หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home Breaking News ข่าวในประเทศ วินเนอร์ กรุ๊ป ฉลอง 30 ปีเดินหน้าสู่ผู้นำตลาดธุรกิจอาหาร

วินเนอร์ กรุ๊ป ฉลอง 30 ปีเดินหน้าสู่ผู้นำตลาดธุรกิจอาหาร

พิมพ์

 

altบริษัท วินเนอร์ กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จํากัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าทางด้านอาหารครบวงจรทั้งสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ฟูดส์เซอร์วิส และสินค้าอุปโภคบริโภค
 ที่อยู่คู่กับคนไทยมานานกว่า 30 ปี ฉลองความสำเร็จของธุรกิจกับการเติบโตที่ผ่านมากับยอดขายทะลุ 1,400 ล้านบาท และในปีนี้วินเนอร์ กรุ๊ป พร้อมดันแผนการตลาด ปรับกลยุทธ์รับมือตลาดทั้งในและต่างประเทศ และการเปิดตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC หวังปีนี้เติบโตอีกไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 โดยมีแผนจะระดมทุนนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปีนี้ ซึ่งในระยะยาวคาดว่าจะสามารถผลักดันให้บริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดดได้อย่างแน่นอน
 
 
นายเจน วองอิสริยะกุล ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท บริษัท วินเนอร์ กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จํากัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาวินเนอร์ กรุ๊ปเป็นบริษัทที่อยู่กับธุรกิจอาหารของคนไทยมาอย่างยาวนาน ที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมอาหารของคนไทยมาโดยตลอด โดยในช่วงแรกเราได้นำเข้าสินค้าวัตถุดิบและส่วนประกอบอาหารสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร และต่อมาได้ต่อยอดกับการขยายไปในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อเจาะตลาดเข้าทั้งช่องทางฟูดส์เซอร์วิสและผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งทำให้สินค้าของเราได้เข้าไปอยู่ในทุกภาคส่วนของธุรกิจอาหาร ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยทุกคน กว่า 30 ปีในการดำเนินธุรกิจของเราสามารถเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพ มาตรฐานของวินเนอร์ กรุ๊ปได้เป็นอย่างดี และในวันนี้เราพร้อมที่จะเติบโตเคียงคู่ไปกับคนไทย กอปรกับมุ่งขยายธุรกิจรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศ และการเปิดตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 ที่จะถึงในอนาคตอันใกล้
 
 
นายเจน กล่าวอีกว่า ในการเตรียมความพร้อมของวินเนอร์ กรุ๊ปที่จะรุกตลาดสู่ผู้นำของธุรกิจอาหารของประเทศไทย เราได้มองถึงโอกาสในระยะยาวของเศรษฐกิจ การเติบโตของประเทศ และช่องว่างทางการตลาดที่ยังมีอีกมาก โดยในปีนี้ถือเป็นความสำเร็จที่เราภาคภูมิเป็นอย่างมาก ที่ธุรกิจของเราก้าวสู่รากฐานที่แข็งแรงมั่นคงกับก้าวที่ 30 ปี เสมือนคนหนุ่มที่พร้อมเดินหน้าสู่สนามธุรกิจอย่างมีศักยภาพ ซึ่งวันนี้เราได้เพิ่มกำลัง เพิ่มศักยภาพของบริษัทในหลายๆ ด้าน รองรับการเติบโตของวินเนอร์ กรุ๊ปในปีนี้และในอนาคต วันนี้วินเนอร์ กรุ๊ปให้ความสำคัญในคุณภาพ สินค้า และบริการของเราเป็นอันดับหนึ่ง แต่เหนือสิ่งอื่นใดบุคลากรที่มีคุณภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรายึดมั่นเสมอมาทั้งทัพเก่าและทัพใหม่ที่จะเสริมทัพอีกเป็นจำนวนมาก
 
