TIFF 2015: ASEAN Smart Living งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ที่ล้ำสมัยที่สุดของอาเซียน และเวทีเจรจาการค้าเฟอร์นิเจอร์ระดับโลก

 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับ กลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย เชิญชวนดีไซเนอร์ ผู้ผลิต ผู้ส่งออกสินค้าเฟอร์นิเจอร์ สมัครเข้าร่วมแสดงผลงานในงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ 2558 ครั้งที่ 19 หรือ TIFF 2015 ณ อาคารเดอะชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ...อ่านต่อ
Homeการตลาดคอลัมน์ การตลาด Marketing 'เอไซ'รับลูกจ่อซื้อกิจการร้านยา

'เอไซ'รับลูกจ่อซื้อกิจการร้านยา

พิมพ์

  เอไซ  เล็งซื้อกิจการร้านยาและบริษัทผู้ผลิตยาทั้งในและอาเซียน  หวังต่อยอดสร้างการเติบโต  หลังญี่ปุ่น วางใจใช้ประเทศไทยเป็นฐานผลิตและส่งออกยาในอาเซียนและอินโดไชน่า  วาดเป้าไม่เกิน 5 ปีทำยอดขาย 3 พันล้าน  ล่าสุดเปิดตัวยารักษามะเร็งเต้านมระยะลุกลามหวังรักษาผู้ป่าย 300 ราย ก่อนขายยามะเร็งอื่นเพิ่ม

ภ.ก.ทวีศักดิ์  สีทองสุรภณาภ.ก.ทวีศักดิ์ สีทองสุรภณา    ภ.ก.ทวีศักดิ์  สีทองสุรภณา  ประธานละกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอไซ (ประเทศไทย) มาร์เก็ตติ้ง  จำกัด  ผู้ผลิตและจำหน่ายยา  เปิดเผยถึงแผนธุรกิจภายใน 2 ปีนับจากนี้ว่า  บริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นได้ให้นโยบายเพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัท  ด้วยการหาพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม   เพื่อร่วมทุน, ซื้อกิจการ  หรือซื้อไลเซนส์  จากผู้ประกอบการรายเดิมแล้วมาดำเนินการต่อ   ในธุรกิจร้านขายยา หรือผลิตภัณฑ์ยา  โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจยาอยู่แล้วและมีสินค้าที่มีศักยภาพ  แต่อาจจะไม่ได้มีการขยายตลาดมากนักและต้องการขายกิจการบริษัทก็จะซื้อมาดำเนินการต่อ
    "บริษัทแม่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรองรับกับตลาดเออีซีที่จะเปิดในปี 2558 นี้  แม้ว่าปัจจุบันจะมีการส่งออกไปยังประเทศลาว  เวียดนาม  และเมียนมาร์ แล้ว  ส่วนมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และฮ่องกง  ก็มีการส่งออกไปแล้วแต่สัดส่วนส่งออกมีไม่ถึง 10%  ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายสัดส่วนส่งออกมีประมาณ 20% ของยอดขายรวม  คิดเป็นมูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท ในอนาคตไม่เกิน 5 ปี  บริษัทตั้งเป้าจะมียอดขายจากตลาดส่งออกทั้งหมดราว 1 พันล้านบาท จากยอดขายรวมทั้งหมด 3 พันล้านบาท"  ภ.ก.ทวีศักดิ์  กล่าวและว่า
    จากปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าในปีนี้  อาจจะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายยอดขายในต่างประเทศได้เช่นกัน  เนื่องจากบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายรวมไว้ทั้งปีมูลค่า 1.7 พันล้านบาทนั้น  ยอดขายในส่วนของการส่งออกเป็นการคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ  แต่ปัจจุบันค่าเงินแข็งค่าขึ้นทำให้บริษัทอาจจะทำยอดขายได้เพียง 1.5 พันล้านบาท  ซึ่งบริษัทคงจะต้องแจ้งให้บริษัทแม่ยอมรับกับผลกระทบดังกล่าวที่เกิดขึ้น  สำหรับรายได้หลักของบริษัทจะมาจากการจำหน่ายยาให้กับโรงพยาบาลรัฐและเอกชนสัดส่วน 80%  และร้านยาทั่วไปอีก 20%
    ด้านภาพรวมตลาดยาในปีนี้มีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท  มีอัตราการเติบโตประมาณ 2% และแนวโน้มอัตราการเติบโตจะลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง  จากช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตถึง 10% และเติบโตในอัตรา 4% จากปีก่อนหน้านี้  สาเหตุสำคัญเกิดจากการลดงบประมาณค่าใช้จ่ายต่อประชากร และการเพิ่มงบประมาณด้านการบริการทางการแพทย์แทน  แต่หากพิจารณาจากตลาดยาที่จำหน่ายให้กับโรงพยาบาลเอกชนยังพบว่ายังมีอัตราการเติบโตที่ดีอยู่ 
    ภ.ก.ทวีศักดิ์  กล่าวอีกว่า  ปัจจุบันบริษัทมียอดขายยากลุ่มโรคทางสมองสัดส่วน 37% ยากลุ่มโรคทางเดินอาหาร สัดส่วน 28% และที่เหลือเป็นยากลุ่มอื่นๆ เช่น กระดูกพรุน อายุรกรรม เป็นต้น  ซึ่งล่าสุดได้เพิ่มยากลุ่มโรคมะเร็งเข้ามาจำหน่าย  เริ่มต้นด้วยยารักษามะเร็งเต้านมระยะลุกลาม  ซึ่งเป็นยาเคมีบำบัดตัวแรกที่มีต้นกำเนิดจากฟองน้ำทะเลฮาลิคอนเดรีย โอคาได (Halichondria Okadai) ที่ทำการศึกษาวิจัยมานานกว่า 30 ปี  และได้วางจำหน่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรปมาก่อนหน้านี้แล้ว  และได้รับการขึ้นทะเบียนยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเดือนธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา
    สำหรับแนวทางการทำตลาดสำหรับยามะเร็งดังกล่าว  ทางบริษัทได้ใช้ทีมขายซึ่งเป็นเภสัชกรเข้านำเสนอให้กับแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชน  เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาสั่งยาให้กับผู้ป่วยต่อไป  นอกจากนี้  บริษัทยังได้ร่วมกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ  เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ป่วยให้ได้รับยาดังกล่าว  ซึ่งบริษัทจะมีการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้วยทั้งช่วยเหลือบางส่วนและช่วยเหลือทั้งหมด  โดยตามสถิติจาก WHO พบผู้ป่วยโรคมะเร็งมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  และคาดว่าในปี 2573 จะมีผู้ป่วยโรคมะเร็งมากถึง 13 ล้านคน  สำหรับประเทศไทยก็พบว่าหญิงไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น  ในปีที่ผ่านมามีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมถึง 1.15 หมื่นคน ซึ่งสัดส่วน 9% หรือประมาณ 900  คนเป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม  บริษัทคาดว่าผู้ป่วย 300 รายจะได้รับยาจากบริษัทในการรักษา  ซึ่งในอนาคตบริษัทจะเปิดตัวยารักษาโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ ต่อไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,839
วันที่  28  เมษายน - 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

 

Read : 2873 times

jL Poll Module1

เล็งเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชาท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

เสนอปฏิรูปเลิกการบริหารราชการส่วนภูมิภาค(เลิกตั้งผู้ว่าฯนายอำเภอ) ท่านมีความเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*