Homeท่องเที่ยวท่องเที่ยว&บริการ Tourism ปีท่องท่องเที่ยวไทยไขกลยุทธ์ปั๊มรายได้1.14 ล้านล.

ปีท่องท่องเที่ยวไทยไขกลยุทธ์ปั๊มรายได้1.14 ล้านล.

พิมพ์

แน่วโนมปีนี้ทุกภาคสวนที่ เกี่ยวของทั้งภาครัฐและ เอกชน ล้วนมองในมุมบวกว่าปีนี้จะยังคงเป็นปีที่ดีมากของการท่อง เที่ยวไทย หากสถานการณ์การเมืองของ ไทยยังนิ่ง และสภาวะเศรษฐกิจโลกไม่ได้ ยํ่าแย่ลงกว่าที่เป็นอยู่

alt***คาดทัวริสต์ 24.5 ล้านคน    
    สอดคลองกับการปรับเพิ่มเป้า หมายการท่องเที่ยวในปีนี้ ของการท่อง เที่ยวแห่งประเทศไทยหรือททท.ที่คาดว่า แน่วโนมการขยายตัวของการท่องเที่ยว ไทย จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทาง มาเที่ยวไทย 24.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น11% สร้างรายได้เขาประเทศสูงสุดเป็น ประวัติการณ์คือ 1.14 ล้านล้านบาท เพิ่ม ขึ้น 9% ยังไม่รวมรายได้จากการท่อง เที่ยวภายในประเทศ ที่คาดว่าจะแตะ 4-5 แสนล้านบาท
    “การขยายตัวของการท่องเที่ยว ไทยปีนี้จะเป็นไปในทิศทางบวกแน่นอน เห็นได้จากหลายสัญญาณบวกที่จะเกิด ขึ้น และองค์กรท่องเที่ยวโลกแห่ง สหประชาชาติหรือ UNWTO ก็มองว่า ท่องเที่ยวไทยจะมีภาพรวมที่เป็นบวก  โดยนักท่องเที่ยวจากตลาดจีนมีการขยาย ตัวเป็นอย่างดี อินเดีย รัสเซีย ฝรังเศส โปแลนด์ ตุรกี มีการเติบโตต่อเนื่อง เกาหลี ญี่ปุนฟื้นตัว ส่วนตลาดยุโรป หาก สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจไม่ได้เลวร้าย ลงจากเดิม ก็ไม่น่าจะกระทบต่อการท่อง เที่ยว เพราะในปีที่ผ่านมาตลาดยุโรปก็ยัง มีการขยายตัวอยู่ แต่จะเป็นการเติบโต แบบชะลอตัว สวนทางกับตลาดเอเชียที่ เติบโตแบบกาวกระโดด” นายสุรพล เศวต เศรนี ผูว่าการ ททท. ให้ความมั่นใจอีก หนึ่งสัญญาณบวกคือ การพัฒนาของสาย การบินต่างๆ ที่มีการใหบริการและเชื่อม ต่อเข้าถึงเมืองรองมากขึ้น
**ทัวริสต์จนแตะ 3 ล้านคน     
    “ตลาดที่เติบโตสูงสุดในปีนี้ จะยัง คงเป็นตลาดจีน ซึ่งมีแนวโน้มว่าน่าจะอยู่ ที่ 2.8 ล้านคนหรือแตะ 3 ล้านคนก็มี ความเป็นไปได้ และหากเป็นเช่นนี้ในปีนี้ การเซ็นเอ็มโอยูระหว่างไทยจีน ที่จะเพิ่ม นักท่องเที่ยวระหว่างกันอยูที่ 4 ล้านคน คือเป็นนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยว ไทย 3 ล้านคน และคนไทยเดินทางไป เที่ยวจีน 1 ล้านคน ก็จะประสบความ สําเร็จ ขณะที่ตลาดอินเดีย ก็มีสัญญาณว่าน่าจะเพิ่มเป็นหลักล้านคนได้” นาย สรรเสริญ เงารังษี รองผูว่าการด้านตลาด เอเชียและแปซิฟกใต้ ททท. ให้ความเห็น
***เน้นขายเดสติเนชันใหม่             
    รูปแบบการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในปีนี้ของททท.ก็มีการปรั่บเปลี่ยนเพื่อ ใหสอดคลองกับเป้าหมายการผลักดันให้ ประเทศไทยเป็นควอลิตี เดสติเนชัน เพื่อ รักษาฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มเดิมและ ขยายฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่
    โดยปีนี้ททท.จะโปรโมตเดสติเน ชันใหม่ๆในกลุ่มตลาดเอเชีย ให้ติดตลาด การท่องเที่ยวของไทย แทนในอดีตที่ผ่าน มาซึ่งโปรโมตเดสติเนชันหลัก อย่าง กรุง เทพฯ ภูเก็ต พัทยา เป็นสําคัญ ซึ่งจะมี การโปรโมต จ.กระบี่ เพื่อให้เกิดกระจาย การท่องเที่ยวออกจากภูเก็ตที่หนาแน่น 
**การโปรโมต จ.เชียงใหมให้เข้มข้นขึ้น
      เนื่องจากเชียงใหม่มีเส้นทางบิน ตรงกว่า 8 เสนทางจาก 8 สายการบิน ซึ่ง จะทําให้ตลาดจากตะวันออกกลางมาเที่ยวเชียงใหม่มากขึ้น
