แบรี่ ซาลส์เบอร์กประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มดีลอยท์กล่าวว่า “ความสำเร็จของดีลอยท์ในปีที่ผ่านมาเป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมอันเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ รวมถึงความต้องการอันหลากหลายของลูกค้า”
“ปีนี้เป็นปีแห่งความสำเร็จอีกปีหนึ่งของดีลอยท์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยมีการเติบโตของรายได้ถึงร้อยละ 16.3 ทำให้เอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตสูงสุดเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน เรายังคงมุ่งมั่นให้บริการแก่ลูกค้าด้วยความเป็นมืออาชีพระดับโลกเราตระหนักถึงศักยภาพของตลาดในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญตลาดหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” ชาลี มาห์ กรรมการผู้จัดการ ดีลอยท์เอเชียแปซิฟิค และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีลอยท์เซาท์อีสต์เอเชีย กล่าว
“ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในดีลอยท์เซาท์อีสต์เอเชีย มีบทบาทสำคัญที่ทำให้รายได้รวมของภูมิภาคเอเชียมีการเติบโตสูงสุดติดต่อกันเป็นปีที่ 8 แม้ว่าปีที่ผ่านมาเราจะได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยก็ตาม” นายสุภศักดิ์ กฤษณามระ กรรมการผู้จัดการดีลอยท์ประเทศไทย และประธานคณะกรรมการบริหารดีลอยท์เซาท์อีสต์เอเชีย กล่าว
ดีลอยท์ยังคงให้ความสำคัญกับการคัดสรรการพัฒนาและการดูแลบุคลากรที่มีศักยภาพสูง ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการผลักดันและขยายธุรกิจต่างๆ ในปีงบประมาณ 2555 ที่ผ่านมาเครือข่ายบริษัทของดีลอยท์ทั่วโลกได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญเพิ่มถึงถึง 51,400 คน ส่งผลให้ในปัจจุบันมีพนักงานที่ให้บริการด้านวิชาชีพทั่วโลกทั้งสิ้น 193,000 คน และมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนพนักงานที่ให้บริการด้านวิชาชีพเป็น 250,000 คนในปี 2558
นอกจากนี้ดีลอยท์ยังให้ความสำคัญกับการเป็นองค์กรบ่มเพาะผู้นำระดับโลกอีกด้วย โดยได้ทุ่มเงินลงทุนในเรื่องการพัฒนาผู้นำ จะเห็นได้จากการลงทุนถึง 300 ล้านเหรียญในการก่อตั้งมหาวิทยาลัย ดีลอยท์ที่เมืองดัลลัส มลรัฐเท็กซัส ให้เป็นศูนย์กลางการอบรมและพัฒนาบุคลากรของดีลอยท์ เป็นสถานที่ในการพบปะ เชื่อมโยงเครือข่าย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องราวต่างๆ ของโลกธุรกิจ ซึ่งปีที่ผ่านมาบุคลากรของดีลอยท์จาก 70 ประเทศทั่วโลกก็มีโอกาสได้ไปเข้าร่วมการอบรมที่มหาวิทยาลัยดีลอยท์
สำหรับอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมและสายงานธุรกิจ แบ่งเป็น ธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดที่ร้อยละ15 เนื่องจากมีการให้บริการแบบครบวงจรและสามารถให้บริการแบบเครือข่ายทั่วโลกกับลูกค้าสำคัญหลายรายในการควบรวมกิจการและซื้อกิจการ, ธุรกิจที่ปรึกษา มีรายได้รวมสูงขึ้นร้อยละ 13.5 อันเนื่องมาจากความสามารถของบริษัทที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้ามีความท้าทายซับซ้อนมากขึ้น ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในตลาด อุตสาหกรรมและกฎระเบียบต่างๆ รวมไปถึงความสามารถของบริษัทในการสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจในตลาดเกิดใหม่อีกด้วย, ธุรกิจตรวจสอบบัญชี และบริหารความเสี่ยงมีรายได้สูงขึ้นร้อยละ6 โดยธุรกิจตรวจสอบบัญชีขยายตัวมากที่สุดในตลาดหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ส่วนบริการด้านบริหารความเสี่ยง มีการเติบโตเป็นอัตราสองหลักในทุกภูมิภาคและทุกกลุ่มธุรกิจ เนื่องจากความตระหนักในการบริหารความเสี่ยง และความกดดันด้านกฎระเบียบที่มากขึ้น และ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านกฎหมายและภาษีมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ4 จากการให้บริการต่อเนื่อง และนำเสนอบริการใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดหลัก ซึ่งการเติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังมีส่วนช่วยทำให้สายงานนี้เติบโตได้อีกด้วย
สำหรับอุตสาหกรรมที่เติบโตสูงสุดคือ กลุ่มพลังงานและทรัพยากร อัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ24กลุ่มโรงพยาบาลและสุขภาพเติบโตร้อยละ 13 ธุรกิจอุปโภคบริโภคและกลุ่มคมนาคมเติบโตร้อยละ 11 และกลุ่มธุรกิจการเงินและประกันเติบโตร้อยละ 10
สำหรับผลการดำเนินงานแยกตามภูมิภาค แบ่งเป็น ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ16.3 ภูมิภาคนี้มีรายได้เติบโตรวดเร็วที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 8 รายได้ของดีลอยท์อินเดียเพิ่มขึ้นร้อยละ19 ประมาณร้อยละ50 ของบริษัทในเครือในภูมิภาคนี้มีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักทั้งสิ้น, ภูมิภาคอเมริกา รายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 7.9กลุ่มประเทศลาตินอเมริกาเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.3 ในขณะที่รายได้ของดีลอยท์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.1และ ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา รายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ6.4 บริษัทในกลุ่มประเทศแอฟริกา นอร์เวย์ กรีซ ลักเซมเบิร์ก และอังกฤษ มีอัตราการเติบโตสองหลัก
“เพื่อเพิ่มคุณค่าต่อการบริการลูกค้าดีลอยท์ผสมผสานพื้นฐานที่แข็งแกร่งในระดับโลกเข้ากับความรู้ความเข้าใจต่อธุรกิจและปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า นวัตกรรมและโอกาสจะเป็นตัวกำหนดอนาคตข้างหน้าสำหรับทั้งดีลอยท์และบริษัทในเครือ” ซาลส์เบอร์กประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดีลอยท์กล่าว




