หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home Breaking News ข่าวในประเทศ รัฐบาลเปิดตัว OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม เพื่อเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการ

รัฐบาลเปิดตัว OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม เพื่อเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการ

พิมพ์

altนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีเปิดตัว OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม เพื่อช่วยเหลือเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ มุ่งเน้นให้ผู้ที่ประสบปัญหาได้รับความคุ้มครองอย่างสะดวกรวดเร็ว ใน 3 ช่องทาง

พร้อมเชิญชวนหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมทำงานขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมให้เป็นศูนย์บูรณาการระบบส่งต่ออย่างสมบูรณ์ เพื่อทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วันนี้ (9 เม.ย.56) เวลา 14.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดตัว OSCC (One Stop Crisis Center) ศูนย์ช่วยเหลือสังคม เพื่อช่วยเหลือเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการ ที่ดำเนินงานโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี คณะรัฐมนตรี เอกอัครราชทูต ปลัดกระทรวง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนมูลนิธิ และองค์กรเอกชน รวม 700 คนเข้าร่วมงาน

เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงตึกสันติไมตรี นายกรัฐมนตรีได้ชมนิทรรศการ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม แสดงความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา 4 กลุ่ม ณ บริเวณโถงกลาง ก่อนชมการแสดงบทบาทสมมติประกอบวิดีทัศน์การช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาสังคมผ่าน OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้กล่าวรายงานโดยสรุปว่า สืบเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลให้เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และผู้พิการ มีโอกาสได้รับผลกระทบจากปัญหาต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปัญหาสำคัญใน 4 เรื่องได้แก่ 1. การตั้งครรภ์ไม่พร้อม 2. การค้ามนุษย์ 3. แรงงานเด็ก 4. การใช้ความรุนแรงต่อเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการ ซึ่งปัญหาดังกล่าวนับวันจะทวีความรุนแรงและมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งได้ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาของประเทศโดยรวม ด้วยนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมตลอดจนความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาดังกล่าว นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นเจ้าภาพร่วมกับส่วนราชการและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง พัฒนารูปแบบการให้บริการระบบ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคมเพื่อบูรณาการความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาสังคมอย่างเต็มองค์รวม และดำเนินการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มุ่งเน้นให้ประชาชนที่ประสบปัญหาได้รับความคุ้มครองอย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยในการขอรับความช่วยเหลือได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาเชื่อมโยงกับการดำเนินงาน ซึ่ง พม. ส่วนราชการ มูลนิธิ และองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันวางระบบ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคมเพื่อให้พร้อมดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยพัฒนาช่องทางการรับเรื่องราวและส่งต่อ เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งขอรับความช่วยเหลือได้โดยสะดวกใน 3 ช่องทาง ประกอบด้วย 1. แจ้งด้วยตัวเองโดยตรงที่ส่วนราชการและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศซึ่งมีมากกว่า 20,000 หน่วย 2. ฮอตไลน์ 1300 3. ที่เว็บไซต์ www.osccthailand.go.th นอกจากนี้ยังได้พัฒนาระบบสารสนเทศรองรับการดำเนินงานการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วถึง และการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรในการรับเรื่องราว การให้บริการ การส่งต่อ และการติดตามผล เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมายเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดงานและมอบนโยบายการดำเนินงาน OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สรุปสาระสำคัญว่า วันนี้ประเทศไทยมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม ที่เจริญเติบโตเป็นอย่างมาก ซึ่งบนความเจริญนั้นก็มีผลกระทบต่อสภาวะสังคม โดยเฉพาะต่อวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และสภาพความเป็นอยู่โดยรวมในสังคม ดังนั้นรัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ทำให้ประชาชนทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทั้งหญิงชายอยู่ได้ด้วยความเสมอภาคและสมศักดิ์ศรี โดยเป็นนโยบายของรัฐบาลที่พร้อมให้การสนับสนุนและทำงานบูรณาการกับทุกกระทรวงมาโดยตลอด ซึ่งเชื่อว่าทุกกระทรวงที่มารวมกันอยู่ในที่นี้และเครือข่ายทั่วประเทศก็ได้ร่วมกันพัฒนาดูแลช่วยเหลือสังคม ทั้งเด็ก สตรี ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ และผู้พิการ โดยได้มีการทำงานติดตามอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งที่ได้พบก็คือปัญหาต่าง ๆ ยังไม่ได้ลดน้อยลงไป และทุกหน่วยได้มีการประสานงานกันโดยใช้วิธีการติดตาม ส่งต่อซึ่งเป็นกระบวนการต่าง ๆ ที่ใช้เวลายาวนานมาก ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลได้ประกาศเจตนารมณ์ในวันนี้คือความแน่วแน่ที่จะร่วมกันในการบูรณาการพัฒนาระบบนี้ ให้เป็นระบบที่สมบูรณ์มีการบูรณาการอย่างแท้จริงในทุกระบบของทุกหน่วยที่มีอยู่ ทั้งภาครัฐ เอกชน มูลนิธิ และเครือข่ายภาคประชาชน โดยร่วมกันรวมพลังเป็นด่านหน้ารับเรื่องราวร้องเรียนทั้งหมด แล้วประสานส่งต่อไปยังหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกเครือข่ายที่ทำหน้าที่ดูแลอย่างเต็มที่ เพื่อให้ระบบการส่งต่อเกิดความรวดเร็ว มีกระบวนการติดตามอย่างครบวงจร รวมทั้งให้มีการฟื้นฟู เยียวยา ดูแลจิตใจให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติ สามารถยืนหยัดอยู่ได้ในสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลอยากเห็นการบูรณาการนี้ และเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อยู่ในสังคมอย่างปลอดภัย และได้รับสิทธิตามกฎหมาย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตลอดเวลาในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตนั้น รัฐบาลก็ได้มีการพัฒนาโครงการต่าง ๆ หลายโครงการตั้งแต่การสร้างระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า การบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ ในการบูรณาการระบบส่งต่อ ขอความร่วมมือจากโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนเป็นหน่วยรับผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุ เพื่อรักษาชีวิตของประชาชนให้เร็วที่สุด รวมทั้งการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากกองทุนของรัฐบาล การขยายโอกาสต่าง ๆ เช่น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนหมู่บ้านฯ กองทุนตั้งตัวได้ กองทุน SML และอีกหลายโครงการที่ภาครัฐได้จัดสรรให้ เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิเสรีภาพ ได้รับสิทธิ์ที่ภาครัฐดูแลให้อย่างเต็มที่และเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งคือเจตนารมณ์ของการบูรณาการทั้งหมด และประเทศไทยได้ปฏิบัติตามพันธกรณีที่ได้ลงนามกับนานาประเทศ ทั้งการออกกฎหมายรับรอง จัดทำแผนยุทธศาสตร์อย่างครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน ปราบปรามการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็ก การกระทำรุนแรงในครอบครัวและสังคม ตลอดจนการแก้ปัญหาแม่วัยรุ่น การทำให้สามารถที่จะอยู่ได้จากบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปของเศรษฐกิจที่พัฒนา แต่สังคม วัฒนธรรม ประเพณียังอยู่ และคุณภาพชีวิตของคนไทยยังอยู่ ซึ่งเหล่านี้เป็นการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นที่มาของเจตนารมณ์ในการบูรณาการทั้งหมด

