Homeเศรษฐกิจโลกตลาดต่างประเทศ พีแอนด์จีดึงผลวิจัยปรับสูตรแชมพู

พีแอนด์จีดึงผลวิจัยปรับสูตรแชมพู

พิมพ์

altข้อมูลดีๆ จากงานวิจัยทำให้ลูกค้าของบริษัทผู้ผลิตแชมพู พรอคเตอร์แอนด์แกมเบิล (พีแอนด์จี) มีความสุขมากขึ้นได้อย่างไร เรื่องนี้มีคำตอบ

เมื่อเร็วๆ นี้ พีแอนด์จี ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตสินค้าเครื่องใช้ส่วนตัวจากสหรัฐอเมริกา ได้ระดมสรรพกำลังทีมนักวิจัยด้านการตลาดของบริษัทเพื่อช่วยกันวิเคราะห์ออกมาโดยใช้หลักทางวิทยาศาสตร์อธิบายเกี่ยวกับความรู้สึกไร้สุขของผู้หญิงในวันที่ผมของพวกเธอลู่ลีบฟีบแบนหรือฟูฟ่องกระดกชี้ กล่าวโดยภาพรวมว่า "ไม่เป็นทรง" ซึ่งแต่ละคนก็จะมีประสบการณ์แตกต่างกันไปอย่างหลากหลาย

ความรู้สึกของผู้หญิงในวันที่ผมไม่เป็นทรงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่คณะทำงานของพีแอนด์จีให้ความสนใจ และมีความพยายามทุ่มงบทั้งด้านการวิจัยทดลองและการโฆษณาออกมา ด้วยจุดมุ่งหวังที่จะจูงใจให้สตรีเหล่านี้หันกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทซึ่งก็คือแชมพูและครีมบำรุงผม "แพนทีน" งานนี้บริษัทมีเดิมพันเป็นยอดขายหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เห็นๆว่าหดหายไปในช่วงที่สหรัฐฯ เผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยเนื่องจากผู้คนพากันประหยัดและพยายามลดการใช้เงินกับสินค้าบางประเภท รวมถึงผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม

altทีมวิจัยของแพนทีนได้สอบถามความเห็นของผู้หญิงหลายคนและพบว่า พวกเธอมีความรู้สึกที่หลากหลายแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมที่พวกเธอใช้ ในวันที่ผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง บางคนก็รู้สึกไม่เป็นมิตร ละอาย กังวลใจ รู้สึกผิด หรือกระวนกระวาย  แต่เมื่อได้ใช้ผลิตภัณฑ์แล้วความรู้สึกลบๆ เหล่านั้นก็ลดน้อยลง  บ้างก็ว่าเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผมดูดีขึ้น พวกเธอก็ตื่นเต้น มีความภาคภูมิใจและรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่สนใจ นักวิจัยยังระบุด้วยว่า ผู้หญิงที่ใช้แชมพูแพนทีนสูตรใหม่ ยอมรับว่าใช้แล้วมีความสุขมากกว่า (เมื่อเทียบกับผู้หญิงในอีกกลุ่มทดลองที่ถูกควบคุมการใช้แชมพู)

เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่า ยอดขายแชมพูทั่วโลกในขณะนี้มีมูลค่ารวมประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า  1  แสนล้านบาท ค่ายพีแอนด์จีมียี่ห้อแพนทีนเป็นหัวหอกในการทำยอดขาย และเป็นยี่ห้อหนึ่งที่ครองแชมป์ทำยอดขายสูงสุดตามร้านขายยา แต่ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ ยอดขายแชมพูก็ได้รับผลกระทบโดยบรรดาแม่บ้านพากันประหยัดรายจ่ายด้วยการหันไปใช้แชมพูอื่นๆที่มีราคาถูกกว่า เช่น สวาฟ หรือยี่ห้อที่นำสมัยกว่าเช่น เทรซอมม์

แชมพูยี่ห้อที่มีราคาถูกกว่าเหล่านี้โกยส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่แชมป์อย่างแพนทีนกลับต้องสูญเสียส่วนแบ่งตลาดของตัวเอง ข้อมูลจากบริษัทวิจัย ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลฯ ชี้ว่า ในปีที่ผ่านมา (2552) ยอดขายรวมของแพนทีนในตลาดสหรัฐฯ ลดลง 9 % มาอยู่ที่ระดับ 812 ล้านดอลลาร์ นับว่าตกลงมากกว่ายอดขายรวมในตลาดแชมพู ครีมนวด และผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลงมาเพียง 3%

