งาน แสดงสินค้าเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น (RHVAC) และงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิคส์ (E&E) ปี 2015 ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของประเทศไทยในระดับสากล

งานแสดงสินค้าเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น (RHVAC) และงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิคส์ (E&E) ปี 2015 สองงานใหญ่ระดับโลกที่จัดขึ้นพร้อมกัน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ...อ่านต่อ
Homeลงทุน-อุตฯลงทุน-อุตสาหกรรม ผ่าทางตันน้ำตาลตลาดโลก

ผ่าทางตันน้ำตาลตลาดโลก

พิมพ์

สถานการณ์ราคาน้ำตาลดิบในตลาดโลกขณะนี้ถือว่าอยู่ในจังหวะขาลง ราคาอ่อนตัวอยู่ในระดับเฉลี่ยที่ 17-18 เซนต์ต่อปอนด์ ไม่ได้ดีดตัวแรงเหมือนเดือนกุมภาพันธ์ปี2554

สมศักดิ์ สุวัฒิกะสมศักดิ์ สุวัฒิกะ ที่ทุบสถิติสูงสุดที่ 36.08 เซนต์ต่อปอนด์   วงการน้ำตาลตั้งข้อสังเกตว่าราคาน้ำตาลดิบจะไม่ดิ่งลงต่ำกว่า 15 เซนต์ต่อปอนด์ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วผู้ผลิตรายใหญ่อย่างบราซิลจะนำน้ำตาลไปผลิตเป็นเอทานอลมากขึ้นเพราะได้ราคาจูงใจกว่า  
    นอกจากราคาตลาดโลกที่หล่นลงฮวบฮาบแล้ว    เงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องก็ยังเป็นอุปสรรค ต่อการส่งออกน้ำตาล โดยเฉพาะปริมาณน้ำตาลที่ยังไม่ได้กำหนดราคาขายล่วงหน้า ยังไม่นับรวมถึงปัญหาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอีก  

   

