Homeเศรษฐกิจโลกตลาดต่างประเทศ ไฮเนเก้นตามติดคาร์ลสเบิร์ก

ไฮเนเก้นตามติดคาร์ลสเบิร์ก

พิมพ์

ไฮเนเก้น ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่จากเนเธอร์แลนด์ประกาศจะกลับเข้าไปตั้งโรงงานผลิตในประเทศเมียนมาร์อีกครั้งหลังจากที่ห่างหายออกจากตลาดแห่งนี้มาเป็นเวลายาวนานถึง 17 ปีในช่วงที่เมียนมาร์อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารและถูกนานาประเทศคว่ำบาตร

altไฮเนเก้น ต้องเผชิญกับเบีบร์เจ้าถิ่นอย่าง     สื่อต่างประเทศรายงานว่า หลังจากมีการเลือกตั้งทั่วประเทศที่มาพร้อมกับการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเมืองภายใต้รัฐบาลพลเรือน หลายชาติได้ยกเลิกและผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรที่เคยมีต่อเมียนมาร์ ทำให้บริษัทผู้ผลิตสินค้าจากทั่วโลกหมายตากลับคืนสู่ตลาดแห่งนี้อีกครั้ง รวมถึงเป๊ปซี่โคและโคคา-โคลา 2 ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตน้ำอัดลม ตลอดจนบริษัทเบียร์ระดับเฮฟวีเวตอย่างคาร์ลสเบิร์กและไฮเนเก้น  
    นายฌอง-ฟรังซัว ฟาน บ็อกซ์เมียร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไฮเนเก้น ระบุว่า บริษัทมีแผนกลับเข้าไปตั้งโรงงานผลิตเบียร์ที่ใกล้เมืองย่างกุ้ง โดยจะร่วมมือกับบริษัทท้องถิ่น อัลลายแอนซ์ บริวเวอรี่ จำกัด ซึ่งถือหุ้นใหญ่โดยนายออง โม กยอ นักธุรกิจชาวเมียนมาร์ โรงงานดังกล่าวจะใช้เงินลงทุนประมาณ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 1.74 พันล้านบาท คาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตและจำหน่ายเบียร์ไฮเนเก้นและยี่ห้ออื่นๆได้ภายในสิ้นปี 2557
    ไฮเนเก้น ซึ่งเป็นเบียร์ที่มียอดขายอันดับ 8 ของโลก (จากข้อมูลของบริษัทวิจัย ยูโรมอนิเตอร์) คาดหวังที่จะเจาะตลาดเบียร์ของเมียนมาร์ ซึ่งปัจจุบันมีเบียร์ท้องถิ่นครองตลาดอยู่หลายยี่ห้อ แต่รายใหญ่ได้แก่ เมียนมาร์ เบียร์ (Myanmar Beer) ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 51% (จากข้อมูลของไฮเนเก้น) "นี่คือโอกาสทางธุรกิจที่จะนำเราไปสู่ตลาดที่มีการเติบโตอย่างสูง เป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นอย่างแท้จริง" ประธานของไฮเนเก้น กล่าว
    ความเคลื่อนไหวของไฮเนเก้น เกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ บริษัท คาร์ลสเบิร์ก กรุ๊ปฯ ผู้ผลิตเบียร์สัญชาติเดนมาร์ก ได้ประกาศจะเข้าไปตั้งโรงงานผลิตและจำหน่ายเบียร์คาร์ลสเบิร์กในเมียนมาร์ โดยจับมือกับพันธมิตรท้องถิ่นคือบริษัท เมียนมาร์ โกลเด้น สตาร์ บริวเวอรีส์ฯ
    ศักยภาพการเติบโตของตลาดเบียร์ในเมียนมาร์ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะไม่แพ้ประเทศอื่นๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้บริษัทเบียร์ทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามาร่วมแข่งขัน แม้ว่าจะอยู่ในระยะเริ่มต้นก็ตาม ปัจจุบันปริมาณการบริโภคเบียร์ของชาวเมียนมาร์ยังอยู่ที่เฉลี่ย 3 ลิตร/คน/ปีเท่านั้น ขณะที่การบริโภคเบียร์ในเวียดนาม ไทย และจีน อยู่ที่เฉลี่ย 30 ลิตร 26 ลิตร และ 36 ลิตร/คน/ปี ตามลำดับ (ข้อมูลจากไฮเนเก้น) ส่วนการบริโภคเบียร์ในประเทศตะวันตกอย่างเช่นสหรัฐอเมริกานั้น อยู่ที่อัตราเฉลี่ย 75.9 ลิตร/คน/ปี (ข้อมูลจากบริษัทวิจัย ยูโรมอนิเตอร์)
    อย่างไรตาม การทำกิจกรรมการตลาดสินค้าเบียร์ในเมียนมาร์ซึ่งเป็นตลาดที่มีจำนวนประชากร 60 ล้านคน ยังเป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถของบรรดาบริษัทผู้ผลิตเนื่องจากรัฐบาลเมียนมาร์ยังตั้งข้อจำกัดการโฆษณาอยู่มาก เช่น ห้ามการโฆษณาเบียร์ทางโทรทัศน์ แต่อนุญาตให้ทำแผ่นป้ายโฆษณาได้บ้างโดยมีขอบเขตจำกัด นอกจากนี้ ก็ยินยอมให้ผู้ผลิตเบียร์เป็นสปอนเซอร์กิจกรรมต่างๆทางสังคมได้บ้าง นายจอห์น-พอล ชุยริงค์ โฆษกของไฮเนเก้นกล่าวว่า ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องแผนการทำการตลาดเบียร์ไฮเนเก้นในเมียนมาร์      

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,845 วันที่  19-22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

 

Read : 2286 times

jL Poll Module1

สรรพากรจี้5แสนรายผู้ค้าอี-คอมเมิร์ชต้องแจ้งเสียภาษี ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

เล็งเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชาท่านเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*