งาน แสดงสินค้าเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น (RHVAC) และงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิคส์ (E&E) ปี 2015 ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของประเทศไทยในระดับสากล

งานแสดงสินค้าเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น (RHVAC) และงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิคส์ (E&E) ปี 2015 สองงานใหญ่ระดับโลกที่จัดขึ้นพร้อมกัน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ...อ่านต่อ
Homeลงทุน-อุตฯการค้า-ส่งออก ชงทางเลือกเครื่องโรยเมล็ดข้าว

ชงทางเลือกเครื่องโรยเมล็ดข้าว

พิมพ์

altชาวนาเมินใช้เครื่องจักรปลูกข้าวแทนคน หวั่นต้นทุนพุ่ง  ม.นเรศวร เสนอทางเลือกใหม่ ผลิตเครื่องโรยเมล็ดข้าวงอกแบบแถวต้นแบบ แก้แรงงานคนขาดแคลนในอนาคต เผยปทุมธานี นิยมหว่านแบบเหมาไร่ละ 50 บาท พิษณุโลก

"โยนกล้าข้าว" เหมาไร่ละ 1.5 พันบาท ส่วนภาคกลาง เน้นทำนาดำ ใช้แรงงานในครัวเรือนเป็นหลัก
    นายธวัชชัย ถนอมลิขิต  ประธานกลุ่มเกษตรกรทำนาบางหลวง จังหวัดปทุมธานี เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงการนำนวัตกรรมมาใช้ในการทำนา ไม่ว่าจะเป็นการดำนา หรือการโรยเมล็ดข้าวโดยการใช้เครื่องจักรแทนคนนั้น ส่วนใหญ่ชาวนาจะไม่ค่อยยอมรับ เพราะทำให้ต้นทุนในการปลูกสูงเพิ่มขึ้น ปัจจุบันชาวนาจังหวัดปทุมธานีจะนิยมทำนาหว่าน จ้างแรงงานเหมาไร่ละ 50 บาท ปริมาณข้าวที่ใช้ในการหว่านประมาณ 40 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนนาดำราคาเหมาไร่ละ 1,200 บาท เหตุที่ราคาสูงเพราะส่วนใหญ่เพื่อทำพันธุ์ไว้ขาย
    รศ.ดร.มัทนี สงวนเสริมศรี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยนเรศวร(มน.) กล่าวถึงการทำนาหว่านแบบที่เกษตรกรนิยมในปัจจุบันพบว่ามีปัญหาการใช้เมล็ดพันธุ์ในปริมาณค่อนข้างมาก การแตกกอไม่สมบูรณ์ มีวัชพืชและแมลงมาก ทำให้ต้องใช้สารเคมีจำนวนมาก ส่วนการปลูกข้าวแบบนาดำ แม้จะได้ผลผลิตสูง ดูแลง่าย ไม่ต้องใช้สารเคมีจำนวนมาก แต่ก็มีขั้นตอนยุ่งยากเนื่องจากต้องมีการเพาะกล้า รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการปักดำที่สูง ไม่ว่าจะเป็นการปักดำด้วยคนหรือเครื่องดำนาที่มีราคาแพง  และอนาคตแรงงานจะขาดแคลนในภาคเกษตร จึงเป็นที่มาของแนวคิดการทำเครื่องโรยเมล็ดข้าวงอกแบบแถวต้นแบบ
    "จากการทดลองพบว่าเครื่องดังกล่าวใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 10 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อเทียบกับการหว่านจะใช้เมล็ดพันธุ์ลดลงประมาณ 20 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อใช้เครื่องโรยเมล็ดข้าวจะช่วยเกษตรกรลดต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์ได้อีก 460 บาทต่อไร่ และได้ผลผลิตต่อไร่ไม่แตกต่างจากการหว่าน สามารถโรยได้ครั้งละ 8 แถว และสามารถต่อพ่วงกับรถไถดินตามที่เกษตรกรมีอยู่ได้เลย ซึ่งเครื่องโรยนี้สามารถแก้ปัญหาในเรื่องการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตร และสามารถทำนาที่เป็นระเบียบดูแลง่ายเหมือนนาดำ เป็นทางเลือกใหม่ ลงทุนสร้างเครื่องเพียง 4 หมื่นบาทเท่านั้น"
    ขณะที่นายพงศกร พุฒตรง  ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดน่าน  ที่กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมมาใช้ในการปลูกข้าวเป็นความคิดที่ดี แต่มองว่ายังไม่มีความจำเป็นมาก เพราะทำนาในไทยเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน ไม่ใช่ทำเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เหมือนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้มีต้นทุนสูงขึ้น สำหรับในจังหวัดน่านส่วนใหญ่ทำนาดำใช้แรงงานในครัวเรือนเป็นหลัก ต้นทุนต่อไร่ตกเพียงแค่ 3 พันบาทแต่หากจ้างดำนาจะคิดค่าแรงวันละ 250-300 บาท (แรงงาน 1 คน สามารถดำนาได้กว่า 1 ไร่ต่อวัน)
    นายประเทือง แก้วหนู ชาวนาตำบลบ้านกร่าง จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า การใช้เครื่องจักรในการทำนาในพื้นที่ก็มีแต่ยังน้อยมาก เพราะต้นทุนสูง ส่วนใหญ่นิยมวิธีการปลูกข้าวแบบโยนกล้า  เพราะช่วยลดปริมาณวัชพืชและข้าววัชพืช (ข้าวดีด)ได้ดีกว่าการทำนาหว่านน้ำตม และยังช่วยลดเวลาในการทำนาลงได้ โดยการปลูกข้าวแบบโยนกล้าอัตราการจ้างไร่ละ 1.5 พันบาท 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,796
 วันที่  29 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

 

Read : 2522 times

jL Poll Module1

งบประมาณสสส.ควรมาจากไหน


 

Poll (2)

เห็นอย่างไรลงทุน LTF,RMF จะไม่ได้สิทธิหักลดหย่อนภาษีอีกแล้ว
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*