    ทั้งหมดนี้นายสมศักดิ์ สุวัฒิกะ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.)ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออก และเขาเปิดใจผ่าน"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ผลกระทบเหล่านี้ถือเป็นหน้าที่และภารกิจที่สำคัญ ซึ่งช่วง4 เดือนที่เข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการสอน.  ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย เพราะอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลเกิดการเปลี่ยนแปลงและมีปัญหามาตลอด  ต้องเผชิญกับปัญหารอบตัว ทั้งภัยแล้ง ค่าเงิน ราคาตลาดโลก  ทำให้โรงงานน้ำตาลและชาวไร่อ้อยต่างตื่นตัววิตกว่าจะเกิดภาวะขาดทุนได้  เวลาส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการแก้ปัญหา เพราะจะต้องมานั่งคุยกัน เป็นการเปิดเวทีเจรจากันโดยเฉพาะเรื่องราคาอ้อยที่ชาวไร่ได้รับ 
+++มิ.ย.เบิกจ่าย160บาทต่อตันอ้อย
    ยกตัวอย่าง กรณีที่ราคาอ้อยเบื้องต้นปี2555/2556 ของชาวไร่บวกค่าภัยแล้งแล้วอยู่ที่  1,196 บาทต่อตันอ้อย  แต่การคำนวณราคาต้นทุนของภาคราชการหรือสอน. ที่เวลาคำนวณราคาต้นทุนอ้อยและน้ำตาลจะดูองค์ประกอบจากราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลก ดูอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงปริมาณผลผลิตอ้อยที่ตั้งไว้ที่ 94.4 ล้านตันอ้อย แล้วมาคำนวณปรากฏว่าได้ราคาอ้อยเบื้องต้นที่ 950 บาทต่อตันอ้อย ซึ่งชาวไร่ให้เหตุผลว่ายังเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาที่ชาวไร่ลงทุนไปแล้ว
    ปัญหาที่ผ่านมาจึงมีการเดินขบวนเรียกร้องให้เพิ่มค่าอ้อยอีก 250 บาทต่อตันอ้อย สุดท้ายมติครม.ก็พิจารณาให้การช่วยเหลือโดยเพิ่มค่าอ้อยให้อีก 160 บาทต่อตันอ้อย  ที่กองทุนอ้อยและน้ำตาล(กท.)จะไปกู้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร( ธ.ก.ส.) เท่ากับว่าค่าอ้อยเบื้องต้นจะอยู่ที่ 1,110 บาทต่อตัน ชาวไร่ก็น่าจะอยู่ได้ ทั้งหมดนี้ผ่านมติครม.ไปแล้ว  แต่ยังไม่มีผลใช้ คาดว่าภายในเดือนพฤษภาคมนี้เรื่องจะเข้าพิจารณาในบอร์ด ธ.ก.ส. และน่าจะเบิกจ่ายได้ราวเดือนมิถุนายนนี้ตามลำดับ
    สำหรับปริมาณอ้อยที่มีเป็นจำนวนมากจนสูงกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้นั้น ล่าสุดฤดูการผลิตอ้อยปี2555/2556 ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า มีปริมาณอ้อยสูงถึง 99.8-100 ล้านตันอ้อย จากเดิมคาดการณ์ว่าประมาณ 94 ล้านตันอ้อย และพบว่าขณะนี้มีจำนวนไร่อ้อยเพิ่มขึ้นจาก 9 ล้านไร่เพิ่มเป็น 10 ล้านไร่ สาเหตุที่เพิ่มขึ้นเพราะเกิดแรงจูงใจด้านราคาอ้อยในช่วง3 ปีที่แล้วที่ราคาในตลาดโลกดีดตัวสูงขึ้นแรง และทุกครั้งที่มีปัญหาราคาอ้อยตกต่ำก็จะได้รับการช่วยเหลือมาตลอด  ชาวไร่จึงมั่นใจว่าปลูกอ้อยจะดีกว่าพืชเกษตรอื่น เพราะเป็นพืชชนิดเดียวที่กฎหมายรองรับ บวกกับราคาน้ำตาลต้องอาศัยกลไกตลาดโลก คนจึงนิยมปลูกอ้อยมากขึ้น
+++รับปริมาณอ้อยมากแต่ราคาไม่ดี
    ส่วนที่มองว่าปีนี้ปริมาณอ้อยมีมากขึ้นน่าจะได้ราคาดีนั้น ยอมรับว่าปริมาณอ้อยมากขึ้นก็จริง แต่ปีนี้คุณภาพอ้อยตกต่ำลงดูจาก ค่าความหวานไม่ถึง12ซีซีเอส  ขณะที่ผลผลิตน้ำตาลตกต่ำกว่าปีที่แล้ว ที่ผลิตอ้อยได้ 97.9 ล้านตันอ้อยแต่ผลิตน้ำตาลได้ถึง 10.30 ล้านตันน้ำตาล ปีนี้(2555/2556) มีปริมาณอ้อย 99.8-100 ล้านตันอ้อย แต่ผลิตน้ำตาลได้เพียง10.01 ล้านตันน้ำตาลทั้งที่มีปริมาณอ้อยเพิ่มขึ้น
    จากปัญหาดังกล่าวนี้สอน.จำเป็นต้องลงไปสำรวจข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อเก็บข้อมูลแล้วมาหาทางออกร่วมกัน
