Homeฐ.Bloggerชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ ญี่ปุ่น กับ ไทย

ญี่ปุ่น กับ ไทย

พิมพ์

  ในขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังกุมขมับกับตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำและถดถอยมาอย่างต่อเนื่องเกือบทั้งปี  เพราะการบริโภคภายในประเทศยังอ่อนแอ  ขณะที่รายได้จากการส่งออกก็ยังลดลงอีก

   แม้กระทั่งภาคเอกชนอย่างค่ายรถญี่ปุ่นรายใหญ่ยังคาดหมายว่าผลกำไรจะหดหายลงถึง 20%   แต่ในเวลาเดียวกันรัฐบาลไทยกำลังนั่งเก็บตัวเลขความสำเร็จทางเศรษฐกิจ  โดยเฉพาะนโยบาย “รถคันแรก”ที่มีผลผลักดันให้อุตสาหกรรมรถยนต์ในไทยเติบโตแบบต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์
           ในงานมหกรรมรถยนต์ที่เพิ่งจบไปนั้น  ผู้จัดงานแจ้งตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการว่า ช่วง 12 วันของงานมีการจองซื้อรถยนต์ประมาณ 8 หมื่นคัน  คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7 หมื่นล้านบาท  เพราะส่วนใหญ่กว่า 60% เป็นรถเล็ก “อีโคคาร์” ที่รัฐบาลไทยสนับสนุนด้วยนโยบายคืนภาษีรถคันแรกที่ประหยัดพลังงาน
           หากเอายอดจองซื้อในงานนี้ไปรวมกับยอดขายก่อนหน้านี้  กรมสรรพสามิตคาดว่า ณ สิ้นปีนี้จะมีผู้ใช้สิทธิขอคืนภาษีรถคันแรกรวมประมาณ 8 แสนคัน  คิดเป็นยอดภาษีที่ต้องคืนให้ผู้ซื้อประมาณ 6 หมื่นล้านบาท
            นั่นเฉพาะรถคันแรก  แต่หากมองภาพรวมทั้งอุตสาหกรรม  ปี 2555 นี้ประเทศไทยสามารถผลิตรถยนต์ทุกประเภทได้มากกว่า 2.4 ล้านคัน  เป็นตลาดในประเทศ 1.4 ล้านคัน  อีก 1 ล้านคันส่งออกต่างประเทศ  ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่คือค่ายรถญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตในบ้านเราแล้วส่งกำไรกลับไปบ้านเขา
             นี่คือสาเหตุสำคัญว่าทำไมบริษัทญี่ปุ่นในไทย  โดยเฉพาะโรงงานรถยนต์แม้จะเจอวิกฤติการเมือง  เจอมหาอุทกภัย  แต่ก็ยังรักที่จะอยู่  ยังไม่คิดย้ายฐานการผลิต  
             เพื่อนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่เข้ามาอยู่เมืองไทยหลายปีแล้วจนเข้าใจนิสัยใจคอคนไทยดีบอกว่า  คนไทยอยู่ในข่าย “รายได้ต่ำรสนิยมสูง” เป็นคนกล้าและบ้าพอที่จะก่อหนี้เพื่อซื้อความสะดวกสบายเฉพาะหน้า   มิเช่นนั้นโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เครื่องละกว่า 2 หมื่นบาทคงไม่ขายอย่างถล่มทลาย  หรือรถยนต์คันละเกือบ 1 ล้านบาทจึงออกใบจองมือเป็นระวิงส่วนโรงงานก็ต้องวางแผนผลิตกันข้ามปี
               ฟังเพื่อนชาวญี่ปุ่นแล้ว  ข้าพเจ้าบอกเขาว่านักการเมืองไทยก็มีความกล้าและบ้าพอเช่นเดียวกันที่จะหาคะแนนเสียงเพียงแค่ชนะเลือกตั้งวันนี้เพื่อแลกกับ “หายนะ”ในวันข้างหน้า  เช่น โครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ด  ปรับเงินเดือนข้าราชการปริญญาตรีเป็น 15,000 บาท  ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท  ลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 20%  ตรึงราคาน้ำมัน-ก๊าซ ฯลฯ  
               เพื่อนญี่ปุ่นบอกว่าการหาเสียงของพรรคการเมืองไทยเป็นเรื่องที่ชาวบ้านจับต้องได้  แต่พรรคการเมืองญี่ปุ่นที่กำลังแข่งกันหาเสียงวันนี้ล้วนพูดในภาพใหญ่ของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ  จะแก้เงินเฟ้อ เงินฝืด และค่าเงินเยน  
              น่าติดตามดูผลการเลือกตั้งใหญ่ของญี่ปุ่นในวันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคมนี้  มีแนวโน้มสูงว่าจะเปลี่ยนขั้ว เปลี่ยนข้าง ตามครรลองประชาธิปไตย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,800 วันที่  13-15  ธันวาคม พ.ศ. 2555

 

Read : 3416 times

jL Poll Module1

ค่าโง่คลองด่านหมื่นล้าน ดอกเบี้นวันละ2ล้านบาท รัฐควรเลือกทางไหน


 

Poll (2)

หยุดยาวเทศกาลปีใหม่นี้ท่านวางแผนตั้งงบค่าใช้จ่ายไว้อย่างไร
 

*