 
“สินค้าภายใต้การดำเนินงานของ “วินเนอร์ กรุ๊ป” นอกจากการนำเข้าแล้ว เรายังมีโรงงานผลิตของเราเอง ซึ่งปัจจุบันผลิตสินค้ากลุ่มสารผสมต่าง ๆ เช่น ผงฟูและน้ำตาลไอซิ่ง และในปีนี้เรามีแผนที่จะขยายพื้นที่ของโรงงาน และเพิ่มกำลังการผลิตอีกเท่าตัวให้เพียงพอต่อความต้องการสำหรับภาคธุรกิจ และรองรับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นการตั้งรับเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนอนาคตของเราที่จะเจาะสู่ตลาด เวียดนาม พม่า ลาว เป็นต้น ซึ่งประเทศเหล่านี้ต่างมีการขยายและเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร และยังมีช่องว่างทางการตลาดมีความต้องการสินค้าวัตถุดิบทางด้านอาหารอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปีนี้และในอนาคตอันใกล้เราเชื่อมั่นว่าธุรกิจของเรายังคงจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าจะสามารถทำรายได้ผลักดันให้วินเนอร์ กรุ๊ปเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งวางเป้าหมายของปีนี้จะสามารถเติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และในอนาคตเราจะเติบโตแบบก้าวกระโดดตามแผนธุรกิจที่เราวางเอาไว้ และหากเราสามารถจดทะเบียนเข้าในตลาดหลักทรัพย์เสร็จภายในสิ้นปีนี้ ผมเชื่อมั่นว่า วินเนอร์ กรุ๊ปจะสามารถก้าวสู่ผู้นำตลาดของประเทศไทยได้อย่างแน่นอน
 
 
นางสาวกนกพรรณ เกรียงไกรกฤษฎา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วินเนอร์ กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จํากัด กล่าวว่า ในช่วงแรกวินเนอร์ กรุ๊ป เสมือนว่าเป็นรากและเป็นต้นน้ำของธุรกิจอาหารภายในประเทศ ซึ่งเรียกได้ว่าเกือบทุกผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยจะมีส่วนประกอบของอาหารมาจากเรา ดังนั้นเราได้เลือกวัตถุดิบคุณภาพ นำเข้าจากหลากหลายแหล่งกำเนิดที่ดีที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และช่วยพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของอุตสาหกรรมอาหารไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ จนถึงปัจจุบันเราได้เติบโตและขยายธุรกิจจนครอบคลุมทุกช่องทางของธุรกิจอาหารทั้งในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรม, ฟูดส์เซอร์วิส และช่องทางค้าปลีก โดยเราได้นำเข้าทั้งวิตถุดิบที่เป็นต้นน้ำ ส่วนประกอบอาหาร อาทิ แป้งมันฝรั่ง แป้งโมดิฟายด์ แป้งสาลี วีทกลูเต้น มอลโตเด็กซ์ตริน XANTHAN & GELLAN GUM CMC ไข่ผง วัตถุกันเสีย เครื่องเทศ  ยีสต์ ผงฟู ไอซิ่ง สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ผงโกโก้ พาสต้า น้ำมันมะกอก เคมีภัณฑ์ อาหารอื่นๆ ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ Microwave Popcorn ตรา Pop Secret, ธัญพืชแท่ง Nature Valley, แป้งเบเกอรี่สำเร็จรูป Betty Crocker, แยม Streamline, น้ำผลไม้ Harvey Fresh
 
