Homeท่องเที่ยวท่องเที่ยว&บริการ Tourism ไทยไลอ้อนแอร์จองทะลุหมื่นที่นั่ง

ไทยไลอ้อนแอร์จองทะลุหมื่นที่นั่ง

พิมพ์
  ไทยไลอ้อนแอร์ โชว์ผลตอบรับช่วงเปิดตัวมียอดจองเดินทางทะลุ 1 หมื่นที่นั่ง หลังเปิดให้จองเพียง 1 สัปดาห์ ชี้ไฮซีซันนี้ โหลดแฟกเตอร์ในประเทศพุ่ง 90% ต่างประเทศแตะ 70-80% ยัน 3 ปีนี้บินครบในประเทศทุกเส้นทาง รวมถึงเชื่อมโยงเส้นทางอาเซียน จีน อินเดีย พร้อมทุ่มงบ 21 ล้านบาทโฆษณาเปิดตัวโลว์คอสต์น้องใหม่ ชูจุดแข็งราคาถูกสุดในตลาดแข่งสายการบินอื่น
alt    นายนำพล รุ่งสว่าง ผู้จัดการแผนกการขายและการตลาด บริษัท ไทย ไลอ้อน เมนทารี จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า หลังจากสายการบินได้เริ่มเปิดทำการจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า เป็นระยะเวลากว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผ่านทั้งคอลล์เซ็นเตอร์และเว็บไซต์ของสายการบิน  ในเส้นทางดอนเมือง-เชียงใหม่ เริ่มต้นที่ 400 บาทต่อเที่ยวบิน , ดอนเมือง-กัวลาลัมเปอร์ เริ่มต้นที่ 200 บาทต่อเที่ยวบิน และ ดอนเมือง-จาการ์ตา เริ่มต้น 1.5 พันบาทต่อเที่ยวบิน โดยจะเริ่มทำการบินในเดือนธันวาคมนี้ พบว่ามียอดจองการเดินทางแล้วกว่า 1 หมื่นที่นั่ง จึงคาดการณ์ว่าช่วงแรกของการเปิดตัวสายการบินในฤดูการท่องเที่ยวนี้ ไทยไลอ้อนแอร์ จะมีอัตราบรรทุกผู้โดยสารเที่ยวบินในประเทศราว 90% และ 70-80% สำหรับเที่ยวบินต่างประเทศ
    "การได้รับการตอบรับจากตลาดที่ดี เป็นเพราะราคาเปิดตัวดังกล่าวที่ดึงดูดใจ และยังถูกกว่าสายการบินอื่นๆที่เปิดราคาขายในช่วงไฮซีซันนี้ ซึ่งการเสนอขายราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดนั้น ถือเป็นเป้าหมายหลักในการทำการตลาดของสายการบิน เพื่อมุ่งตอบสนองความต้องการของตลาดในทุกๆ เส้นทางบิน และจากผลสำรวจของทางบริษัท ก็พบว่าความต้องการในการเดินทางของเส้นทางดังกล่าวมีค่อนข้างสูง และยังมีเที่ยวบินรองรับไม่พอ"           
    สำหรับความพร้อมของสายการบินในขณะนี้ ปัจจุบันไทยไลอ้อนแอร์ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) จากกรมการบินพลเรือนแล้ว และจะเริ่มให้บริการวันที่ 4 ธันวาคมนี้ ในเส้นทางระหว่างดอนเมืองและเชียงใหม่วันละ 2 เที่ยว ด้วยเครื่องบินโดยสารรุ่น 737-900ER จุผู้โดยสารได้ 215 ที่นั่ง จำนวน 2 ลำ และอยู่ในระหว่างดำเนินการขออนุญาตสิทธิการบินเพื่อทำการบินไปยังกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ภายในเดือนธันวาคมนี้
     นายนำพล ยังกล่าวต่อว่า การดำเนินธุรกิจของสายการบิน หากการตอบรับของตลาดยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง สายการบินก็เตรียมแผนรับมอบฝูงบินเพิ่มจำนวน 2 ลำในช่วงเดือนมีนาคมปีหน้า เพื่อขยายเส้นทางบินในประเทศ อาทิ ดอนเมือง-หาดใหญ่ , เชียงใหม่-กระบี่ รวมไปถึงแผนขยายเส้นทางบินต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ อินเดีย และจีนด้วย
