หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • วันจันทร์ที่ 04 พฤษภาคม 2558
menu for mobile

 
   

กลุ่มเพื่อน Shambolic เชิญชวนร่วมซื้อเสื้อจากเพื่อนเพื่อเพื่อน
Home การตลาด คอลัมน์ การตลาด Marketing อิชิตันเข็นบิ๊กแคมเปญโค้งท้าย

อิชิตันเข็นบิ๊กแคมเปญโค้งท้าย

พิมพ์

altตลาดชาเขียว 1.3 หมื่นล้านคึกคักหลังแบรนด์ใหม่ตบเท้าแย่งส่วนแบ่ง "อิชิตัน" ทุ่ม 120 ล้านส่งบิ๊กแคมเปญ "ลุ้นรหัสรวยเปรี้ยง 60 วัน 60 ล้าน" ทิ้งท้ายปีหวังเพิ่มแชร์เสริมแกร่งแบรนด์ก่อนลุยนอก 
 นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มอิชิตัน เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดชาเขียวในปีนี้ยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรงต่อเนื่อง หลังมีแบรนด์ใหม่ๆตบเท้าเข้ามีรุกตลาดชิงส่วนแบ่งทางการตลาดทั้งอิชิตัน มิเรอิ และส่งผลให้ทุกแบรนด์ต่างอัดงบประมาณจำนวนมากเพื่อจัดกิจกรรมทางการตลาดกระตุ้นยอดขายและรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไปควบคู่กันไป ขณะที่บริษัทก็จัดแคมเปญใหญ่ทิ้งท้ายปีด้วยการทุ่มงบประมาณ 120 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ "อิชิตัน ลุ้นรหัสรวยเปรี้ยง 60 วัน 60 ล้าน" ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-26 ธันวาคมนี้
 ทั้งนี้ บริษัทจะสร้างสีสันให้กับแคมเปญดังกล่าวด้วยการรวมความสนุกระหว่างเทคโนโลยีและการชอบเล่นเรื่องตัวเลขของคนไทยมาสร้างกระแสเพื่อให้เป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ เกิดการสื่อสารแบบตัวต่อตัวกับผู้บริโภค โดนนำของรางวัลทั้งทองคำและสมาร์ทโฟนอย่างไอโฟน 5 จำนวน 100 เครื่องมาจูงใจผู้บริโภค โดยตลอดการจัดแคมเปญดังกล่าวคาดว่าจะกระตุ้นยอดขายให้เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 20-30%
 "ปีนี้ตลาดชาเขียวมีการแข่งขันกันสูงมาก และทุ่มงบประมาณเพื่อทำการตลาดอย่างหนัก ส่วนหนึ่งเพื่อชดเชยยอดขายปีที่แล้วซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วงปลายปี ขณะเดียวกันยังมีแบรนด์ใหม่ๆเข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมตลาดชาเขียวมีการเติบโตสูงมากโดยล่าสุดเติบโตมากกว่า 40% และจนถึงสิ้นปีคาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่ตลาดมีมูลค่าราว 9 พันล้านบาท โดยผู้นำตลาดยังคงเป็นโออิชิ ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดลดลง ตามด้วยอิชิตันเป็นเบอร์ 2 มีส่วนแบ่งตลาดราว 22% และเบอร์ 3 เป็นเพียวริคุ และลิปตัน" นายตัน กล่าวและว่า
 ส่วนแนวโน้มตลาดชาเขียวยังคงเติบโตต่อเนื่องรับกับกระแสสุขภาพ และถือเป็นตลาดเครื่องดื่มที่มีการเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับเครื่องดื่มอื่นๆ และสอดคล้องกับเทรนด์เครื่องดื่มในตลาดโลกด้วย ขณะที่การแข่งขันทางการตลาดในปีหน้าคาดว่าจะไม่รุนแรงมากเท่ากับปีนี้ และส่วนใหญ่จะเน้นทำกิจกรรมบนดิจิตอลทั้งโซเชียล เน็ตเวิร์กให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชื่นชอบเทคโนโลยีและอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น
 นายตัน กล่าวอีกว่า ในปี 2556 บริษัทมีแผนส่งออกเครื่องดื่มชาเขียวไปทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาว กัมพูชา พม่า เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีในปี 2558 ด้วย โดยตั้งเป้ามีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 10% เท่านั้น เพราะต้องการสร้างแบรนด์อิชิตันและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดชาเขียวให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นเป็น 30% ก็ถือว่าพอใจแล้ว ขณะที่ภาพรวมยอดขายในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท แบ่งเป็นชาเขียวอิชิตัน 3 พันล้านบาท และอีกราว 500 ล้านบาท เป็นดับเบิล ดริงก์และธุรกิจอาหาร
 อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่ทำให้บริษัทมีการผลิตสินค้าเพื่อสต๊อกไว้จำหน่ายเท่ากับยอดขาย 1 เดือน รวมทั้งมีการเช่าคลังเก็บสินค้าในพื้นที่ใกล้เคียงและไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในปีที่ผ่านมาเพื่อรองรับการขายสินค้าในไตรมาส 4 แต่ภาพรวมบริษัทไม่กังวลกับปัจจัยลบน้ำท่วมมากนักเพราะเชื่อว่ารัฐบาลจะบริหารจัดการน้ำได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,776  20-22  กันยายน พ.ศ. 2555

 

Read : 4284 times



jL Poll Module1

เสนอปฏิรุปตำรวจโดยแยกงานสอบสวนออกมาเป็นอิสระ ท่านมีความเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

กนง.มีมติลดดอกเบี้ยทางการลงอีก0.25%ต่อเนื่องจากครั้งก่อน ท่านมีความเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*