Homeลงทุน-อุตฯลงทุน-อุตสาหกรรม 'ไทยออล์'ลุยขยายลงทุนธุรกิจไฟฟ้า

'ไทยออล์'ลุยขยายลงทุนธุรกิจไฟฟ้า

พิมพ์

ไทยออยล์ ประกาศร่วมสู้ศึกชิงประมูลไอพีพีรอบใหม่ปีหน้า  สนใจลงทุน 1-2 แห่ง ในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยส่งบริษัทลูกที่จัดตั้งขึ้นใหม่ หลังควบรวมไอพีทีและพีทีทียูทีลงแข่ง  "วีรศักดิ์" ระบุผลดีการควบรวมช่วยสร้างรายได้ไทยออยล์เพิ่ม จากที่มีรายได้ในธุรกิจไฟฟ้าเพียงปีละ 5-7%
    นายวีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (บมจ.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) จะออกประกาศเปิดประมูลการรับซื้อไฟฟ้าจากภาคเอกชนรายใหญ่หรือไอพีพีในปีหน้า ในปริมาณ 5,400 เมกะวัตต์ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าหรือพีดีพี ฉบับใหม่ ทางบมจ.ไทยออยล์ สนใจและมีความพร้อมในการร่วมประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ขนาด 800-900 เมกะวัตต์ จำนวน 1-2 โรง ซึ่งแต่ละโรงใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท  แต่ทั้งนี้ ต้องรอให้การควบรวมระหว่างบริษัท ผลิตไฟฟ้าอิสระ (ประเทศไทย) (ไอพีที) กับบริษัท พีทีที ยูทิลิตี้ (มหาชน)  จำกัด (พีทีทียูที) ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ก่อน และหลังจากนั้นจะยื่นการประมูลไอพีพีภายใต้บริษัทใหม่ที่จัดตั้งขึ้นมา
    สำหรับสถานที่ตั้งโรงไฟฟ้านั้น ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว ในบริเวณสถานที่เดิมของโรงไฟฟ้าไอพีที ที่อยู่ติดกับโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ ซึ่งมีข้อได้เปรียบด้านสาธารณูปโภครองรับไว้อยู่แล้ว ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานต่ำเมื่อเทียบกับการก่อสร้างในสถานที่ใหม่ ประกอบกับ บมจ.ไทยออยล์เองก็มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านโรงไฟฟ้าไอพีพีอยู่แล้วดังนั้น จึงเชื่อว่าน่าจะแข่งขันด้านราคาค่าไฟฟ้าได้ 
    อย่างไรก็ตาม การควบรวมทั้ง 2 บริษัทดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าของไทยออยล์อย่างแน่นอน ในทางกลับกันเชื่อว่ากำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น จากเดิมของไอพีทีที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 700 เมกะวัตต์ แต่เมื่อควบรวมเป็นบริษัทใหม่ จะทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 1,357 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าจำนวน 1,038 เมกะวัตต์ และเป็นกำลังการผลิตไอน้ำจำนวน 1,340 ตันต่อชั่วโมง (ซึ่งเทียบเท่ากับกำลังการผลิตไฟฟ้าจำนวนประมาณ 319 เมกะวัตต์) ดังนั้นศักยภาพด้านการแข่งขันก็เพิ่มขึ้นด้วย
    ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมาไทยออยล์รับรู้รายได้จากธุรกิจไฟฟ้าเพียง 5-7% ของรายได้ทั้งหมดเท่านั้น จึงไม่น่าจะมีนัยสำคัญอะไร อย่างไรก็ตามภายหลังจากการควบรวมดังกล่าว ไทยออยล์จะถือหุ้นในบริษัทใหม่ทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นสัดส่วน 27.12%
    นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างการจัดทำแผนธุรกิจระยะยาว(ปี 2555-2573) ซึ่งจะมีธุรกิจใหม่เพิ่มเข้ามา คือ ธุรกิจด้านพลังานทดแทน รวมทั้งมีแผนขยายกำลังการผลิตในธุรกิจโรงกลั่นและอะโรเมติกส์ด้วย ส่วนการลงทุนในช่วง 5 ปีนี้ ไทยออยล์ยังคงให้ความสำคัญกับการคุมต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการกลั่น เพื่อให้บริษัทมีความสามารถทางการแข่งขันสูงสุด
    "หากภาครัฐเปิดประมูลไอพีพี เราก็พร้อมเดินหน้า แต่ต้องรอทางบริษัทใหม่ก่อน หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการควบรวมตามกฎหมายแล้ว ก็จะยื่นประมูลได้ทันที"นายวีรศักด์ กล่าว
    ด้านนายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายวางแผนพาณิชย์องค์กร บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันทุกผลิตภัณฑ์ในประเทศปรับลดลง เนื่องจากเกิดปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ความต้องการใช้ลดลงโดยเฉพาะน้ำมันกลุ่มเบนซิน ส่วนน้ำมันดีเซลลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหากสถานการณ์น้ำท่วมผ่านไป ความต้องการใช้น้ำมันก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
    สำหรับความต้องการใช้น้ำมันดิบในตลาดโลก คาดว่าจะทรงตัว เนื่องจากยังมีความกังวลการแก้ปัญหาหนี้ยุโรป รวมทั้งสถานการณ์ตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตามคาดว่าราคาน้ำมันในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ จะอ่อนตัวลง จากการเทขายของนักลงทุน จากสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ในระดับ 110-118 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส 90-98 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล
    ส่วนกรณีที่โรงกลั่นบางจากปิดซ่อมบำรุงตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้โรงกลั่นไทยออยล์มียอดขายน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้น ปัจจุบันไทยออยล์ได้ลดปริมาณการส่งออกน้ำมันเหลือ 10% จากเดิมที่เคยส่งออกอยู่ที่ 20% ของกำลังการผลิตทั้งหมดที่ 2.75 แสนบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากต้องการป้อนความต้องการในประเทศให้เพียงพอก่อน ส่วนที่เหลือจะส่งออกไปยังประเทศสิงคโปร์
    "ไทยออยล์จะช่วยในแง่ซัพพลายในประเทศมากกว่า ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาซื้อ อาทิ ปตท. และบางจาก ส่วนการลดปริมาณส่งออกของไทยออยล์จะไม่ส่งผลกระทบต่อลูกค้าในต่างประเทศ เพราะเป็นน้ำมันส่วนเกินที่เหลือจากความต้องการใช้ในประเทศ ต้องมีการประมูล แต่เราก็มาเจรจากับลูกค้าในประเทศ เพื่อขายให้ลูกค้าในประเทศแทน"นายพงษ์พันธุ์ กล่าว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,775  16-19  กันยายน พ.ศ. 2555

 

Read : 3507 times

jL Poll Module1

สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) จำเป็นต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินหรือไม่


 

Poll (2)

การพูดของนายกฯเพื่อรายงานผลงานต่างๆ ท่านมีความเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*