หนังสือพิมพ์ดิจิตอล
รับสมาชิกฉบับดิจิตอลออนไลน์ คลิ๊ก .. AIS Bookstore | Ookbee
HomeBreaking Newsข่าวในประเทศ ทีแอลเอ็ม ลอจิสติกส์ มั่นใจกวาดรายได้ 400 ล้าน

ทีแอลเอ็ม ลอจิสติกส์ มั่นใจกวาดรายได้ 400 ล้าน

พิมพ์
altบริษัท ทีแอลเอ็ม ลอจิสติกส์ แมเนจเม้นต์ จำกัด ผู้นำด้านการบริหารจัดการคลังสินค้าและกระจายสินค้าแบบครบวงจรด้วยมาตรฐานสากล ประกาศการเปลี่ยนชื่อบริษัทฯ จากเดิม 
คือ บริษัท ทริพเพิลไอ ลอจิสติกส์ แมเนจเม้นต์ จำกัด มาเป็น บริษัท ทีแอลเอ็ม ลอจิสติกส์ แมเนจเม้นต์ จำกัด (TLM Logistics Management Co., Ltd) โดยมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 เพื่อตอกย้ำพันธกิจหลักในการเป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านโซลูชั่นคลังสินค้าคุณภาพเยี่ยม หรือ  “TLM – Ultimate Warehousing and Distribution Solution Provider” ที่เป็นของคนไทย 100% รายแรก โดยมุ่งเน้นให้บริการทั้งด้านการบริหารจัดการคลังสินค้า การจัดเก็บสินค้า การดูแลกิจกรรมต่างๆ ภายในคลังสินค้าทั้งในเขตทั่วไปและเขตปลอดอากร รวมถึงการกระจายสินค้าและขนส่งสินค้าทั้งในและต่างประเทศ พร้อมแถลง     กลยุทธ์ด้านการตลาด 3 ขั้นตอน เพื่อสร้างกระแสการรับรู้ด้านแบรนด์ (Brand Awareness) ต่อลูกค้ากลุ่มต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว รวมถึงพันธมิตรธุรกิจ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และองค์กรต่างๆ ในแวดวงลอจิสติกส์ ซึ่งประกอบด้วย 1) การขยายพื้นที่คลังสินค้าอีกกว่า 10,000 ตารางเมตรจากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 30,000 ตารางเมตร 2) การขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ในเขตคลังสินค้าปลอดอากร หรือ Free Zone โดยให้สิทธิพิเศษแก่ลูกค้าตามกฎหมายการลงทุนระหว่างประเทศ 3) การเพิ่มศักยภาพการกระจายสินค้าด้วยระบบรายงานสถานการณ์การจัดส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพ โดยบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าการเติบโตภายในสิ้นปีนี้ที่ 30% พร้อมตั้งเป้าหมายรายรับภายในสิ้นปี 2558 อยู่ที่ 400 ล้านบาท และรายได้รวม 5 ปีอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท ภายสิ้นปี 2561
 
