Homeการเงินการเงิน-ตลาดทุน สรุปข่าว คลัง-การเงิน-ประกัน

สรุปข่าว คลัง-การเงิน-ประกัน

พิมพ์
 ระหว่างรอรัฐบาลใหม่รับไม้ต่อในปีม้า "สายการเงินการคลัง และประกัน" ได้ประมวลภาพรวมปีงูเล็กแต่ไม่เล็กตาม "ฉายา" เพราะความเคลื่อนไหวยังมีแรงกระเพื่อมตลอดมาจนถึงสิ้นปี
    เริ่มจากความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่มีบทสรุป อาจส่งผลต่อการจัดการยุทธศาสตร์ของกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะผลจัดเก็บของ 3 กรม (สรรพากร, สรรพสามิต, ศุลกากร) 2 เดือนแรกหลุดเป้า 9 พันล้านบาท ขณะที่หน่วยงานราชการและวิสาหกิจกุลีกุจอเร่งเบิกจ่ายไตรมาสแรกของงบประมาณ ปี 2557 ที่ กำหนดไว้ 7 แสนล้านบาท (14 กุมภาพันธ์ 2557) พ่วงโยงด้วยทิศทางเศรษฐกิจจะดีจะแย่ขึ้นอยู่กับการเมือง ถ้าจัดตั้งรัฐบาลใหม่ครึ่งปีแรกไม่ได้ นอกจากเป็นข้อจำกัดในการใช้เงินงบประมาณแล้ว ยังส่งผลให้การจัดทำงบประมาณปี 2558 ต้องเลื่อนออกไป
++ลดภาษีดีเซล-ใช้อัตราภาษีเงินได้ฯ
    ข่าวมีเฮจากคลัง! ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 25 ธันวาคม เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลในอัตราภาษี ลิตรละ 0.005 บาท ออกไปอีก 1 เดือนเป็น 31 มกราคม จากเดิมครบอายุ 31 ธันวาคม และกรณี พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฏากรว่าด้วย การลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 575) พ.ศ. 2556 กำหนดให้ลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม โดยมีผลบังคับใช้สำหรับเงินได้ปีภาษี 2556 และปีภาษี 2557 หลังจากนั้นต้องให้รัฐบาลนำเสนอแก้ไขเป็นพรบ. ต่อไป
กิตติรัตน์ ณ ระนอง++กอช.ฝันค้างของกลุ่มแรงงานนอกระบบ
    เมื่อทางการยืนยันในหลักการความจำเป็นตามแนวคิดของ "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ต้องการยุบเลิกพระราช บัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ... เพราะเห็นว่าเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อน หรือทำงานคล้ายกับพระราชบัญญัติประกันสังคมมาตรา 40 จึงเสนอร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกกองทุนการออมแห่งชาติแห่งชาติ พ.ศ. แม้ว่าเรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างนำเสนอเข้าที่ประชุมครม.ก่อนที่จะไปสู่การ พิจารณาตีความของกฤษฎีกาหรือเข้าสู่กระบวนการพิจารณา 2 สภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อจะประกาศบังคับใช้ แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณที่ดับฝันกลุ่มแรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพอิสระซึ่งไม่อยู่ในระบบการออมภาคบังคับเพื่อเป็นหลักประกัน รายได้ยามชรา 
    ขณะที่ผ่านมา "กรณ์ จาติกวณิช" อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ยื่นฟ้อง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง และนายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง) ต่อศาลปกครองกลาง ฐานละเลยปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามมาตรา 157 กรณีไม่เปิดรับสมาชิกเมื่อมีการประกาศใช้พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ.2554 หลัง 360 วัน(วันที่ 8 พฤษภาคม 2555) แต่ยังไม่มีเกณฑ์กำหนดไต่สวนคดี 
