HomeAEC news เขื่อน มิตโสนคืนชีพ บริษัทก่อสร้างจีน-เมียนมาร์เดินสายล็อบบี้ส.ส.-ชาวบ้านหนัก

เขื่อน มิตโสนคืนชีพ บริษัทก่อสร้างจีน-เมียนมาร์เดินสายล็อบบี้ส.ส.-ชาวบ้านหนัก

พิมพ์

เขื่อน มิตโสนคืนชีพ บริษัทก่อสร้างจีน-เมียนมาร์เดินสายล็อบบี้ส.ส.-ชาวบ้านหนัก

    โครงการเขื่อนมิตโสน กั้นแม่น้ำอิรวดี ในประเทศเมียนมาร์ที่หยุดไป 2 ปีจนเป็นที่ชื่นชมของ อองซาน ซูจี กำลังจะกลับมาใหม่จากการผลักดันของจีนและบริษัทก่อสร้าง เผยบริษัทยักษ์ใหญ่จีนและเมียนมาร์ตั้งเป้าเริ่มสร้างใหม่ภายในปีนี้หลังจากเคลียร์ปัญหากับชาวบ้านเรียบร้อยแล้ว
    สื่อข่าวออนไลน์ อีเลฟเว่น มีเดียรายงานว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคักของฝ่ายสนับสนุนการสร้างเขื่อนมิตโสน ในลุ่มแม่น้ำอิรวดี หลังจากการก่อสร้างหยุดไป 2 ปีโดยมีรายงานว่าบริษัทของจีนคือ ไชน่าพาวเวอร์อินเวสท์เม้นท์ คอร์ปอเรชั่น  (ซีพีไอ) ผู้รับเหมาก่อสร้างเขื่อน ได้เชิญส.ส. ของรัฐคะฉิ่น 21 คน ให้เดินทางไปดูความคืบหน้าของโครงการเขื่อนมิตโสน ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างทางเหนือของรัฐคะฉิ่น
    โครงการเขื่อนมิตโสนมูลค่าการลงทุน 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณแสนล้านบาท) เป็นการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าขนาด 6,000 เมกะวัตต์ โดยได้รับการสนับสนุนจากประเทศจีน ผู้รับเหมาก่อสร้างคือ บริษัทซีพีไอ ของจีนและเอเชีย เวิลด์ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจใหญ่กลุ่มหนึ่งของเมียนมาร์จดทะเบียนในสิงคโปร์  มีนักธุรกิจชาวโกกั้ง เป็นเจ้าของ ผู้ถือหุ้นใหญ่คือนายสตีเวน ลอ บุตรชายของนายโล ชิง ฮาน
    การก่อสร้างโครงการเขื่อนมิตโสน ต้องหยุดลงเมื่อ 2 ปีก่อนเมื่อกลุ่มอนุรักษ์ประชาชน ปัญญาชน สื่อมวลชน ร่วมกันคัดค้านโครงการดังกล่าวโดยได้รับการสนับสนุนจากนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้าน โดยให้เหตุผลว่าโครงการเขื่อนดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อชาวบ้านทำให้อพยพนับหมื่นคน พื้นที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกว่า 766 ตารางกิโลเมตร ต้องจมอยู่ใต้น้ำทำให้วิถีชีวิตคนในลุ่มน้ำต้องเปลี่ยนไปและกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นบริเวณกว้างและเขื่อนยังตั้งอยู่บนรอยเลื่อนแผ่นดินไหว จนนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาร์สั่งระงับโครงการดังกล่าวในเดือนกันยายน 2554
    หลังจากที่ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง สั่งระงับโครงการดังกล่าวรัฐบาลตะวันตกทั้งสหรัฐอเมริกาและประชาคมยุโรปได้แสดงความชื่นชม โดยมองการตัดสินใจดังกล่าวเป็นสัญญาณทางการเมืองและการทูตของรัฐบาลเมียนมาร์ที่จะไม่พึ่งพาจีนมากเกินไป
    หลังจากที่การก่อสร้างโครงการเขื่อนมิตโสนโดนระงับ รัฐบาลจีนได้เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาร์พิจารณาให้มีการดำเนินโครงการอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้เป็นตามข้อตกลงความร่วมมือ 2 ประเทศ โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศเดินทางมาเยี่ยมเมียนมาร์หลายครั้ง และบริษัทก่อสร้างเองได้เคลื่อนไหวเจรจากับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนโดยดูแลสร้างที่อยู่อาศัยให้ใหม่อย่างต่อเนื่อง
