่าวว่า การที่รฟม.จะเปิดโอกาสให้ภาครัฐและเอกชนที่สนใจเข้ามาร่วมพัฒนาที่ดินบริเวณส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าถือเป็นเรื่องดี ซึ่งจะส่งผลให้ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยอาทิ ความรวดเร็วในการก่อสร้าง ความนิยมในการใช้บริการของผู้บริโภค ฯลฯ สิ่งเหล่านนี้ล้วนแล้วแต่เป็นแรงผลักดันให้ราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้น
    "ในส่วนของเอ็น.ซี.เอง มีโครงการที่เปิดตัวใหม่และปิดโครงการไปแล้วในส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-ลำลูกกา อยู่หลายโครงการ และมีที่เตรียมจะเปิดตัวใหม่อีกหลายโครงการ"
นพ.สมเชาว์ กล่าวอีกว่า นอกจากในเรื่องของราคาที่ดินแล้ว ยังมองว่าเมื่อรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเกิดขึ้นจริงจะช่วยเพิ่มศักยภาพของที่ดินโดยรอบ โดยสามารถพัฒนาเป็นอาคารสำนักงาน หรือคอมมิวนิตี้มอลล์ได้ เนื่องจากการขยายตัวของเมืองได้มุ่งสู่รอบนอกมากขึ้น ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงต้องเกิดขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน แม้ว่าวันนี้กฎหมายผังเมืองจะไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาก็ตาม
++สัมมากรตุนที่แนวรถไฟฟ้า
    นายกิติพล ปราโมทย์ ณ อยุธยา นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยและในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัทสัมมากรจำกัด(มหาชน)กล่าวถึง แผนที่ให้เอกชนร่วมมือกับรฟม. ให้การพัฒนาระบบรางและอสังหาริมทรัพย์ไปในทิศทางเดียวกัน นั้น บริษัทเห็นด้วยและ มองว่า จะเพิ่มศักยภาพในที่ดิน โดย บริษัทจะได้อานิสงส์รถไฟฟ้าสายสีส้มจากจรัญสนิทวงศ์-มีนบุรีที่เกาะมาตามแนวถนนรามคำแหง โดย จะมีสถานีชื่อสถานีสัมมากรลงบริเวณ รามคำแหง112 พอดี ส่งผลให้เกิดความสะดวกสบาย
    ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนพัฒนาที่ดินในอนาคต 2แปลง ย่านใกล้เคียงกัน ซึ่งจะเป็นศูนย์การค้าเพียวเพลสเนื้องที่ 9ไร่  โดยจุดนี้อาจจะทำสกานวอร์คเชื่อมเข้าไปยังสถานีรถไฟฟ้าได้ ส่วนที่ดินอีกแปลง ติดกันจะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมขนาดเกิน1หมื่นตารางเมตรราคาตารางเมตรละ5หมื่นบาทขึ้นไป เพราะหากรถไฟฟ้าเกิดที่ดินจะอยู่รัศมีสถานีรถไฟฟ้าสัมมากรพอดี

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,774  13-15  กันยายน พ.ศ. 2555

 

Read : 4514 times

jL Poll Module1

ถ้าต้องเลือกอยากได้ภาษีใหม่ตัวไหนก่อน


 

Poll (2)

ดูความรุนแรงการระบาดอีโบลาแล้ว เชื่อว่าจะสกัดไม่ให้เข้าไทยได้ไหม
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*