**โกงแวตลามข้าราชการ
    ข่าว "คดีโกงแวตกว่า 4 พันล้านบาท" ปูดขึ้นในเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นฤดูกาลโยกย้าย นอกจาก "สุทธิชัย สังขมณี" นั่งอธิบดีกรมสรรพากรแทน "สาธิต รังคสิริ" แล้ว "รังสรรค์  ศรีวรศาสตร์" ปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่ หลัง "อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม" นั่งเลขาธิการกพร. เหล่านี้เป็นข่าวเกิดขึ้นภายหลังปรับ "ครม.ปู5 " เดือนกรกฎาคมซึ่ง "เจ้ากระทรวงคลัง" สั่งจัดระเบียบหัวขบวนใหม่เริ่มจากการทาบหญิงเหล็ก "เบญจา หลุยเจริญ" นั่งรัฐมนตรีช่วยคลังกุม 2 กรมภาษีทั้งสรรพากรและศุลกากร ทว่าคดีโกงแวตยิ่งสาวก็ยิ่งลามเข้าตำรา "ลูบหน้าปะจมูก" เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบโกงภาษีแวตแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมว่าพบผู้กระทำความผิด โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการกลุ่มเดิมเข้าไปเอี่ยวอีก 2 รายจาก 18 รายและชงปลัดคลังคนใหม่สอบวินัย
++ลุ้นเคลมน้ำท่วมเกือบ 3 หมื่นล้าน
    ผลพวงจากมหาอุทกภัยปี 2554 ยังค้างจ่ายสินไหมจากรีอินชัวเรอร์อีกประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาทคิดเป็น 6.96% จากความเสียหายทั้งระบบธุรกิจประกันภัยที่ 3.97 แสนล้านบาท โดยเฉพาะที่ยังคงเป็นปัญหาคดีความกับ Caisse Centrale de Reassurance SA หรือ ซีซีอาร์ และส่วนที่เหลือจะมาจากรายอื่น ซึ่งยังเป็นประเด็นที่รอลุ้นว่าจะจบได้ภายในครึ่งปีแรกของปี 2557 หรือไม่
**กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ
    กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นอีกครั้งในช่วงปี 56 ภายใต้ผู้มีบทบาทสำคัญอย่างนายวีรพงษ์  รามางกูร  หรือ ดร.โกร่ง  ที่ฝ่ายการเมืองส่งไปบริหารเป็นประธานบอร์ดธปท.  โดย ดร.โกร่ง มองว่า ควรนำสำรองเงินตราฯ มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศ  ซึ่งครั้งหนึ่ง ดร.โกร่งเคยบอกนายกฯยิ่งลักษณ์ว่าไม่ต้องห่วงเรื่องเงินลงทุนตามโครงการ 2 ล้านล้านบาท เพราะสำรองเงินตราฯ มีเกินพอ  แต่ท้ายที่สุดความคิดดังกล่าวก็ไม่แตกผลเป็นรูปธรรมกระทั่งดร.โกร่งครบวาระ ประธานธปท. และมีดร.อำพน  กิตติอำพน  ประธานบอร์ดธปท.จะเข้ามารับช่วงต่อในวาระที่เหลืออีก 1 ปี 10 เดือน  โดยเจ้าตัวเองก็ส่งสัญญาณชัดเจนว่า  ก่อนจะหมดวาระ แผนการจัดตั้ง SWF (ปรับใหม่ในชื่อว่ากองทุน New Opportunity Fund :NOF)ต้องมีความคืบหน้า
    ทั้งนี้  การดำเนินการในเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ว่าจะสวยหรู  หรือราบรื่นอย่างที่ต้องการ  เมื่อความต้องการล้วงเงินของ ธปท. ออกมาเพื่อการลงทุนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย  โดยมีผู้ที่ออกมาคัดค้านอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นนายธีระชัย  ภูวนาถนรานุบาล  อดีต รมว.คลัง  ซึ่งให้เหตุผลว่าหากรัฐบาลจะตั้งกองทุนความมั่งคั่ง ก็ควรจะมีเงินเกินดุลงบประมาณของตัวเองที่สะสมเอาไว้แล้วใช้เงินจำนวนนี้ไป ตั้งกองทุน  เพราะไม่มีประเทศใดที่ใช้วิธีรัฐบาลกู้เงิน เพื่อจะนำไปใช้จัดตั้งกองทุนความมั่งคั่ง ทั้งยังเห็นว่าการที่รัฐบาลจะเอาทุนสำรองไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย เพื่อใช้ในโครงการ 2 ล้านล้านบาทจริง จะกระทบฐานะทุนสำรองของประเทศอย่างรุนแรง และคู่มือของ IMF ยังได้กำหนดวิธีการจัดทำตัวเลขทุนสำรองทางการระบุว่า เงินลงทุนที่ประเทศไทยจะนับเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศได้นั้น ต้องเป็นเงินลงทุนในตราสาร ที่ออกโดยบุคคลที่อยู่นอกประเทศไทยเท่านั้น  และรวมถึงนายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง เป็นต้น
