Homeคอลัมนิสต์ผู้ทรงคุณวุฒิสาธิต รังคสิริ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีของสามีและภริยา(2)

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีของสามีและภริยา(2)

พิมพ์

 ท่านผู้อ่านครับ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 17/2555 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2555 วินิจฉัยว่าการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากสามีและภริยาตามมาตรา 57 ตรี และมาตรา 57 เบญจแห่งประมวลรัษฎากร

เป็น การจำกัดสิทธิสามีและภริยาในการยื่นรายการและเสียภาษี ถือว่าไม่ส่งเสริมความเสมอภาคของชายและหญิง กรณีจึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 ต่อจากฉบับที่แล้ว

                 
    2.5 การยื่นรายการของสามีหรือภริยา กรณีหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืม
    (1) สามีมีเงินได้แต่ภริยาไม่มีเงินได้ สามีกู้ยืมและจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืม 1หมื่นบาท ภริยากู้ยืมและจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืม 1หมื่นบาท สามีหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมได้เฉพาะส่วนของตนได้ 1หมื่นบาท
    (2) สามีมีเงินได้แต่ภริยาไม่มีเงินได้ ถ้าสามีภริยาร่วมกันกู้ยืมและจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเป็นจำนวน 1หมื่นบาท สามีมีสิทธิหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมได้ทั้งจำนวน 1หมื่นบาท
    (3) สามีภริยามีเงินได้ทั้งสองฝ่าย และมีสิทธิหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมอยู่ก่อนแล้วฝ่ายละ 1หมื่นบาท ต่อมาสมรสกัน สามีและภริยายังคงหักลดหย่อนได้ฝ่ายละ 1หมื่นบาท ทั้งนี้ไม่ว่าความเป็นสามีภริยาจะได้มีอยู่ตลอดปีภาษีหรือไม่ก็ตาม
    (4) สามีภริยามีเงินได้ทั้งสองฝ่าย ถ้าสามีภริยาร่วมกันกู้ยืมและได้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเป็นจำนวน 1หมื่นบาท สามีหักลดหย่อนได้ 5,000 บาท ภริยาหักลดหย่อนได้ 5,000 บาท
    2.6 การยื่นรายการของสามีหรือภริยา กรณีหักลดหย่อนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม
    (1) สามีมีเงินได้แต่ภริยาไม่มีเงินได้ สามีหักลดหย่อนเงินสมทบกองทุนประกันสังคมได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง
    (2) สามีภริยามีเงินได้ทั้งสองฝ่าย สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนเงินสมทบกองทุนประกันสังคมได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง
    2.7 การยื่นรายการของสามีหรือภริยา กรณีหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
    (1) สามีมีเงินได้แต่ภริยาไม่มีเงินได้ สามีอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของตน สามีหักลดหย่อนบิดาของตนได้ 3 หมื่นบาท และมารดาของตนได้ 3หมื่นบาท รวมเป็น 6หมื่นบาท และถ้าสามีได้อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของภริยาด้วย สามีมีสิทธิหักลดหย่อนบิดาของภริยาได้ 3หมื่นบาท และมารดาของภริยาได้ 3หมื่นบาท รวมเป็น 1.2แสนบาท
    (2) สามีภริยามีเงินได้ทั้งสองฝ่าย สามีภริยาต่างฝ่ายต่างอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของตน สามีหักลดหย่อนบิดาของตนได้ 3หมื่นบาท และมารดาของตนได้ 3หมื่นบาท รวมเป็น 6หมื่นบาท ส่วนภริยาหักลดหย่อนบิดาของตนได้ 3หมื่นบาท และมารดาของตนได้ 3หมื่นบาท รวมเป็น 6หมื่นบาท
    2.8 การยื่นรายการของสามีหรือภริยา กรณีหักลดหย่อนอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ
    (1) สามีมีเงินได้แต่ภริยาไม่มีเงินได้ สามีอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ 1 คน สามีหักลดหย่อนได้ 6หมื่นบาท
    (2) สามีมีเงินได้แต่ภริยาไม่มีเงินได้ สามีอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ 1 คน และภริยาอุปการะเลี้ยงดูบุตรชอบด้วยกฎหมายที่เป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ 1 คน สามีหักลดหย่อนคนพิการหรือคนทุพพลภาพที่ตนเป็นผู้ดูแลได้ 6หมื่นบาท และมีสิทธิหักลดหย่อนบุตรที่ภริยาเป็นผู้ดูแลได้ 6หมื่นบาท รวมเป็น 1.2แสนบาท
    (3) สามีภริยามีเงินได้ทั้งสองฝ่าย สามีอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ 1 คน ส่วนภริยาอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพอีก 1 คน สามีหักลดหย่อนคนพิการหรือคนทุพพลภาพที่ตนเป็นผู้ดูแลได้ 6หมื่นบาท ภริยาหักลดหย่อนคนพิการหรือคนทุพพลภาพที่ตนเป็นผู้ดูแลได้ 6หมื่นบาท
    อนึ่ง สำหรับการเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยาก่อนปีภาษี 2555 เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2545 ดังนั้นการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากสามีและภริยาก่อนปีภาษี 2555 จึงไม่ขัดหรือแย้งต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 17/2555 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2555

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,786 วันที่  25-27  ตุลาคม  พ.ศ. 2555

 

Read : 8901 times

jL Poll Module1

ท่านคิดว่าโปรเจ็กรัฐอันไหนกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีที่สุด



 

Poll (2)

ได้คูปองกสทช.มาแล้ว ท่านจะตัดสินใจใช้อย่างไร
 

*