งาน แสดงสินค้าเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น (RHVAC) และงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิคส์ (E&E) ปี 2015 ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของประเทศไทยในระดับสากล

งานแสดงสินค้าเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น (RHVAC) และงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิคส์ (E&E) ปี 2015 สองงานใหญ่ระดับโลกที่จัดขึ้นพร้อมกัน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ...อ่านต่อ
Homeลงทุน-อุตฯลงทุน-อุตสาหกรรม 'ซีพีเอฟ' ปูพรมก๊าซชีวภาพฟาร์มสุกร

'ซีพีเอฟ' ปูพรมก๊าซชีวภาพฟาร์มสุกร

พิมพ์

altซีพีเอฟเดินหน้าหนุนเกษตรกรตั้งระบบก๊าซชีวภาพ ผลิตไฟฟ้าใช้ในฟาร์มสุกร คาด 5 ปีทำครบ 482 รายทั่วประเทศ หลังเดินหน้าไปแล้วกว่าครึ่ง โชว์ผลสำเร็จเฉพาะฟาร์มซีพีเอฟ 37 แห่ง ลงทุน 115 ล้านบาท ผลิตไฟฟ้าได้รวม 12-13 ล้านหน่วย ประหยัดค่าไฟฟ้าราว 30% ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 170,721 ตันต่อปี เตรียมต่อยอดขายคาร์บอนเครดิต
 นางพัชรา จวนรุ่ง รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจสุกร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำหัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ปัจจุบันฟาร์มสุกรของซีพีเอฟรวม 37 แห่งทั่วประเทศได้ลงทุนติดตั้งระบบก๊าซชีวภาพ (Bio Gas) เพื่อนำก๊าซมีเทนที่เกิดจากกากของเสียในการเลี้ยงสุกรกลับมาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าภายในฟาร์ม โดยมีรูปแบบการจัดการก๊าซชีวภาพ 4 ระบบ ได้แก่ 1.ระบบพลาสติกคลุมบ่อแบบชักกากได้ (Cover lagoon) 2.ระบบหมักราง (Plug Flow) 3.ระบบโดมคงที่ (Fixed Dome) และ 4.ระบบผสม ใช้เม็ดเงินลงทุนไปทั้งสิ้น 115 ล้านบาท พร้อมทั้งได้ขยายผลไปยังฟาร์มสุกรของเกษตรกรจำนวน 240 ราย จากทั้งหมด 482 ราย ส่วนใหญ่ฟาร์มที่พัฒนาภายหลังจะใช้ระบบผสมระหว่างโดมคงที่และพลาสติกคลุมบ่อ (Fixed Dome +Cover Lagoon) เนื่องจากลงทุนต่ำ ปริมาณการเกิดก๊าซสูงเพราะสามารถเก็บน้ำเสียได้ถึง 40-60 วัน
 ทั้งนี้ ปริมาณก๊าซ 1 ลูกบาศก์เมตร สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 1.42 หน่วย รวมกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 11.8 ล้านหน่วย ประหยัดค่าไฟฟ้าภายในฟาร์มได้ประมาณ 30% คาดว่าในปี 2553 จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 12-13 ล้านหน่วย เนื่องจากได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้สามารถใช้ประโยชน์จากก๊าซชีวภาพได้เต็มที่มากขึ้น สำหรับฟาร์มสุกรของเกษตรกรที่ยังไม่ได้จัดทำระบบก๊าซชีวภาพนั้น ยังเหลืออีกประมาณ 242 ราย ซึ่งซีพีเอฟจะส่งเสริมให้มีการติดตั้งระบบก๊าซชีวภาพทั้งหมด คาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 5 ปี และในอนาคตอาจสามารถที่จะขายเป็นคาร์บอนเครดิตได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมทำเอกสารขอการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ประมาณ 10 โครงการ คาดว่าจะลดการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 10,000 ตันต่อปี
 น.สพ.ดำเนิน จตุรวิธวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านบริการวิชาการ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟได้ตั้งเป้าหมายว่าอีก 5 ปีข้างหน้า ฟาร์มสุกรในโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสุกรทุกแห่งต้องใช้ระบบก๊าซชีวภาพทั้งหมด โดยหวังให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกร้อนอย่างจริงจัง ถือเป็นโครงการหลักที่ยึดหลักการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกและนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการติดตั้งระบบก๊าซชีวภาพของซีพีเอฟที่ผ่านมา สามารถก๊าซชีวภาพได้ถึง 613,220 ลูกบาศก์เมตร ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 170,721 ตันต่อปี หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 851,800 ต้นต่อปี
 พร้อมกันนี้ ฟาร์มสุกรของซีพีเอฟยังได้ดำเนินการโครงการลดก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ด้วย เช่น โครงการปลูกต้นไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ฟาร์ม ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2537 หรือราว 17 ปี เน้นการปลูกไม้ยืนต้นและไม้เศรษฐกิจต่างๆ ได้แก่ สัก ประดู่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน สัตตบรรณ รวมถึงปัจจุบันมีประมาณ 137,860 ต้น และมีการพัฒนาระบบการฟอกอากาศที่ออกจากโรงเรือนสุกร ซึ่งช่วยลดกลิ่นและสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้ โดยใช้เทคโนโลยีจากเยอรมนี วงเงินลงทุนอยู่ที่ 550,000 บาทต่อการเลี้ยงสุกร 1,200 ตัว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,580 4-6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

 

Read : 5396 times

jL Poll Module1

คสช.สั่งลดภาษีสรรพสามิตเบนซินเพิ่มดีเซล ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

กระแสราดน้ำแข็งการกุศลฟีเวอร์สุด ท่านเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*