    จนแล้วจนรอดกองทุนความมั่งคั่งก็ยังไม่สามารถก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างได้จน ถึงสิ้นปี 56 ที่รัฐบาลมีการยุบสภา  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องติดตามว่า  เมื่อมีรัฐบาลเข้ามาแนวคิดดังกล่าวจะถูกหยิบขึ้นมาเป็นประเด็น  เพื่อใช้ประโยชน์จากทุนสำรองของ ธปท. อีกหรือไม่
**เงินบาทแข็งโป๊ก
    ด้านตลาดเงินนั้น คาดการตลาดยังอิงภาวะตลาดเงินโลก โดยเกาะติดสถานการณ์ทยอยปรับลดการอัดฉีดสภาพคล่อง (QE Tapering) ของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อทิศทางค่าเงิน เห็นได้จากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเดือนเมษายนเงินบาทแข็งค่าแตะ 28.91-28.95บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ สะท้อนการแข็งค่ามากสุดในรอบ 16 ปี ซึ่งรมว.คลังต้องออกมาส่งสัญญาณไปยังผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำกับดูแลเงินบาทให้อ่อนค่าเพื่อลดอุปสรรคให้กับผู้ส่งออกไทย และมองว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้นเป็นช่องให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามา เก็งกำไรค่าเงินจากเงินทุนที่ไหลเข้ามาจำนวนมาก
**กนง.ลดอาร์พีทิ้งทวน
    ต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรืออาร์พีนั้น ในรอบปี 2556 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้งคือ 29 พฤษภาคมลดเหลือ 2.50% จากเดิมอยู่ 2.75% และเมื่อวันที่ 27พฤศจิกายนกนง.มีมติ 6 ต่อ 1 ให้ลดดอกเบี้ยนโยบาย (อาร์พี) ลง 0.25% ต่อปีเป็น 2.25% จากเดิมที่ 2.50% เนื่องจากคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ (FOMC) สะท้อนมุมมองต่อเศรษฐกิจช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ปรับตัวดีขึ้นทั้งตัวเลข เศรษฐกิจสหรัฐฯ ดีกว่าที่ตลาดคาดและตัวเลขการจ้างงานส่งผลให้เงินสกุลภูมิภาคและเงินบาทโดย รวมอ่อนค่าต่อเนื่อง โดยเงินบาทได้รับผลกระทบจากการเมืองภายใน และตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ออกมาต่ำกว่าตลาดคาดทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดหลัก ทรัพย์ และตลาดพันธบัตรค่อนข้างมากในเดือนพฤศจิกายนโดยเฉพาะนักลงทุนต่างประเทศขาย พันธบัตรระยะสั้นของไทยเป็นหลัก ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการอ่อนค่าลงของเงินบาท
    โดยผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมดังกล่าว ก่อนจะเริ่มทยอยปรับขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนของภาคการคลังสหรัฐฯ รวมทั้งการทยอยลดคิวอียังเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจกระทบภาวะเศรษฐกิจการ เงินโลกและบอร์ดกนง.เห็นว่ามาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนที่เน้นบทบาทของกลไก ตลาดและเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาวมากขึ้นอาจมีผลกระทบต่อไทยได้โดยตรง
    นอกจากนี้ยังเห็นควรให้ติดตามอย่างใกล้ชิดทั้งการปล่อยให้เงินหยวนและอัตรา ดอกเบี้ยในตลาดเงินเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดมากขึ้น, การเปิดเสรีเงินทุนเคลื่อนย้ายทั้งขาเข้าขาออกของจีน ซึ่งส่วนหนึ่งเชื่อมโยงถึงการใช้เงินหยวนเป็นสื่อกลางในการทำธุรกรรมการค้า และการลงทุนระหว่างประเทศอย่างกว้างขวางรวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของจีนและ ญี่ปุ่น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,909 
วันที่ 29  ธันวาคม  พ.ศ. 2556 - 1 มกราคม  พ.ศ. 2557

 

Read : 8598 times

jL Poll Module1

หยุดยาวเทศกาลปีใหม่นี้ท่านวางแผนตั้งงบค่าใช้จ่ายไว้อย่างไร



 

Poll (2)

สิ้นปีนี้ท่านคาดหวังเรื่องเงินโบนัสอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*