ปี 2555 เป็นปีที่ตลาดรถยนต์คึกคักสุดขีด โดยได้ผลพวงมาจากกำลังการซื้อที่อั้นไว้ตั้งแต่ปี 2554 ที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ จนโรงงานต่างๆต้องเลื่อนมาผลิตในปีนี้เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าที่ไว้ก่อนหน้านี้
ประกอบกับนโยบายคืนภาษีรถคันแรก 1 แสนบาท ยิ่งเร่งให้คนไทยตัดสินใจซื้อรถไว้ใช้งานมากขึ้น จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ ตลาดในประเทศ จะอยู่ที่ 1.2 ล้านคัน ก็ขยับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนน่าจะหยุดที่ 1.4 ล้านคัน โดยค่ายรถยนต์เร่งเปิดตัวรถรุ่นใหม่มาสนองตอบความต้องการกันอย่างคึกคัก มีหลายรุ่นที่น่าประทับใจจน "ฐานเศรษฐกิจ" ขอคัดเลือกมาเป็นรถที่น่าประทับใจปี 2555
+โตโยต้า 86 สปอร์ตพันธุ์ดุ
เริ่มต้นที่ค่ายโตโยต้า ที่มีการนำเข้ารถสปอร์ตพันธุ์ดุ อย่างโตโยต้า 86 มาทำตลาดเจาะกลุ่มลูกค้านักซิ่งและนักกีฬามอเตอร์สปอร์ตโดยเฉพาะ รถรุ่นนี้เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างซูบารุและโตโยต้า ใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบ BOXER ลูกสูบนอนยัน ช่วยให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ
เพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนยิ่งขึ้น พร้อมด้วยระบบ D-4S ที่มีการทำงานเหมือนระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-i ให้พลังการขับเคลื่อนและอัตราเร่งเร้าใจ ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 205 นิวตัน-เมตร ที่ 6,400 รอบต่อนาที
โตโยต้า 86 ดีไซน์ภายนอก ล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว ดุดัน ไฟหน้าโคมโปรเจ็กเตอร์ แบบ HID สว่างชัดเจน แม้ขับขี่ยามค่ำคืนไฟท้ายแบบ LED ดีไซน์สปอร์ต ช่องรับลมขนาดใหญ่ที่กันชนหน้า ช่วยระบายอากาศ ตกแต่งสเกิร์ตรอบคันและสปอยเลอร์หลัง ตอกย้ำความเป็นสปอร์ต ท่อไอเสียแบบท่อคู่พร้อมปลายท่อแบบสเตนเลสส์ สร้างความเร้าใจสุดๆ มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด
และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential shift ราคาเริ่มต้นที่ 2.49-2.74 ล้านบาท
+ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ
ฮอนด้า ขอทวงบัลลังก์แชมป์รถเก๋งด้วยการเปิดตัว บริโอ้ อเมซ รถยนต์อีโคคาร์ ซีดาน 1.2 ลิตร ใหม่ อย่างเป็นทางการในไทยเป็นประเทศแรกในเอเชีย โดยตั้งราคาจำหน่ายเริ่มแรกที่ 4.54 แสนบาท สำหรับเกียร์ธรรมดา และ 4.93 แสนบาท สำหรับเกียร์อัตโนมัติ
ฮอนด้าเสียรังวัดไปพอสมควร เมื่อเปิดตัว บริโอ้ 5 ประตู ออกมาไม่ฮือฮาอย่างที่คิดไว้ ปีนี้ จึงตั้งความหวังว่า จะต้องแจ้งเกิดกับ บริโอ้ อเมซ ให้ได้ จึงกระหน่ำแคมเปญให้อย่างจุใจ สุดเซอร์ไพรส์
ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ ใช้ เครื่องยนต์ SOHC i-VTEC ขนาด 1.2 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 90 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที และให้แรงบิดสูงสุด 110 นิวตัน-เมตรที่ 4,800 รอบ/นาที สามารถไต่ทางชันได้อย่างสบาย อัตราเร่งแซงได้ดี ช่วงล่าง เป็นแบบ แมกเฟอร์สัน สตรัต ที่ล้อหน้า และแบบทอร์ชัน บีม รูปตัวเอช ที่ล้อหลัง พวงมาลัยแบบแร็กแอนด์พีเนียนและพาวเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (EPS) รัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 4.6 เมตร ให้ความคล่องตัวในการขับขี่ ภายในห้องโดยสารกว้างขวางกว่าที่คิด พัฒนาภายใต้แนวคิด "สมาร์ท ไมโคร ลีมูซีน" เน้นให้ความสำคัญสูงสุดต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ทำให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะผู้โดยสารเบาะหลัง นั่งยืดขาได้อย่างสบาย เครื่องเสียงแบบ 2 Din ช่องเชื่อมต่อ USB และ AUX สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง และพนักเท้าแขนด้านหลัง พร้อมที่วางแก้วน้ำ 9 ตำแหน่ง
ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานมลพิษระดับ EURO 4 ระบบ มีระบบความปลอดภัยอย่างครบครัน ด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย G-CON เสริมโครงสร้างเหล็กกล้าพิเศษ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ถุงลมอัจฉริยะด้านคนขับแบบ i-SRS และผู้โดยสารด้านหน้า SRS
+มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่
มิตซูบิชิ "มิราจ" ใหม่ เป็นรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงานรุ่นแรกในสายผลิตภัณฑ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ถูกผลิตขึ้นภายใต้โครงการโกลบัล สมอลล์ ที่สามารถตอบสนองความต้องการรถยนต์ของตลาดในประเทศเศรษฐกิจใหม่ที่มีความต้องการรถยนต์สูงขึ้น รวมไปถึงในประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งมีความสนใจในรถยนต์ขนาดเล็กตามแนวโน้มด้านพลังงานและความตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งให้ทั้งความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสูงสุด ง่ายต่อการขับขี่ ถึงพร้อมด้วยสมรรถนะ ความลงตัวในการออกแบบ และคุณภาพที่เป็นเยี่ยมเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดในการขับขี่ มิตซูบิชิมิราจ ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC MIVEC 12 Valve รองรับทั้งเบนซิน 91 จนถึง E20 ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กิโลเมตรต่อลิตร ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 3.8-5.46 แสนบาท
แม้เป็นอีโคคาร์ แต่มิตซูบิชิ มิราจ ก็ใส่ออพชันมาให้อย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ ซีดี MP3 ดีวีดี จอภาพแบบระบบสัมผัส (Touch Screen) ขนาด 7 นิ้ว ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) ระบบนำทางในรถ (Navigator System) และช่อง USB ทั้งนี้ภายหลังจากการแนะนำอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลกในเมืองไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มิราจ ได้ถูกส่งไปจำหน่ายยังยังประเทศต่างๆ ทั้งในภูมิภาคอาเซียน ญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีแผนจะแนะนำในภูมิภาคยุโรป ออสเตรเลีย และภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป
+วอลโว่ V60 DRIVe
วอลโว่เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ V60 DRIVe สปอร์ตแวกอน 1.6L เจาะตลาดรถหรูดีไซน์โดดเด่น สมรรถนะแรงเร้าใจ เพิ่มพื้นที่เพื่อบรรทุกคนและของที่มากกว่า ดันกระแสรถพลังงานทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อมกับเชื้อเพลิง E85 ส่งเสริมพลังงานทดแทน ช่วยประเทศประหยัดน้ำมัน ลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน พร้อมนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยไม่ชนคนเดินถนน ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว เคาะราคา 2.249 ล้านบาท