 
นางดวงใจ  กรโกสียกาจ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ  บริษัท ทีแอลเอ็ม ลอจิสติกส์ แมเนจเม้นต์ จำกัด กล่าวถึงที่มาของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรของบริษัทฯ ว่า “ทางบริษัทฯ ของเรา ซึ่งเดิมชื่อบริษัท ทริพเพิลไอ ลอจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ ​จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ทีแอลเอ็ม ลอจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (TLM Logistics Management Co, Ltd) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา โดยเราเป็นบริษัทฯ ผู้ให้บริการด้านโซลูชั่นคลังสินค้าแบบครบวงจรที่มีความเชี่ยวชาญและคร่ำหวอดอยู่ในอุตสาหกรรมลอจิสติกส์มายาวนานถึง 16 ปี โดยการตัดสินใจที่จะแยกบริษัทฯ ออกมาจากทริพเพิลไอ กรุ๊ป ในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ของบริษัทฯ ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นทั้งในตลาดและในกลุ่มลูกค้า เนื่องจากบริษัทฯ ของเรานั้นมีความเก่ง และเชี่ยวชาญในด้านการบริหารคลังสินค้าและกระจายสินค้า เราจึงต้องการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ในวงกว้าง ประกอบกับการที่โดยส่วนตัวดิฉันได้รับแรงบันดาลใจมาจากการมีโอกาสได้เข้าไปเรียนคอร์สด้านการตลาดกับ Mr. Alex Goslar ซึ่งเป็นกูรูด้านมาร์เก็ตติ้งชาวเยอรมัน ทำให้ดิฉัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
กลับมาไตร่ตรองและพิจารณาจุดยืนของบริษัทฯ อย่างถี่ถ้วน ว่าเราควรจะมีแบรนด์ที่สามารถบ่งบอกตัวตนของเราได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ชื่อ TLM ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นชื่อใหม่ของบริษัทฯ แต่อย่างใด เพราะเป็นอักษรย่อของชื่อบริษัทฯ เดิมอยู่แล้ว ซึ่งเรามีการใช้เรียกชื่อกันภายในว่า TLM และเมื่อเราต้องการที่จะแยกบริษัทฯ ออกมาเพื่อบริหารงานในด้านที่เราแข็งแกร่งและโดดเด่นนั้น เราจึงได้นำอักษรย่อนี้มาใช้เรียกชื่อบริษัทฯ ใหม่ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการรับรู้ทั่วกันทั้งภายในและภายนอกบริษัทฯ ว่า TLM คือ ผู้นำด้านบริการโซลูชั่นคลังสินค้าคุณภาพเยี่ยม โดยเรามีพันธกิจหลักในการเป็น “TLM – Ultimate Warehousing and Distribution Solution Provider” ด้วยจุดเด่นในการเป็นบริษัทฯ ของคนไทย 100% รายแรกของประเทศ อีกทั้งยังมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เฉพาะทางในด้านการจัดการคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าแบบครบวงจร โดยมุ่งเน้นการบริหารคลังสินค้า การจัดเก็บสินค้า การดูแลกิจกรรมต่างๆ ภายในคลังสินค้าทั้งในเขตทั่วไปและเขตปลอดอากร รวมถึงการกระจายสินค้าและขนส่งสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้นการแยกตัวครั้งนี้จึงเป็นการแยกตัวเพื่อการเติบโตในทิศทางของ TLM เพื่อสร้างจุดแข็งที่ชัดเจนของตัวเอง และไม่มีมีปัญหาอะไรกับทางทริพเพิลไอ กรุ๊ป เพราะทุกบริษัทฯ ก็มีแนวทางการตลาดของแต่ละบริษัทฯ ที่ชัดเจน และเป็นการแสดงความเติบโตขึ้นในทางที่ดีของบริษัทฯ ต่อไป”
 
 
“สำหรับกลยุทธ์ด้านการตลาดในปีนี้ที่เราจะนำมาปรับใช้กับนโยบายสำหรับไตรมาสที่ 3 และที่ 4 ของปี 2556 มีอยู่ด้วยกัน 3 ขั้นตอนหลักๆ ได้แก่ 1) การขยายพื้นที่คลังสินค้าอีกกว่า 10,000 ตารางเมตร ซึ่งจากเดิมที่บริษัทฯ มีคลังสินค้าขนาดใหญ่กว่า 8 แห่งในทั่วประเทศบนพื้นที่กว่ากว่า 30,000 ตารางเมตร โดยคลังสินค้าทั้ง 8 ของเรากระจายอยู่ทั้งในเขตทั่วไปและเขตปลอดอากร (Free Zone) ซึ่งเป็นคลังสินค้าทั้งแบบธรรมดาและแบบควบคุมอุณหภูมิ ประกอบไปด้วย              1) คลังสินค้า RM3 ตั้งอยู่บนถนนพระราม 3 ใจกลางกรุงเทพมหานคร, 2) คลังสินค้า N11 ตั้งอยู่บนถนนบางนาตราด กิโลเมตรที่ 11, 3) คลังสินค้า N12 ตั้งอยู่บนถนนบางนาตราด กิโลเมตรที่ 12, 4) คลังสินค้า N19 ตั้งอยู่บนถนนบางนาตราด กิโลเมตรที่ 19, 5) คลังสินค้า N23 ตัั้งอยู่บนถนนบางนาตราด กิโลเมตรที่ 23, 6) คลังสินค้าในเขตปลอดอากร นิคมอุตสาหกรรมบางพลี จ.สมุทรปราการ, 7) คลังสินค้าในเขตปลอดอากร นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง และ 8) คลังสินค้าภูเก็ต จ.ภูเก็ต ซึ่งนอกจากพื้นที่คลังสินค้าแล้ว เรายังจะเพิ่มการจ้างงานขึ้นอีกประมาณ 10-15% ภายในสิ้นปีนี้ให้มีพนักงานประจำคลังสินค้ารวมทั้งหมดอยู่ที่ 180 – 200 คน” นางดวงใจกล่าวต่อไป
 