ในสายตาของผู้บริโภคปัญหาผมไม่เป็นทรงเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหว และเมื่อจะทำอะไรเกี่ยวกับประเด็นนี้ บริษัทผู้ผลิตก็จำเป็นต้องระมัดระวังเป็นที่สุด ผู้หญิงหลายคนโทษว่าสภาพอากาศในแต่ละวัน การนอนหลับไม่ค่อยสนิท และทรงผมที่ช่างตัดให้ไม่ดี คือสาเหตุที่ทำให้เส้นผมของพวกเธอไม่เป็นรูปทรง แต่เดวิด รูบิน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อเส้นผมของบริษัท ยูนิลีเวอร์ฯ ซึ่งเป็นคู่แข่งรายหนึ่งของพีแอนด์จีและเป็นผู้ผลิตแชมพูยี่ห้อ "โดฟ" เห็นว่า อันที่จริงผมที่แห้งเสียและสุขภาพไม่ดี ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมของเราจัดเป็นทรงไม่ได้

บ๊อบ กอร์แมน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของบริษัท อัลเบอร์โต-คัลเวอร์ฯ ผู้ผลิตแชมพูยี่ห้อเทรซอมม์ ให้ข้อมูลว่า ประมาณ 25% ของผู้หญิงตอบว่าไม่อยากออกนอกบ้านถ้าผมของพวกเธอดูแย่ แต่เนื่องจากเรื่องผม "ดูแย่"หรือ "ไม่แย่" นั้น มักเป็นความเห็นส่วนบุคคล ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะนำเรื่องนี้มาเป็นจุดขายผลิตภัณฑ์แชมพู "คนที่ผมหยักศกอาจจะชอบผมตรง ส่วนพวกที่ผมตรงอาจจะชอบผมหยิก ทรงผมที่ดูแย่ของบางคนอาจเป็นทรงที่โดนใจใครบางคนก็เป็นได้" กอร์แมนกล่าว ผลสำรวจของบริษัทวิจัยการตลาดมินเทล อินเตอร์เนชั่นแนล พบว่า ผู้หญิงมักเปลี่ยนใจบ่อยๆ เกี่ยวกับแชมพูที่ใช้ มีเพียงประมาณ 1 ใน 3 เท่านั้น ที่ระบุว่ารักเดียวใจเดียวกับแชมพูยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง ประมาณ 50% ยอมรับว่าสลับใช้ไปมาระหว่างแชมพู 2 ยี่ห้อ และที่เหลือนอกนั้นตอบว่า เปลี่ยนยี่ห้อแชมพูที่ใช้ไปเรื่อยๆ  ด้านพีแอนด์จี การระดมวิจัยเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกของผู้หญิงในวันที่ผมไม่เป็นทรงนั้นเริ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2552 มีการสอบถามความเห็นของผู้หญิงเกือบๆ 3,400 คน เป้าหมายก็เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์แพนทีนเพื่อให้ผู้ใช้มี "วันผมสวย" ไปทุกๆวัน ซึ่งหมายถึงการมีความสุขทุกวันเช่นกัน

"เราต้องการให้แพนทีนทำอะไรได้มากไปกว่าการทำความสะอาดเส้นผม เช่นการลบล้างความรู้สึกไม่ค่อยดีของผู้หญิงเกี่ยวกับทรงผมที่ดูแย่ๆ ของพวกเธอออกไปจากใจ" ผู้บริหารของแพนทีนกล่าวและว่า ก่อนหน้านี้เคยมีงานวิจัยที่สะท้อนว่า ทรงผมแย่ๆ มีผลร้ายต่อความรู้สึกเชื่อมั่นในตัวเองของผู้หญิง มันทำให้พวกเธอรู้สึกไม่มั่นคงในการเข้าสังคม และทำให้พุ่งเพ่งอยู่แต่กับแง่มุมลบๆร้ายๆของตัวเอง 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,545   4-7  กรกฎาคม พ.ศ. 2553

 

Read : 4098 times

jL Poll Module1

กรณีช่อง 3 ควรตัดสินใจอย่างไร


 

Poll (2)

งบประมาณสสส.ควรมาจากไหน
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*