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ศูนย์ OSCC เป็นศูนย์ในการดูแลอย่างครบวงจร โดยภาครัฐยินดีที่จะร่วมทำงานกับทุกภาคส่วน ซึ่งรัฐบาลจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการบูรณาการระบบส่งต่อ โดยใช้เทคโนโลยีเพื่อให้การพัฒนาการส่งต่อสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และสามารถที่จะใช้ติดตามแก้ปัญหา ดูแลประชาชนทุกคนอย่างเต็มที่ พร้อมกับส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างสมบูรณ์ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสาร และสำนักนายกรัฐมนตรี ในการติดตามบูรณาการและให้คำแนะนำกับทุกกระทรวง ซึ่งรัฐบาลขอเรียนเชิญทุก ๆ มูลนิธิเข้ามาทำงานร่วมกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมให้เป็นศูนย์บูรณาการระบบส่งต่ออย่างสมบูรณ์ เพื่อทำให้ปัญหาชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) การดำเนินงาน OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จากนั้น นายกรัฐมนตรีทำพิธีกดปุ่มบนแท่นปล่อยขบวนคาราวานรถ 1300 รถหน่วยเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 105 คัน ณ บริเวณตึกสันติไมตรีด้านน้ำพุ เพื่อออกให้บริการช่วยเหลือประชาชน

 

 

Read : 2029 times

jL Poll Module1

เงินจ่ายคืนภาษีรถคันแรกปีนี้ไม่พอ คลังขอใช้งบกลาง/เงินคงคลังหมื่นล.ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

ห่วงศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีนายกฯ จุดชนวนรุนแรง ท่านเชื่ออย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*
เตาแก๊ส ขายเตาแก๊ส หวย เตาอบ ตู้กดน้ำ