 
“ประการที่ 2 บริษัทฯ จะมุ่งขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ในเขตคลังสินค้าปลอดอากร  หรือ Free Zone โดยให้สิทธิพิเศษแก่ลูกค้าตามกฎหมายการลงทุนระหว่างประเทศ ซึ่งลูกค้าในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าองค์กรที่มาเปิดสาขาจัดจำหน่ายในประเทศไทย โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ มาเลเชีย ฯลฯ โดยในปัจจุบัน เรามีลูกค้าชั้นนำระดับโลกที่ไว้วางใจให้เราเป็นพันธมิตรในการจัดเก็บสินค้าในเขตคลังสินค้าทั่วไป รวมถึงตรวจนับและกระจายสินค้าไปยังจุดขายต่างๆ ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ บราเดอร์ส, ทอย ‘อาร์’ อัส, ฮาโค่ กรุ๊ป, สหพัฒน์, ชาญไพบูลย์, ออลฟอร์เบบี้, เยล,       เอ็คโค, ซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยเรามีสินค้าจัดเก็บในคลังมากกว่า 100,000 รายการ และมีการบริการด้านการกระจายสินค้าและจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ ด้วยทีมรถจัดส่งสินค้าทั้งของบริษัทฯ เองมากกว่า 50 คันรวมถึงพันธมิตรรถร่วมธุรกิจกว่า 100 คัน โดยปัจจุบันเราสามารถจัดส่งสินค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศภายใน 24 ชั่วโมง”
 
 
“และสำหรับกลยุทธ์สุดท้าย  เราจะมีการเพิ่มศักยภาพการกระจายสินค้าด้วยระบบรายงานสถานการณ์การจัดส่งสินค้าที่ได้มาตรฐาน โดยอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้การบริการด้านลอจิสติกส์มีประสิทธิภาพ คือ ระบบซอฟท์แวร์ที่ใช้ในการบริหารจัดการคลังสินค้าที่ทันสมัย โดยบริษัทฯ ได้พัฒนาระบบ Warehouse Management System (WMS) ขึ้นมาด้วยตนเอง เพื่อใช้ควบคุมการจัดการคลังสินค้าและกระจายสินค้าต่างๆ โดยมีจุดเด่นในการตรวจสอบและติดตามค้นหารายการสินค้าได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว สามารถรายงานสินค้าคงคลังได้ทุกรูปแบบ รวมทั้งยังให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบและรับ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
รายงานต่างๆ ผ่านทาง Website ของบริษัทฯ ได้ในแบบเรียลไทม์อีกด้วย (Tracking Report) นอกจากนี้ ยังสามารถจัดและควบคุมการจ่ายสินค้าตามระบบ FIFO, FEFO, หรือ Batch Number ได้อย่างเที่ยงตรง ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทฯ ยังได้มีการลงทุนในการติดตั้ง Access Point ภายในคลังสินค้า เพื่อใช้ระบบ Wireless handheld ในกระบวนการทำงานในคลังสินค้าอีกด้วย” นางดวงใจกล่าวเสริม
 
 
บริษัทฯ ยังได้จัดให้มีบริการพิเศษอื่นๆ ในคลังสินค้า เพื่อให้บริการลูกค้าได้เต็มรูปแบบ  เช่น   บริการผลิตบรรจุ  ติดสติ๊กเกอร์ ติดป้ายราคา และจัดชุดสินค้า รวมถึงบริการงานด้านการดำเนินพิธีการศุลกากรทั้งขาเข้า และขาออก ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ได้จดทะเบียนเป็นตัวแทนออกสินค้าโดยได้รับใบอนุญาตจากกรมศุลกากร มีทีมงานผู้เชียวชาญดำเนินการเองทั้งในส่วนใบขนสินค้าและการตรวจปล่อยสินค้าที่ท่าเรือหรือท่าอากาศยานด้วย รวมทั้งบริษัทฯ รับให้คำปรึกษาพร้อมวางแผนร่วม ในส่วนงานด้านระบบลอจิสติกส์ของลูกค้าอีกด้วย
 
 
“บริษัท ทีแอลเอ็ม ลอจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ยึดมั่นในการเป็นบริษัทคนไทย 100% ที่เป็นผู้นำด้านการบริหารลอจิสติกส์แบบครบวงจรด้วยมาตรฐานสากล จากประสบการณ์ของผู้ก่อตั้งและทีมผู้บริหารคุณภาพ บริษัทฯ​จะมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของการบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้บริการลอจิสติกส์ที่มีมีมาตรฐานและสนับสนุนต่อยอดให้กับธุรกจิลูกค้าของบริษัททีแอลเอ็มฯ อย่างต่อเนื่องและตลอดไป โดยในปีนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าการเติบโตด้านรายได้เพิ่มขึ้น 30% และมีเป้าหมายรายได้ภายในสิ้นปี 2558 อยู่ที่ 400 ล้านบาท และรายรับรวม 5 ปีอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท ภายสิ้นปี 2561 นี้” นางดวงใจกล่าวสรุป
 

Read : 1916 times

jL Poll Module1

สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) จำเป็นต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินหรือไม่


 

Poll (2)

การพูดของนายกฯเพื่อรายงานผลงานต่างๆ ท่านมีความเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*