    อีเลฟเว่น มีเดีย รายงานว่าหลังจากที่บริษัทก่อสร้างได้เจรจากับชาวบ้านในบริเวณสร้างเขื่อนแล้วได้เชิญนักการเมืองคะฉิ่น รวมทั้งสื่อมวลชนภาครัฐให้ไปตรวจดูพื้นที่บริเวณก่อสร้างพร้อมด้วยการบรรยายสรุปความคืบหน้าของงานมวลชนต่าง ๆ
    รองประธานสภารัฐคะฉิ่น Mr. Sai Mying Kyaw หลังจากที่ได้พบกับรองประธานของบริษัทซีพีไอฯ ตรวจดูบริเวณสร้างเขื่อนและฟังบรรยายสรุปแล้ว ให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นว่า “ทางบริษัทได้เชิญพวกเรามาเยี่ยมชม สถานที่จริงนานแล้ว ช่วงนี้เรามีเวลาจึงเดินทางมาตามคำเชิญของซีพีไอ ซึ่งทางบริษัทได้แสดงภาพให้เราดูว่าช่วงต้นน้ำของลุ่มน้ำอิรวดีจะเป็นอย่างไร และยังได้บอกเราว่าบริษัทจะทำการอพยพประชาชนไปอยู่ในหมู่บ้านใหม่ที่สร้างขึ้นอย่างไรรวมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ด้วย’
    Mr. Sai Mying Kyaw ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมแก่สื่อมวลชนภายหลังการเยี่ยมชม ว่า “ทางบริษัทก่อสร้างบอกพวกเราว่า โครงการนี้จะไม่กระทบชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในแถบนี้ ซึ่งความเห็นของผมคือทางซีพีไอ อยากจะเดินหน้าสร้างเขื่อนมิตโสนต่อ แต่ผมได้แจ้งให้ผู้ใหญ่ของบริษัททราบว่าเรื่องการก่อสร้างนั้นจะต้องให้ทางรัฐบาลกลางเป็นคนตัดสินใจเพราะเป็นเรื่องของทั้งประเทศ นอกจากนี้ผมยังได้รับทราบว่าชาวบ้านที่ทางบริษัทอพยพมาอยู่ในสถานที่ที่จัดให้ บอกว่าอยากจะกลับไปอยู่ที่เดิม”
    รายงานข่าวระบุว่าทางบริษัทก่อสร้างเขื่อนนอกจากจะล็อบบี้นักการเมืองท้องถิ่นแล้ว ยังดำเนินการหลายด้านเพื่อฟื้นโครงการดังกล่าวโดยอีเลฟเว่น มีเดีย ระบุว่า บริษัท ซีพีไอฯ และเอเชียเวิลด์ ได้เคลื่อนไหวตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 ในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างเขื่อน โดยมีข่าวว่าจะมีการดำเนินโครงการต่อภายในสิ้นปี 2556 หลังจากที่ทางบริษัททำงานด้านมวลชน และสามารถโน้มน้าวให้เกิดภาพที่ดีทางสาธารณะแล้ว
    อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์การเมืองในเมียนมาร์ระบุว่า หากมีการรื้อฟื้นโครงการดังกล่าว ทางภาคประชาชนและการเมืองจะต้องเคลื่อนไหวออกมาคัดค้านอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอนเพราะการต่อต้านโครงการนี้ทำให้พรรคการเมืองฝ่ายค้าน นักอนุรักษ์ สื่อมวลชน และปัญญาชนรวมตัวเป็นภาคีร่วมกันได้เนื่องจากมีเป้าหมายเดียวกัน

■ คอลัมน์ : AEC News / ■ THAN AEC
■ จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ AEC world ปีที่33 (1) ฉบับที่ 2,885 (32) วันที่ 6 - 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

 

 

Read : 923 times

jL Poll Module1

คสช.สั่งลดภาษีสรรพสามิตเบนซินเพิ่มดีเซล ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

กระแสราดน้ำแข็งการกุศลฟีเวอร์สุด ท่านเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*