หนังสือพิมพ์ดิจิตอล
รับสมาชิกฉบับดิจิตอลออนไลน์ คลิ๊ก .. AIS Bookstore | Ookbee
Homeข่าวหน้า1คอลัมน์ : ข่าวหน้า1 ส่งออกน้ำตาลระส่ำเงินบาทแข็ง

ส่งออกน้ำตาลระส่ำเงินบาทแข็ง

พิมพ์

 ผู้ส่งออกน้ำตาลรับศึกหนัก 2 เด้งทั้งราคาน้ำตาลโลกร่วงต่ำสุดในรอบ 32 เดือน คืนวันวาเลนไทน์กดราคาดิ่ง เหลือ 17. 94 เซ็นต์/ปอนด์ จากปัจจัยผลผลิตในบราซิลตัวแปรหลัก  บาทแข็งกระแทกซ้ำ ฉุดรายได้เป็นเงินบาทลดลง บริษัทค้าผลผลิตน้ำตาล ชี้ รายได้จากการส่งออกน้ำตาล 20 โรงงาน ลดลงแล้ว 25-30%    อนท.ชี้ มีน้ำตาลล้นตลาดแล้วกว่า10 ล้านตัน

    นายภิรมย์ศักดิ์ สาสุนีย์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ค้าผลผลิตน้ำตาล จำกัด หรือ TSTC เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในประเทศไทยขณะนี้ว่า ผู้ส่งออกน้ำตาลกำลังรับศึกหนักกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก2 ส่วนใหญ่ โดยส่วนแรกมาจากราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลก เมื่อคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ราคาในตลาดนิวยอร์กลดลงเหลือ 17.94 เซ็นต์/ปอนด์ เปรียบเทียบกับราคาน้ำตาลทรายดิบในช่วงเดียวกันปีที่แล้วอยู่ที่ 24-25เซ็นต์/ปอนด์ ถือว่าตกต่ำที่สุดในรอบ 32 เดือน หลังจากที่ราคาน้ำตาลเคยทุบสถิติสูงสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ที่ราคา 36.08 เซ็นต์/ปอนด์
    ทั้งนี้เนื่องจากผลผลิตในประเทศบราซิลมีปริมาณอ้อยและน้ำตาลที่สูงขึ้น จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณอ้อยไม่ถึง 500 ล้านตันอ้อย เพราะด้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ  แต่สุดท้ายปริมาณอ้อยกลับพุ่งสูงถึง 532 ล้านตันอ้อย  ทำให้ผลิตน้ำตาลได้ถึง 34 ล้านตันน้ำตาล โดยในจำนวนนี้บราซิลส่งออกราว 23-25 ล้านตัน ถือว่าเป็นปริมาณส่งออกที่เพิ่มขึ้น  ในขณะที่บางประเทศก็ผลิตน้ำตาลในประเทศได้มากขึ้นจึงพึ่งพาการนำเข้าลดลง เช่น อินเดียและ จีน  จึงส่งผลทำให้ปริมาณน้ำตาลในตลาดโลกมีเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และไม่สมดุลกับความต้องการใช้จนทำให้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกตกต่ำลง
    นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับผลกระทบบาทแข็งค่าฉุดให้รายได้ที่เป็นค่าเงินบาทลดลงกระทบโรงงานน้ำตาลที่เป็นสมาชิกส่งออกผ่าน TSTC ประกอบด้วยกลุ่มน้ำตาลบ้านโป่ง กลุ่มมิตซุย กลุ่มน้ำตาลโคราชและน้ำตาลครบุรี กลุ่มทีซีซีหรือกลุ่มแสงโสม และกลุ่มอื่นๆ รวมจำนวน 20 โรงงานน้ำตาล  ที่มีการส่งออกน้ำตาลทรายดิบ ปี2554/55 รวมจำนวน 2.5 ล้านตัน ก็คาดว่าปี 2555/56 จะส่งออกลดลงเหลือ 2.2 ล้านตัน จากที่ผลผลิตในประเทศลดลง ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้โรงงานน้ำตาลที่ส่งออกโดยTSTC จะมีรายได้ลดลงจากการส่งออก 25-30%
    อย่างไรก็ตามโดยรวมแล้วบราซิลจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้มีปริมาณน้ำตาลส่วนเกินมากขึ้น  ซึ่งในฤดูการผลิตปี 2556/57 ของบราซิลที่จะเริ่มเปิดหีบขึ้นในเดือนเมษายนนี้ ปริมาณอ้อยจะเพิ่มขึ้นจาก 532 ล้านตันอ้อยเป็น 580 ล้านตันอ้อย แต่รัฐบาลบราซิลจะหันไปให้ความสำคัญกับการผลิตเอทานอลมากขึ้นโดยเพิ่มสัดส่วนเอทานอลในน้ำมันจาก 20% เป็น25% ทำให้ราคาเอทานนอลเพิ่มขึ้น หากเป็นเช่นนี้ก็น่าจะทำให้ราคาน้ำตาลดีขึ้นในขณะที่นโยบายของบราซิลกำลังพิจารณายกเว้นภาษีการผลิตเอทานอลก็จะยิ่งทำให้ราคาเอทานอลมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 3.5%"