    นอกจากนี้ยังวางเป้าหมาย ที่จะผลักดันกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงเส้นทางไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนในอนาคต ด้วยแผนเปิดเส้นทางใหม่รองรับในทุกๆปี โดยมั่นใจว่าภายใน 3 ปีข้างหน้า ไทยไลอ้อนแอร์จะสามารถขยายเส้นทางบินในประเทศครบทุกเส้นทางบิน รวมถึงการขยายเส้นทางบินเชื่อมโยงในต่างประเทศด้วย
    "บริษัทวางเป้าหมายขยายธุรกิจในปีหน้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยแผนนำเข้าเครื่องบินโดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 10 ลำ เพื่อรองรับเส้นทางบินใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ และคาดว่าภายใน 5 ปีจะมีเครื่องบินรวมทั้งสิ้น 50 ลำ โดยแผนการขยายเส้นทางบินจะอยู่ในสัดส่วน 50:50 ทั้งในและต่างประเทศ"    
    อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวประเมินการแข่งขันของตลาดโลว์คอสต์ในประเทศไทยว่ากำลังดุเดือด แม้ไทยไลอ้อนแอร์ จะเป็นน้องใหม่ในตลาด แต่สายการบินมีจุดยืนเรื่องการเสนอขายราคาที่ถูก ลูกค้าจ่ายเพียงแค่ราคาค่าโดยสารอย่างเดียว ไม่มีการคิดราคาค่าธรรมเนียมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำหนักกระเป๋า หรือแม้แต่ค่าภาษีน้ำมัน ซึ่งตรงนี้จะเป็นจุดแข็งที่ทำให้ไทยไลอ้อน แอร์ แข่งขันกับผู้นำตลาดได้ และในเบื้องต้นสายการบินก็ยังเสนอขายในราคาที่ถูกสุดในท้องตลอด โดยไม่เป็นเพียงการทำโปรโมชันชั่วคราว แต่ยังจะเสนอขายเป็นระยะเวลายาวตลอดตารางการบินนี้ ซึ่งจะยาวถึงเดือนมีนาคมปีหน้า
    รวมถึงสายการบินยังได้ทุ่มงบประมาณราว 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 21 ล้านบาท เพื่อทำการตลาดผ่านสื่อต่างๆ เพื่อสื่อให้เห็นว่า ไทยไลอ้อนแอร์เป็นสายการบินต้นทุนต่ำที่มีความคุ้มค่าอย่างแท้จริง โดยมองว่าผู้โดยสารกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวเอง (FIT) ยังคงเป็นกลุ่มตลาดหลัก คิดเป็นสัดส่วนราว 80% และลูกค้าในกลุ่มทัวร์ราว 20% ซึ่งขณะนี้บริษัทได้เปิดช่องทางซื้อขายสำหรับเอเยนต์ทัวร์แล้ว ผ่านระบบออนไลน์ และมั่นใจว่าบริษัทเป็นสายการบินเดียวที่เสนอค่าคอมมิสชันให้แก่เอเยนต์ในสัดส่วนที่สูงกว่าคู่แข่ง เพื่อให้ไทยไลอ้อนแอร์เป็นสายการบินที่ตอบสนองทุกความต้องการของตลาดได้ โดยเฉพาะปัจจัยเรื่องราคาที่ถูกสุด และยังตั้งเป้าที่จะเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้สะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตู้จำหน่ายบัตรโดยสารตามที่สาธารณะตามห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟฟ้า และเคาน์เตอร์เซอร์วิสของเซเว่น ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในส่วนของช่องทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสไม่เกินต้นปีหน้า

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,899  วันที่  24 - 27  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2556

 

Read : 4744 times

jL Poll Module1

สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) จำเป็นต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินหรือไม่


 

Poll (2)

การพูดของนายกฯเพื่อรายงานผลงานต่างๆ ท่านมีความเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*