วอลโว่ V60 DRIVe ใช้เครื่องยนต์ ความจุ 1.6 ลิตรที่ให้สมรรถนะสูง ทำจากอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ให้พลังสูงสุด 180 แรงม้าที่ 5,700 รอบต่อนาทีและทอร์ก 240 นิวตัน-เมตรในช่วง 1,600-5,000 รอบต่อนาที จึงตอบสนองได้ทันใจในทุกรอบเครื่อง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 9.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประหยัดน้ำมันได้อย่างน่าประทับใจ โดยสามารถวิ่งเฉลี่ยใน-นอกเมือง 13.33 กิโลเมตรต่อน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ลิตร หรือ 9.8 กิโลเมตรต่อลิตรเมื่อเติมด้วย E85 เครื่องยนต์ยังผ่านมาตรฐานระดับไอเสีย Euro 5 ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับใช้ในตลาดยุโรป
+อีซูซุดีแมคซ์ เอ็กซ์-ซีรีส์
ค่ายอีซูซุใช้โอกาสเฉลิมฉลองยอดผลิตครบ 3 ล้านคันในไทย โดยเปิดตัว อีซูซุดีแมคซ์ เอ็กซ์-ซีรีส์ ต่อยอดกระแสความร้อนแรงในไลฟ์สไตล์ปิกอัพแนวสปอร์ตที่ตอบโจทย์ผู้ใช้รถรุ่นใหม่ที่ต้องการความเท่ แตกต่างไม่เหมือนใคร แม้ว่า อีซูซุ ดีแมคซ์ ใหม่ รุ่นปกติ ยังจะมียอดค้างส่งกว่า 2 แสนคันก็ตาม
ต้องยอมรับว่า อีซูซุดีแมคซ์ เอ็กซ์-ซีรีส์ ดีไซน์โฉบเฉี่ยวทั้งภายนอกและภายใน เอาใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น ตอบสนองความต้องการในรูปแบบที่แตกต่าง โดยยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยโทนสีแดง-ดำ ตราสัญลักษณ์ ISUZU สีแดง พร้อมลายคาดหน้า-หลังบอกตัวตนที่ชัดเจนมากขึ้น และครั้งแรกในวงการรถปิกอัพเมืองไทย กับเสาอากาศแบบ Shark Fin Antenna เทคโนโลยีรับสัญญาณแบบ Dual Function สามารถรับสัญญาณ GPS และวิทยุได้พร้อมกันให้ความชัดเจนมากขึ้น และ Isuzu Genius Entry ระบบกุญแจอัจฉริยะ ล้ำสมัย สะดวกสบาย ให้เปิด-ปิดล็อกประตู และสตาร์ตรถโดยไม่ต้องใช้กุญแจหรือรีโมต พร้อมระบบ Entertainment เต็มรูปแบบจาก ISUZU Media Solutions ชุดเครื่องเสียง Hi-end เชื่อมต่อความบันเทิงโดยตรงไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม พร้อมระบบ ECO Function เพื่อการขับขี่อย่างประหยัดน้ำมัน และระบบแจ้งเตือนสภาพการจราจรแบบ Real time ( Real time Traffic Information)
นอกจากนี้ "ออล นิว อีซูซุดีแมคซ์ เอ็กซ์-ซีรีส์" ยังให้ความโดดเด่นด้วยสเกิร์ตหน้า-หลัง และ Sport Bar สเกิร์ตรอบคัน โฉบเฉี่ยว กล้องมองหลังแบบ Built-in ใหม่ เพื่อการมองเห็นที่เหนือกว่า กระจกมองข้างแบบโครเมียมใหม่ดูโดดเด่น บ่งบอกเอกลักษณ์กับพวงมาลัยหุ้มหนังแท้เดินด้ายแดงพร้อมสัญลักษณ์ ISUZU สีแดงที่พวงมาลัย ที่มาพร้อมมัลติฟังก์ชันสมบูรณ์แบบ เครื่องยนต์ 2500 ซีซี แบบ DOHC 16 วาล์ว พร้อม VGS TURBO เต็มสัมผัส 136 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดแบบต่อเนื่องสูงถึง 320 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที
+โฟล์คสวาเกน อมารอค
ไทยยานยนตร์ สร้างความฮือฮาให้กับวงการด้วยการนำเข้าปิกอัพ ไฮโซ โฟล์คสวาเกน อมารอค (Volkswagen Amarok All Track Ultimate 4x4) จากเยอรมนี เคาะราคาจำหน่ายไว้ที่ 1.89 ล้านบาทเป็นครั้งแรกสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อระดับ Hi-Premium ที่นำเข้าสู่ตลาดในประเทศไทย