+++เครื่องดื่มโตแรงดันโควตาก.เพิ่ม
    สำหรับกรณีปีนี้น้ำตาลโควตาก.(สำหรับบริโภคในประเทศ) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 23 ล้านกระสอบเพิ่มเป็น 24ล้านกระสอบ และล่าสุดเพิ่มเป็น  25 ล้านกระสอบ  เท่ากับเพิ่มขึ้น2แสนกระสอบ(กระสอบละ100กิโลกรัม) หรือ 2 ล้านตันนั้น มี สาเหตุที่การบริโภคในประเทศขยายตัวเกิดจากที่มีโรงงานผลิตเครื่องดื่ม เช่น น้ำอัดลมยี่ห้อ"เอส"  และ"บิ๊กโคล่า"  รวมถึงการขยายตัวของเครื่องดื่มประเภทชาเขียว เช่น อิชิตัน โออิชิ  และการขยายตัวของตลาดผลไม้กระป๋อง โดยคนนิยมบริโภคมากขึ้นเพราะอากาศร้อนมากในปีนี้ และปริมาณการใช้น้ำตาลในประเทศน่าเพียงพอแล้วโดยปีนี้น่าจะคงที่อยู่ที่ 2.5ล้านตันหรือ 25ล้านกระสอบ
    ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรมได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาผลการศึกษาโครงการศึกษาวิจัยแนวทางการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทย จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เพื่อไปพิจารณาว่าจะใช้ผลการศึกษาส่วนไหนของทีดีอาร์ไอได้บ้าง ซึ่งขณะนี้มีหลายส่วนที่น่าสนใจ เช่น เรื่องการลอยตัวราคาน้ำตาล โดยที่ยังคงระบบแบ่งปันผลประโยชน์ไว้ แต่ยังติดปัญหาที่กระทรวงพาณิชย์มองว่าน้ำตาลเป็นสินค้าควบคุม
    รวมถึงการศึกษาให้ปรับเปลี่ยนการคำนวณราคาอ้อยจากที่เป็นน้ำตาลทรายดิบอย่างเดียวก็ให้เป็นน้ำตาลทรายขาว50% และน้ำตาลทรายดิบ50% จากเดิมที่ไม่มีการนำทรายขาวไปคำนวณด้วย  เพราะที่ผ่านมาโควตาข. (โควตาส่งออก) จะให้บริษัทอ้อยและน้ำตาลทราย(อนท.)ขาย ดังนั้นถ้ามีการคำนวณราคาโดยมีน้ำตาลทรายขาวด้วย ก็จะดีต่อราคาอ้อยต่อตัน ทำให้ราคาต้นทุนอ้อยดีขึ้น  เพราะราคาน้ำตาลทรายขาวในตลาดโลกจะสูงกว่าน้ำตาลทรายดิบ   
    นอกจากนี้ทีดีอาร์ไอยังกำหนดอีกว่าโรงงานน้ำตาลทุกแห่งจะต้องมีประสิทธิภาพในการผลิตได้ถึง90%  เป็นการกระตุ้นให้โรงงานที่มีประสิทธิภาพการผลิตต่ำสามารถทำได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น โรงงานA  มีขีดความสามารถในการผลิตได้100%  แต่ทำได้เพียง70-80% เท่านั้น หากผลผลิตออกมาน้อยพอไปคำนวณราคาชาวไร่ก็จะได้เงินน้อย  คาดว่าคณะทำงานชุดดังกล่าวจะเริ่มประชุมภายในเดือนพฤษภาคมนี้
+++ฤดูผลิตใหม่ผลผลิตต้องดีขึ้น
    อย่างไรก็ตามสำหรับฤดูการผลิตปี2556/2557ที่จะเริ่มเปิดหีบได้ราวเดือนตุลาคม หรือเดือนพฤศจิกายนของทุกปีจะรับมืออย่างไรถ้าบาทยังแข็งค่าต่อเนื่องนั้น ถ้ามองในแง่ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลส่วนใหญ่จะทำราคาขายล่วงหน้าไปแล้ว และประกันความเสี่ยงค่าเงินไว้แล้ว ส่วนรายที่ยังไม่ได้กำหนดราคาขายล่วงหน้าอาจจะกระทบบ้าง และในแง่ของสอน. ก็ต้องการให้ราคาน้ำตาลสูงขึ้นเพื่อที่ชาวไร่จะได้ราคาอ้อยดี แต่ก็ทำได้ยากเพราะเราไม่สามารถไปไปควบคุมราคาตลาดโลกได้
    นอกจากนี้ปี2556/2557 สอน.จะต้องไปดูว่า 10 ล้านไร่ที่ปลูกอ้อยจะทำอย่างไรให้ได้ผลผลิตสูงสุดรวมถึงดูประสิทธิภาพของโรงงานผลิตน้ำตาลว่าควรจะทำอย่างไรจึงจะรองรับการผลิตได้เต็มที่จากปริมาณอ้อยที่เพิ่มขึ้นมากในขณะนี้ โดยทุกส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องทำให้ผลผลิตอ้อยและน้ำตาลดีขึ้น

 

 จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,841 วันที่  5-8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

 

Read : 35612 times

jL Poll Module1

กรณีช่อง 3 ควรตัดสินใจอย่างไร


 

Poll (2)

งบประมาณสสส.ควรมาจากไหน
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*