หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2558
menu for mobile

 
   

กลุ่มเพื่อน Shambolic เชิญชวนร่วมซื้อเสื้อจากเพื่อนเพื่อเพื่อน
Home การตลาด คอลัมน์ ตลาด ที่สุดของละครเรตติ้งดีแห่งปี 2556

ที่สุดของละครเรตติ้งดีแห่งปี 2556

พิมพ์
altกนกกาญจน์ ประจงแสงศรี และศิริวรรณ มาก่อเกียรติ จะกี่ยุคกี่สมัย "ละคร" ยังคงครองใจคนไทยอยู่เสมอ ด้วยเนื้อหาที่สร้างความบันเทิงให้ทุกเพศทุกวัย ช่วยให้เราหลบลี้จากความเครียดในชีวิตประจำวันได้ และหากลองสังเกตดู "ละคร" มักกลายเป็นประเด็นพูดคุยในทุกวงสนทนาที่คนเราเมาธ์ได้ไม่มีเบื่อ ถ้าดูไม่ทันก็ต้องขอดูย้อนหลัง เดี๋ยวคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง! เรียกได้ว่าละครเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันสำหรับใครหลายคนไปแล้ว และในปีที่ผ่านมาเจ้าพ่อเจ้าแม่ละครอย่างช่อง 3 และช่อง 7 ก็ได้ผลิตละครออกมาให้เราดูนับร้อยเรื่อง ส่วนละครเรื่องไหนจะฮอตฮิตติดลมบนบ้าง ตามทีมงาน Strategy & Innovation ของ Initiative มาดูกัน
alt    ในปีที่ผ่านมาละครยอดนิยมของคนไทยยังคงเป็นละครที่ออกอากาศในช่วงไพรม์ไทม์ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าละครหลังข่าวภาคค่ำ ซึ่งจากการเก็บข้อมูลเรตติ้งของ Nielsen ทั่วประเทศพบว่า "ทองเนื้อเก้า" เป็นละครที่ทำเรตติ้งสูงสุดแห่งปี โดยเรตติ้งเฉลี่ยตลอดเวลาเกือบ 2 เดือนที่ออกอากาศอยู่ที่ 18.5 และในตอนจบสามารถทำเรตติ้งได้ถึง 21 โดยหลายปีที่ผ่านมาช่อง 3 หันมาจับกลยุทธ์ถ่ายทำละครเป็นซีรีส์มากขึ้น ซึ่งปีที่ผ่านมาละครชุด "สุภาพบุรุษจุฑาเทพ" ก็ไม่ทำให้ช่อง 3 ผิดหวัง เมื่อคุณชายทั้ง 3 "รัชชานนท์-รณพีร์-พุฒิภัทร" ทำเรตติ้งติดอันดับต้นๆ ของช่อง ตามมาด้วย "พรพรหมอลเวง" และ "คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก ซึ่งกว่าละครแต่ละเรื่องจะเข้าไปอยู่ในใจของคนดูไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องโดดเด่นตั้งแต่บทประพันธ์, การถ่ายทำ และนักแสดง ยิ่งละครเรื่องไหนจับทางหรือรสนิยมของคนดูถูก โอกาสที่ละครเรื่องนั้นจะได้รับความนิยมก็มีมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับที่ช่อง 3 ส่งคุณชายทั้งห้าและวันเฉลิมจากทองเนื้อเก้าเข้าไปอยู่ในใจของคนดูเรียบร้อยแล้ว
alt    มาทางฝั่งช่อง 7 กันบ้าง ที่ปีนี้ดูจะเน้นไปที่ละครบู๊แอกชันมากขึ้น แน่นอนว่าด้วยฐานคนดูช่อง 7 ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ส่งผลให้เรตติ้งละครของช่องนี้พุ่งสูงได้ไม่ยากนัก โดยละครที่ทำเรตติ้งสูงสุดให้ช่อง ได้แก่ "หยกเลือดมังกร" ตามด้วย "มายาสีมุก" , "เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง" , "เลือดเจ้าพระยา" และ "นักสู้มหากาฬ" ซึ่งละครทุกเรื่องก็สามารถจับตลาดที่เป็นฐานคนดูของช่องได้เป็นอย่างดี จนละครหลังข่าวภาคค่ำของช่อง 7 เรตติ้งนำลิ่วสูงกว่าช่องอื่นๆ
    แล้วอย่างนี้เรตติ้งของแต่ละช่องมาจากไหน? ใครคือฐานคนดูของช่อง 3 vs ช่อง 7 ?
