หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home การตลาด คอลัมน์ : การตลาด Marketing หนัง3Dพาเหรดลงโรงปี54

หนัง3Dพาเหรดลงโรงปี54

พิมพ์

altตลาดหนังปีหน้า ฮอลลีวูดยังครองแชมป์ ด้วยสัดส่วน 60%  ของตลาดกว่า 3,500 ล้าน หนังฟอร์มยักษ์ชักแถวเข้าโรง เผยกว่า 70% เป็นหนัง 3 มิติที่จ่อคิวลงจอ ขณะที่หนังไทยผู้สร้างต้องเร่งทบทวนตลาด เหตุเพราะปีที่ผ่านมา มีหนังไทยแค่ 7 เรื่องจาก 52 เรื่อง ทำรายได้เกิน 40 ล้าน ด้านเสี่ยเจียง-สหมงคลฟิล์ม  สร้างหน้าหนังหลากหลาย สามารถกินแชร์ตลาดหนังไทยได้ถึง 30% ขณะที่ยูไอพี โชว์หน้าหนังปีกระต่าย สุดอลังการ เชื่อสร้างรายได้แตะ 1,000 ล้าน ครองตำแหน่งผู้นำตลาด จีทีเอช สร้างความหลากหลายหน้าหนัง ปีหน้าลงจอเต็มแมกซ์ 4-5 เรื่อง หวังดึงรายได้กลับ
 นายปัณณทัต  พรหมสุภา ผู้จัดการทั่วไป ประจำประเทศไทย บริษัท ยูไนเต็ดอินเตอร์เนชั่นแนล พิคเจอร์ (ฟาร์อีสต์)ฯ  หรือ ยูไอพี เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดปีนี้มีมูลค่าประมาณ 3,500 ล้านบาท เช่นเดียวกับปีที่แล้ว แบ่งเป็นหนังไทย 32% หรือประมาณ 51 เรื่อง  ขณะที่ปีที่แล้วมีหนังไทย 47 เรื่อง มีส่วนแบ่งตลาด 36% เนื่องจากปีนี้ หนังไทยที่ทำเงินเกิน 40 ล้านบาท มีเพียง 7 เรื่องเท่านั้น และมี 2-3 เรื่อง ทำรายได้ไม่ถึง 100,000 บาท ส่วนหนังไทยที่ทำรายได้สูงมีเพียง กวนมึนโฮ ที่ทำรายได้ไปถึง  131 ล้านบาท ขณะที่หนังฮอลลีวูดปีนี้ยังครองสัดส่วน 60% ของตลาดรวม
 ยูไอพีปีนี้มีตัวเลขรายได้ที่ดี แม้จะเจอภาวะการเมืองในช่วงครึ่งปีแรก แต่มีหนังเข้าฉายระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม ถึง 10 เรื่อง ทำรายได้ประมาณ 300 ล้านบาท คิดเป็น 80% ของรายได้ยูไอพีทั้งหมดเกือบ 380 ล้านบาท โดยทั้งปีมีหนังฉาย 18 เรื่อง และหนังที่ทำรายได้สูงสุดคือเรื่อง Iron Man ภาค 2 ซึ่งทำรายได้ไป 152 ล้านบาท ครองรายได้สูงสุด
 สำหรับปีหน้า มีหนังเข้าฉายประมาณ 20 เรื่อง จาก 2 สตูดิโอ คือ พาราเมาท์พิคเจอร์ และยูนิเวอร์แซลพิคเจอร์ อาทิ TRANSFORMERS 3, FAST FIVE (FAST AND FURIOUS ภาค 5), MISSION : IMPOSSIBLE GHOST PROTOCAL(ภาค 4), KUNG FU PANDA ภาค 2, THOR, CAPTAIN AMERICA: THE FIRST AVENGER, COWBOYS & ALIENS  ซึ่งคาดว่าจะทำให้ยูไอพีมีรายได้รวมทั้งปีแตะ 1,000 ล้านบาท ถือเป็นสถิติสูงสุดของยูไอพี จากปี 2551 ที่มีหนังเข้าฉาย 24 เรื่อง ทำรายได้  600 ล้านบาท