 
“ซึ่งในปีนี้เรายังคงมีแผนที่จะเพิ่มการนำเข้าสินค้าระดับพรีเมี่ยมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเจาะตลาดกลุ่มที่มีกำลังซื้อในประเทศ กลุ่มคนต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย และต้องการสินค้าคุณภาพที่มาจากต่างประเทศ ดังจะเห็นได้จากการเติบโตของกลุ่มเหล่านี้ที่เพิ่มปริมาณมากขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่และตามหัวเมืองใหญ่ในประเทศ นอกจากนี้เราก็ได้วางแผนที่จะเพิ่มกลุ่มสินค้าที่เป็น Mass เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคให้กว้างขวางขึ้นภายใต้แบรนด์ของวินเนอร์ กรุ๊ปเองด้วย นอกเหนือจากนั้นในปีที่ผ่านมาเราได้ขยายไปสู่ธุรกิจบริการอาหารและเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงโดยเปิดร้านกาแฟระดับพรีเมี่ยมภายใต้ชื่อ “Delice” รวม 2 สาขาที่ Park Lane เอกมัย และ The Promanade ซึ่งถือเป็นการต่อยอดของธุรกิจภายใต้ “วินเนอร์กรุ๊ป”
 
 
นางสาวกนกพรรณ กล่าวอีกว่า ในธุรกิจของเราที่ผ่านมาเราได้เดินหน้าพัฒนาตลาด เพิ่มกลุ่มลูกค้า ขยายฐานการผลิตเพื่อรองรับตลาดอยู่เสมอและตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานคุณภาพสินค้าและบริการที่ดี ดังจะเห็นได้จากการเติบโตที่ผ่านมา กับระยะเวลาของธุรกิจที่เติบโตยาวนานมากว่า 30 ปี วันนี้ในการเดินหน้าสู่ตลาดเราปรับทัพ กลยุทธ์ แผนการตลาด เพื่อก้าวสู่ธุรกิจที่มั่งคงและยั่งยืนในอนาคต เราได้วางแผนที่จะเดินหน้าสร้างสินค้าภายใต้สัญลักษณ์ “วินเนอร์ กรุ๊ป” ให้เคียงคู่อยู่ในใจผู้บริโภคคนไทย เสมือนกับเราเป็นครอบครัวเดียวกันที่เติบโตมาพร้อมๆ กัน ดังนั้น ในปี 2556 เราตั้งงบประมาณการตลาดในทุกช่องทางรวม 140 ล้านบาท ทั้งในส่วนของการพัฒนาธุรกิจโดยตรงกับผู้ใช้ที่เป็น End User ในอุตสาหกรรมและฟูดส์เซอิร์วิส ซึ่งเน้นในด้านการให้บริการทางเทคนิค การนำเสนอเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางด้านอาหารใหม่ ๆ และอีกส่วนหนึ่งสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านช่องทางค้าปลีก ทั้ง Modern Trade และ General Trade ซึ่งเราได้วางแผนทั้งในส่วนของ Above the line และ Below the line สำหรับการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมส่งเสริมการตลาด ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างตลาดวางรากฐานที่มั่นคงในอนาคต รองรับการขยายฐานการผลิตในสินค้าภายใต้ “วินเนอร์ กรุ๊ป” สู่กลุ่มผู้บริโภคที่กว้างขึ้น เป็นการ สร้างความเชื่อมั่น ภาพลักษณ์ที่ดี เรามั่นใจว่าจะสามารถผลักดันตราสินค้าภายใต้ “วินเนอร์ กรุ๊ป” และขับเคลื่อนสินค้าและบริการของเราสู่ มาตรฐาน คุณภาพ ที่เราให้ความสำคัญมาโดยตลอด เราเชื่อมั่นว่า “วินเนอร์ กรุ๊ป” จะสามารถผลักดันยอดขายให้ได้ตามเป้าตามที่เราวางเอาไว้อย่างแน่นอน
 

Read : 937 times

jL Poll Module1

เงินจ่ายคืนภาษีรถคันแรกปีนี้ไม่พอ คลังขอใช้งบกลาง/เงินคงคลังหมื่นล.ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

ห่วงศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีนายกฯ จุดชนวนรุนแรง ท่านเชื่ออย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*
เตาแก๊ส ขายเตาแก๊ส หวย เตาอบ ตู้กดน้ำ