     รวมไปถึงการโปรโมตเกาะสมุย เป็นเดสติเนชันใหม่ด้วย เนื่องจากมีเที่ยว บินตรงจากจีนเขาสมุย ในเส้นทาง เฉินตู-สมุย ทั้งยังจะขยายพื้นที่จุดขาย ทางทะเล โดยโปรโมตเกาะช้างเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังจะชูกลยุทธการขาย “ไทยแลนด์ แอนด์บียอนด์” รับเออีซี ที่จะเน้นโปรโมต การท่องเที่ยวของไทยเชื่อมโยงใน อาเซียน 10 ประเทศ
      ขณะเดียวกันยังจะเน้นการโปรโมตกิจกรรมที่เจาะตลาดนิชมาร์เก็ต เช่น  กอล์ฟ ฮันนี่มูน ช็อปปิ้ง การดึงตลาด อินเดียมาจัดงานแต่งงานในไทย การ โปรโมตการท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ ในกลุ่มตลาดจีน โดยโหนกระแสภาพยนตร์ดังในจีนเรื่องลอส อิน ไทยแลนด์ ที่กว่า 80% ของภาพยนตรถายทําใน กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ซึ่งแม้จะฉายในจีนเพียง 2 สัปดาห์แต่ได้รับคว่ามนิยมจากผู้ชมสูงสุด รวมทั้งในปีหน้าประเทศไทยจะมีจุดขายใหม่ที่จะเป็นแม็กเนตในการโปรโมตการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดศูนย์ประชุมเชียงใหม่ โครงการสวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์กแห่งแรกของโลก ที่ ต.บาเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
***โฟกัสดิจต่อลมารเก็ตติ้ง
      เช่นเดียวกันการขยายชองทาง การทําตลาด ซึ่งททท.จะเน้นการพัฒนา สื่อดิจิต่อลให้ทัดเทียมกับเทคโน โลยีการ สื่อสารทั่วโลก โดยใช้ช่องทางในการทํา ตลาดผ่านทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการ สร้าง Community ใหม่ขึ้น ภายใต้ชื่อ Amazing Thailand บน LINE แอพพลิเคชั่น การทําตลาดออนไลน์ในยุโรปและอเมริกาที่มีการใช้ภาษาอังกฤษ รวมถึง ประเทศที่ใช้ภาษาพิเศษ เช่น จีน ญี่ปุน และรัสเซีย
      การพัฒนาแอพพลิเคชัน “เที่ยว หัวใจใหม่” (Thailand Tourism) รองรับ ผู้ใช้สมารทโฟนทั้งไอโฟนและแอน ดรอยด์ ซึ่งในประเทศไทยมีผู้ใช่แล้วกว่า 17 ล้านคน เพื่อให้ข้อมูลด้านการท่อง เที่ยวและโปรโมชันพิเศษ การใส่กิจกรรม พิเศษแตละเดือน ภายในเกมสมายแลนด์ (เกมออนไลน์เกมแรกบนเฟซบุ๊กที่ ททท. สร้างขึ้น)
    รวมทั้งการเป็นพันธมิตรกับ 3 เว็บไซตชั้นนํา คือทริป แอดไวเซอร์, กู เกิล (Street View) และ Zizzee โดยทริป แอดไวเซอร์ เพื่อนําเสนอคําแน่ะนําที่เชื่อ ถือได้จากนักท่องเที่ยวตัวจริงและนํา เสนอขอมูลการท่องเที่ยวเพื่อใช้ในการว่างแผนการเดินทาง โดย ททท. จะนํารีวิว หรือความคิดเห็นต่างๆ จากทริป แอดไวเซอร์มาประกอบข้อมูลในเว็บไซตหลัก ของ ททท.www.tourismthailand.org    
    ขณะที่ในส่วนของ Zizzee ซึ่งเป็น เว็บไซตเปรียบเทียบราคาโรงแรม รถเช่า สายการบิน และเป็นแหล่งรวมโปรโมชัน ต่างๆ จากโรงแรมชั้นนํามากมาย ททท. ได้นําระบบ meta search มาใช้ในเว็บ ไซตททท. เพื่อให้ผู้เขาชมข้อมูลเขาถึงผู้ ประกอบการและตัวแทนธุรกิจนําเที่ยว จากทัวประเทศกว่า 2 แสนราย ในรูปแบบ Travel-One Stop Service เพื่ออํานวยความสะดวกในการใหบริการนักท่องเที่ยว ทั่วโลก และเพิ่มช่องทางส่งเสริมการขาย ใหม่ๆ แก่ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว
     ทั้งหมดเป็นกลยุทธ์การทําตลาด การท่องเที่ยวไทยที่จะเกิดในปีนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,806  วันที่   3 - 5  มกราคม พ.ศ. 2556

 

Read : 2479 times

jL Poll Module1

ลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องเลื่อนการประกาศใช้ออกไปอีก 3 เดือน ท่านเลือกแนวทางไหน


 

Poll (2)

สรรพากรจี้5แสนรายผู้ค้าอี-คอมเมิร์ชต้องแจ้งเสียภาษี ท่านเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*