 นอกจากหน้าหนังที่ดีแล้ว ยูไอพียังมีแผนสร้างแบรนด์ และกระตุ้นรายได้ ทุ่มงบมากกว่า 100 ล้านบาท หรือใช้งบเพิ่มอีก 10-15% สำหรับหนังที่มีแนวโน้มสร้างรายได้สูง ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย, กิจกรรม CRM,  LOYALTY  PROGRAM  และอื่นๆ รวมทั้งการเลือกใช้สื่อใหม่ๆ ในการสื่อสารกับผู้บริโภค อาทิ Social Network Medias และสื่อ Outdoor ในรูปแบบต่างๆ และยังจัดทำ UIP TOWER ที่มีลักษณะคล้าย ทีวี สแตนดี้ มีการนำเสนอหนังตัวอย่าง เบื้องหลังการถ่ายทำ การสัมภาษณ์นักแสดง และสกู๊ปหนังใหม่ๆ ส่วนของผู้ดำเนินรายการ ใช้ พีเค โดยจะเริ่มติดตั้งที่ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ต้นปีหน้า หลังจากนั้น จะขยายไปยังโรงหนังสาขาหลักอื่นๆ
 นายสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ประธานกรรมการ บริษัท สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ปีนี้หนังของบริษัทส่วนใหญ่ทำรายได้เป็นที่น่าพอใจ ทั้งหนังไทยและหนังเทศ เช่น Resident Evile4 ทำรายได้ 115 ล้านบาท The Twilight Saga : Eclipse ทำรายได้ 110 ล้านบาท Step Up3 ทำรายได้ 61 ล้านบาท ชั่วฟ้าดินสลาย 35 ล้านบาท สาระแนสิบล้อ 70 ล้านบาท สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก 80 ล้านบาท ตุ๊กกี้ 67 ล้านบาท โป๊ะแตก 50 ล้านบาท องค์บาก3  46 ล้านบาท นาคปรก 36 ล้านบาท
 "เราต้องยอมรับว่า หนังของเราบางเรื่องไม่ได้หวังตลาดไทย แต่เราหวังตลาดต่างประเทศ ในขณะที่บางเรื่องจะได้เฉพาะตลาดในประเทศ อย่างเรื่อง สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก ทำตลาดต่างประเทศไม่ได้ แต่องค์บาก สามารถขายตลาดต่างประเทศได้ อย่างเรื่องนาคปรก น่าจะดีกว่านี้ น่าจะได้ซัก 60 ล้าน องค์บากก็ผิดหวังมาก ตั้งเป้าไว้ 100 ล้าน หนังไทยของเรา 15 เรื่อง มีครึ่งหนึ่งที่ทำรายได้เข้าเป้า" นายสมศักดิ์กล่าวและว่า ปีหน้ายังคงสร้างหนังที่มีความหลากหลาย สำหรับหนังไทย จะมีประมาณกว่า 10 เรื่อง ใช้งบลงทุน 500-600 ล้านบาท หนังแอกชันจะสร้างเป็น 3 มิติ เช่น หนังของ จา พนม และพันนา รวมทั้งช็อคโกแลต ลงทุนร่วมกับญี่ปุ่นด้วยงบกว่า 100 ล้านบาท ที่จะนำไปทำตลาดต่างประเทศ
 ส่วนรายได้รวมของสหมงคลฟิล์ม ปีหน้าจะดีกว่าปีนี้แน่นอน เพราะมีหนังต่างประเทศดีๆ หลายเรื่อง อาทิ Breaking Daw n, Kane&Ynch, Source Code, The Three Musketeer นอกจากนี้ ยังมีเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรอีก 2 ภาค เข้าฉายประมาณ มีนาคม-เมษายน ซึ่งคาดว่าจะทำรายได้อย่างน้อย 500 ล้านบาท