    ทั้งนี้ข้อมูล จากบริษัท ไทยซูการ์ มิลเลอร์ จำกัด แจ้งว่า ปริมาณการส่งออกน้ำตาลของไทยแยกตามบริษัทผู้ส่งออกเปรียบเทียบปี 2555 กับปี 2556  ประกอบด้วย 1.บริษัท ค้าผลผลิตน้ำตาล ปี 2555 มีการส่งออก 2.630 ล้านตัน ปี 2556 ประมาณการว่าจะส่งออก จะอยู่ที่ 2.400 ล้านตัน 2.บริษัท ส่งออกน้ำตาลสยาม จำกัด ส่งออก 1.402 ล้านตัน ปีนี้คาดว่าจะส่งออก 1.300 ล้านตัน 3.บริษัท แปซิฟิค ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ส่งออก ที่ 1.389 ล้านตัน คาดว่าปี 2556 จะส่งออก 1.200 ล้านตัน 4.บริษัท ที.ไอ.เอส.จำกัด ส่งออก 0.840 ล้านตัน คาดว่าปีนี้จะส่งออก 0.800 ล้านตัน 5.บริษัท การค้าอุตสาหกรรมน้ำตาล จำกัด ส่งออกปีที่แล้ว 0.688 ล้านตัน คาดว่าจะส่งออกปีนี้ 0.600 ล้านตัน 6.บริษัท เค.เอส.แอล เอ็กซ์ปอร์ต เทรดดิ้ง จำกัด ส่งออกปีที่ผ่านมา 0.533 ล้านตัน ประมาณการว่าปีนี้จะส่งออก 0.500 ล้านตัน รวมสัดส่วนที่ผู้ผลิตน้ำตาลในประเทศส่งออกทั้งสิ้นปี 2555 จำนวน 7.482 ล้านตัน ปี 2556 ประมาณการว่าจะส่งออก 6.800 ล้านตัน
    นายภิรมย์ศักดิ์ กล่าวอีกว่าราคาน้ำตาลปัจจุบันลดลง 25% เมื่อเทียบกับช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา บริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด หรือ อนท. ในฐานะผู้ส่งออกน้ำตาลโควตา ข. (โควตาส่งออก)  ได้ทำราคาขายน้ำตาลดิบล่วงหน้าปี 2555/2556  ไว้จำนวน 44% ถือว่าปลอดภัยแล้ว เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำตาลโควตา ข. ที่จะต้องมีการส่งออก 8 แสน ตัน/ปี โดยขายในราคา 25 เซ็นต์/ปอนด์ (รวมพรีเมียมแล้ว) แต่ยังเหลือน้ำตาลส่งออกอีก 56% ที่ยังไม่ได้ขายมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 23 เซ็นต์/ปอนด์ และเชื่อว่าจะได้รับผลกระทบเพราะมีแนวโน้มว่าจะขายได้ในราคาต่ำกว่าเดิม และเมื่อนำเอาราคา 2 ตัวนี้มารวมกัน หัวเฉลี่ยค่าเฉลี่ยราคาอ้อยเบื้องต้นในส่วนที่เหลือจะอยู่ที่ 21 เซ็นต์/ปอนด์ ถือว่ากระทบต่อรายได้ของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลโดยรวม เนื่องจากสัดส่วนของรายได้ในอุตสาหกรรมน้ำตาลจะมาจากการส่งออกเป็นหลัก 
    โดยปัจจุบันจะมีมูลค่าการจำหน่ายน้ำตาลรวมทั้งส่งออกและขายในประเทศราว 2 แสนล้านบาท/ปี สัดส่วน 70-75% เป็นรายได้จากการส่งออก ทั้งนี้ มองว่า ภาพรวมการส่งออกน้ำตาลในปี 2556 ต้องรอดูสถานการณ์ก่อน ซึ่งหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นต้องรีบกำหนดราคาและรีบส่งออกทันทีก่อนที่ราคาจะร่วงลงไปอีก
    ด้านนายสุรัตน์ ธาดาชวสกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด (อนท.)กล่าวว่าข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาคิงสแมน เอสเอ ระบุว่าขณะนี้ปริมาณน้ำตาลในตลาดโลกอยู่ที่ 180.1 ล้านตัน ขณะที่มีความต้องการใช้ในตลาดโลกมีเพียง 169.8 ล้านตัน ทำให้มีส่วนเกินที่ล้นตลาดอยู่ 10.3 ล้านตัน ประกอบกับที่บราซิลมีปริมาณอ้อยเพิ่มขึ้นจาก 493 ล้านตันเป็น 532 ล้านตัน  และมีปริมาณเอทานอลเพิ่มขึ้นจาก 20.5 พันล้านลิตร มาเป็น 21.3 พันล้านลิตร โดยปี2555/56 บราซิลนำอ้อยมาผลิตน้ำตาลในสัดส่วน 49.99% และนำอ้อยไปผลิตเอทานอล 50.41%เทียบกับปี 2554/55 นำอ้อยมาผลิตน้ำตาล48.44% และนำอ้อยไปผลิตเอทานอล  51.56% โดยปี 2555/56 มีการนำอ้อยไปผลิตน้ำตาลมากขึ้น เลยกดดันให้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกถูกลง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,819 วันที่   17 - 20  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

 

Read : 2595 times

jL Poll Module1

คิดอย่างไร คสช.สั่งยุบเลิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สป.)


 

Poll (2)

ให้อำนาจคสช.คุมรัฐบาลได้ ท่านคิดว่าหน.คสช.จะนั่งควบเก้าอี้นายกฯด้วยหรือไม่
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*