โฟล์คสวาเกน อมารอค 4 ประตู ดับเบิลแค็บ เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร แบบเทอร์โบคู่ BiTDI ขับพละกำลังได้ถึง 177 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 420 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,250 รอบต่อนาที ผสานกับระบบเทคโนโลยีระดับสูงของเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด ที่ติดตั้งเฉพาะรถยนต์ระดับหรูในเครือโฟล์คสวาเกน กรุ๊ป ไม่ว่าจะเป็น ออดี้ ปอร์เช่ และเบนท์ลีย์ ทำให้ยานยนต์รุ่นนี้ ขับเคลื่อนได้เต็มประสิทธิภาพ และประหยัดน้ำมันอย่างสูงสุด พร้อมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4 Motion อัจฉริยะ ผสานกับระบบ ABS, ระบบ ESP, ระบบ Differential Lock ไฟฟ้า และระบบกันสะเทือนที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการขับขี่ได้อย่างอิสระ และมั่นใจในทุกเส้นทาง
ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ระดับ 5 ดาว จากการทดสอบการชนของ ANCAP หรือ Australian New Car Assessment Program
+ฮุนได แกรนด์ สตาเร็กซ์ พรีเมียม
ฮุนได ตอกย้ำความเป็นผู้นำในเซ็กเมนต์รถยนต์ Luxury MPV ด้วยการเปิดตัวแกรนด์ สตาเร็กซ์ พรีเมียม รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งแท้ๆ จากโรงงาน สำหรับครอบครัวยุคใหม่รสนิยมพรีเมียม โดยตั้งราคาไว้ที่ 1.848 ล้านบาท
แกรนด์ สตาเร็กซ์ พรีเมียม เหนือชั้นกว่า ด้วยพื้นที่ใช้สอยและความสบายส่วนตัว ไร้เคาน์เตอร์กั้นกลางห้องโดยสาร แต่ทดแทนด้วยระบบความบันเทิงแนวใหม่ซึ่งประกอบไปด้วยจอ LCD แบบพับเก็บได้ด้วยไฟฟ้าติดเพดานขนาด 10.2 นิ้ว ต่อเชื่อมกับเครื่องเล่น DVD head unit ด้านหน้า ซึ่งสิ่งที่ผู้ใช้ได้รับคือที่นั่งแถวหน้าด้านคนขับที่มีอิสระในการปรับตำแหน่ง และเบาะนั่ง Double VIP Seats ให้ความสบายที่พิเศษกว่า ปรับเอนนอนและที่รองรับต้นขาด้วยไฟฟ้า และปรับเลื่อนตำแหน่งบนรางเลื่อนนิรภัยได้มากกว่าเดิม เพื่อความลงตัวของการใช้พื้นที่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
แกรนด์ สตาเร็กซ์ พรีเมียม ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร เทอร์โบดีเซลคอมมอนเรลรุ่นใหม่ "แรงบิดสูง" มาตรฐานยูโร 4 ให้กำลังสูงสุดที่ 175 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 441 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 2,250 รอบต่อนาที ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อมโหมดแมนนวล สร้าง engine brake ในยามที่ต้องการ และเพิ่ม traction ยามเข้าโค้งในรูปแบบที่รถ Luxury MPV ขนาดใหญ่ต้องการ
+ฟอร์ด โฟกัส ใหม่
ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัว ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ที่มีจุดเด่นด้านการออกแบบที่โฉบเฉี่ยวและให้อารมณ์สปอร์ต รวมถึงความสนุกในการขับขี่และการประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้ ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ยังนำเสนอเทคโนโลยีอันชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรกและหยุดรถได้เองเมื่อมีคนเดินตัดหน้ากะทันหัน ระบบถอยจอดรถเองอัตโนมัติ และอุปกรณ์ต่างๆ มากมายในราคาที่เป็นเจ้าของได้ ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในเซ็กเมนต์นี้ โดยวางจำหน่าย 2 รุ่น คือ สำหรับรุ่นสปอร์ต และสปอร์ต พลัส มาพร้อมตัวถังแบบแฮตช์แบ็ก 5 ประตู ส่วนรุ่นไทเทเนียม และไทเทเนียม พลัส มาพร้อมตัวถังแบบซีดาน 4 ประตู โดยมีราคาตั้งแต่ 7.59 แสนบาท จนถึง 1.079 ล้านบาท ทั้งนี้ ฟอร์ด โฟกัส ใหม่เป็นรถคันแรกที่ได้รับการผลิตที่โรงงานแห่งใหม่อันทันสมัยของฟอร์ดในจังหวัดระยอง ซึ่งเกิดจากการลงทุนมูลค่า 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท)
+ลัมโบร์กินี อเวนทาดอร์ LP 700-4