    ความจริงแล้วเรตติ้งที่ทุกสถานีได้มานั้นมาจากฐานคนดูที่ดูรายการบนช่องของตนเองในช่วงเวลาต่างๆ จากกราฟแรกที่ Nielsen เก็บข้อมูลจากคนกรุงเทพฯ อายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่าคนกรุงเทพฯ มีสัดส่วนการดูช่อง 3 มากกว่าช่อง7 ดูได้จากเส้นเรตติ้งของช่อง 3 (สีส้ม) ขึ้นแซงเส้นเรตติ้งของช่อง 7 (สีน้ำเงิน) เกือบทุกช่วงเวลา ในขณะที่กราฟถัดไปเป็นการเก็บข้อมูลจากคนกลุ่มอายุเดียวกัน แต่เปลี่ยนฐานข้อมูลจากคนกรุงเทพฯ เป็นคนที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด พบว่าในฝั่งคนต่างจังหวัดกลับมีสัดส่วนการดูช่อง 7 มากกว่าช่อง 3  โดยเส้นเรตติ้งของช่อง 7 (สีน้ำเงิน) ขึ้นสูงกว่าเส้นเรตติ้งของช่อง 3 (เส้นสีส้ม) เกือบทุกช่วงเวลา หรืออาจพูดได้ว่าฐานคนดูหลักของช่อง 3 มาจากคนกรุงเทพฯ ส่วนฐานคนดูหลักของช่อง 7 มาจากคนต่างจังหวัดนั่นเอง ด้วยฐานคนดูที่กระจายอยู่ภูมิภาคต่างๆ ส่งผลให้เรตติ้งละครของช่อง 7 ขึ้นสูงกว่าช่องอื่นๆ
alt    ความน่าสนใจของพฤติกรรมผู้บริโภคสมัยนี้ คือ คนเราไม่ได้ดูละครด้วยใจจดจ่อบนหน้าจอทีวีเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่ต้องแชร์ความเห็น, อารมณ์, ความรู้สึกร่วมกับคนอื่นผ่านหน้าจอต่างๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Computer PC, Smartphone, Tablet, Notebook จนเราแทบจะเห็นการโพสต์แบบเรียลไทม์นาทีต่อนาทีบน Social Media ว่าตอนนี้ละครกำลังออนแอร์ว่าอย่างไรบ้าง ฉากนี้ดำเนินไปถึงไหนแล้ว ชนิดที่เรียกได้ว่าถึงไม่ได้ดูทีวี อ่านโพสต์นี้ก็รู้ทัน โดยวันนี้เราขอนำตัวอย่างจากละครที่เรตติ้งดีที่สุดแห่งปีและน่าจะเป็นละครที่ถูกพูดถึงบน Social Media มากที่สุดเรื่องหนึ่งอย่าง "ทองเนื้อเก้า" มาชี้ให้เห็นกันว่ากระแสตอบรับบนโลกออนไลน์เป็นอย่างไรบ้าง
    นับตั้งแต่วันแรกที่ละคร "ทองเนื้อเก้า" ออนแอร์ ภายใน 2 เดือนมีการกล่าวถึงละครเรื่องนี้กว่า 420,000 ครั้ง! ผ่านทาง Social Network ต่างๆ  และเท่าที่ Prophesee ซึ่งเป็น Social Listening Tool ในการจับกระแสต่างๆ ที่คนพูดถึงบน Social Network ของ Initiative สามารถดึงข้อมูลได้พบว่าในการพูดถึงละครทองเนื้อเก้า 420,000 ครั้ง เป็นการ mention ใน Twitter ถึง 99% หรือประมาณ 419,000 ครั้ง (ไม่รวม Facebook) เฉลี่ยแล้วมีการ Tweet ถึงถ้อยคำต่างๆ ที่เกี่ยวกับละคร ทั้งชื่อละคร "ทองเนื้อเก้า" และชื่อตัวละครต่างๆ ทั้ง "ลำยอง" , "วันเฉลิม" , "น้องอ้อย" ,"ยายปั้น-ยายแล" กว่าวันละ 6,900 ครั้ง หรือ 286 ข้อความต่อชั่วโมง โดยในตอนจบมีผู้ทวีตเกี่ยวละครเรื่องนี้เกือบ 40,000 ครั้ง ซึ่งถือว่าไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ และเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของคอละครบ้านเราเลยทีเดียว
    เห็นอย่างนี้แล้วบรรดาผู้จัด-กองถ่ายละคร รวมถึงทางสถานี น่าจะลองใช้ Social Media เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสารกับแฟนๆ เพื่อผูกความสัมพันธ์สร้าง loyalty พร้อมติดตามฟีดแบ็กจากคนดู ถือเป็นโอกาสดีในการเช็กเรตติ้งละครของเราในแบบที่แทบไม่ต้องลงทุน และหากนักโฆษณา เอเจนซี่ รวมถึงบรรดา Content Provider รู้จักใช้ Social Listening Tool ให้เป็นประโยชน์แล้วก็จะสามารถจับกระแสที่คนพูดถึงละคร รายการ แบรนด์สินค้าของเราบน Social Media ได้ โดยความเห็นที่ได้ก็สามารถนำมาพัฒนาปรับปรุงเนื้อหารายการ ละคร หรือสินค้าของเราได้ถูกใจผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,903  วันที่ 8 - 11  ธันวาคม  พ.ศ. 2556

 

Read : 16485 times



jL Poll Module1

ปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ ควรทำตอนไหน


 

Poll (2)

เครดิตยูเนียนฯร้องบิ๊กตู่" ใช้ม.44สั่งครม.ดึงบ 5 พันล้านบาทเยียวยาความเสียหายรายย่อย ท่านเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*