ค่ายนิช คาร์ ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแบรนด์ลัมโบร์กินีแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยได้ฤกษ์เปิดตัวกระทิงน้องใหม่ ลัมโบร์กินี อเวนทาดอร์ LP 700-4 โรดสเตอร์ ซึ่งไทยถือเป็นประเทศที่ 3 รองจากสิงคโปร์ , มาเลเซีย โดดเด่นด้วยหลังคาเปิดประทุน โดยตัวหลังคาถูกขึ้นรูปเป็น 2 ชิ้น ทำขึ้นมาจากวัสดุน้ำหนักเบาคาร์บอนไฟเบอร์ ที่นำเทคโนโลยี RTM และ Forged Composite ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ทางลัมโบร์กินีคิดค้นและเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ถือว่าเป็นวัสดุที่ดีที่สุดสำหรับการผลิตรถซูเปอร์คาร์โรดสเตอร์ เพราะสามารถรองรับแรงเสียดทาน และให้ความแข็งแรงทนทานในทุกสภาพของตัวรถ ขุมพลัง ของ ลัมโบร์กินี อเวนทาดอร์ LP 700-4 คือเครื่องยนต์ขนาด 6.5 ลิตร V12 สูบ ให้กำลัง 700 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ ISR 7 สปีด อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 3 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 350 กม./ชม. ด้วยช่วงล่างแบบรถแข่ง push – rod โดยรถรุ่นนี้มีการบรรจุเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดทั้ง Start & Stop System ที่มีการ.. และ Cylinder Deactivation System : CDS
+เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ คลาส
เมอร์เซเดส-เบนซ์ สร้างความฮือฮา เมื่อประกาศเปิดตัว เบนซ์ เอ คลาส รถยนต์ไซซ์เล็กในราคาที่กระชากใจมาก เพียง 1.89 ล้านบาท มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้ายังเจเนอเรชัน –คนรุ่นใหม่ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง มีให้เลือกทั้ง รุ่น A 180 Style และ A 250 AMG Sport
สำหรับความแปลกใหม่ของเบนซ์ เอ คลาส ใหม่ คือรูปโฉมที่แปลกไปกว่ารุ่นก่อนหน้านี้แบบสิ้นเชิง โดยในรุ่นใหม่มีขนาดที่ใหญ่-ยาว-กว้างขึ้น และมีการดีไซน์ในแบบ Two-box ที่สื่อให้เห็นถึงความเป็นสปอร์ต คล่องแคล่ว ปราดเปรียว โดดเด่น เครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 4 สูบเทอร์โบ ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 7G-DCT พร้อมด้วยฟังก์ชัน ECO Start/Stop พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชัน และมีระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย โดย A 180 Style มาพร้อมขนาดเครื่องยนต์ 1595 ซีซี แรงม้าสูงสุดที่ 122 แรงม้าต่อ 5,000 รอบต่อนาที ขณะที่แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 200 นิวตัน-เมตร ที่ความเร็วรอบ 1,250-4,000 รอบต่อนาที ด้าน A 250 AMG Sport มาพร้อมกับขนาดเครื่องยนต์ 1991 ซีซี แรงม้าสูงสุดที่ 211 แรงม้าต่อ 5,500 รอบต่อนาที ส่วนแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 350 นิวตัน-เมตร ที่ความเร็วรอบ 1,200-4,000 รอบต่อนาที
ส่วนระบบความปลอดภัยก็มาครบครัน ไม่ว่าจะเป็นกระจกส่องหลังลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP, ระบบช่วยเบรก BAS ที่จะทำงานร่วมกับระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS ,ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) , ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR ที่ช่วยรักษาเสถียรภาพการทรงตัวและการยึดเกาะถนน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,805
วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2555 - 2 มกราคม พ.ศ. 2556