 สำหรับแนวทางหนังไทยปีหน้า ยังมองว่ายังขยายตัวได้ แนวหนังวัยรุ่น หนังผี และหนังตลก ยังได้รับความนิยม สำหรับหนังแนวตลกคาเฟ่ที่ถูกมองว่า ตลาดซบเซาลงแล้วนั้น คาดว่าแนวหนังดังกล่าวยังคงไปได้ แต่ต้องไม่เยอะจนเกินไป ส่วนหนัง 3 มิติ เป็นอีกแนวหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจ ประกอบกับปริมาณโรงหนัง 3 มิติ และโรงหนังดิจิตอลจะเพิ่มขึ้น จึงถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างรายได้เพิ่มของหนัง
 ด้านนายวิสูตร พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็ม ไท ฮับ จำกัด หรือ จีทีเอช กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ปีนี้หนังไทยค่อนข้างดรอปลง แต่ถึงสิ้นปี รายได้น่าจะพอๆ กับปีที่แล้ว ตอนนี้กลางเดือนธันวาคม หนังไทยทำรายได้แล้วประมาณ 1,040 ล้านบาท  ขณะที่ปีที่แล้วมีหนังฉายทั้งหมด 48 เรื่อง ทำรายได้ 1,250 ล้านบาท แต่ปลายปีมีหนังไทยอีก 2 เรื่อง คือ สุดเขตสเลดเป็ด และสาระแนเห็นผี น่าจะทำให้รายได้หนังไทยขยับเป็น 1,200 ล้านบาท
 ปีหน้าอุตสาหกรรมหนังน่าจะทำรายได้ดีกว่าปีนี้ เพราะมีเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรถึง 2 ภาค คาดว่าทำรายได้เรื่องละ 200-300 ล้านบาท และหนังของจีทีเอชเองก็น่าจะโดน มีทั้งหมดประมาณ 4-5 เรื่อง ซึ่งมีหลากแนว ทั้งหนังผี เรื่อง ลัดดาแลนด์ หนังตลกวัยรุ่น และเรื่อง Suck Seed ห่วยขั้นเทพ ที่มีน้องเก้า-จิรายุ และนักแสดงหน้าใหม่ทั้งหมด เข้าฉายมีนาคมที่จะถึงนี้
 "เท่าที่มองสถิติหนังไทยมา 6-7 ปี หนังไทยทำรายได้ 34-35% ของรายได้หนังทั้งหมด ส่วนปีที่มีเรื่องนเรศวร มีส่วนแบ่งรายได้ 40% ตอนนี้แชร์หนังฮอลลีวูดอยู่ที่ 62% หนังเอเชีย 5% และหนังไทย 35%"  นายวิสูตรกล่าวและว่า ปีนี้จีทีเอชมีหนัง 3 เรื่อง กวนมึนโฮ ทีแรกตั้งเป้าไว้แค่ 50-60 ล้านบาท แต่สามารถทำไปได้ 131 ล้านบาท บ้านฉัน...ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) 45 ล้านบาท หนังไม่ได้ต่ำกว่าคาดการณ์ แต่น่าจะทำได้มากกว่านี้ ส่วนเรื่องกระดึ๊บ ทำได้ 20 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าเป็นผลจากหน้าหนัง คนดูจะมองว่าไม่น่ารัก หนังตลกคาเฟ่จะไม่ค่อยได้ตังค์
 ส่วนการทำตลาด บริษัทวางงบการตลาดไว้ประมาณ 15 ล้านบาทต่อเรื่อง ถ้าหนังเวิร์ก ก็จะเพิ่มงบขึ้นไปอีก สำหรับการทำตลาดยุคนี้โซเชียลเน็ตเวิร์ก ถือเป็นสื่อที่มีผลกับตลาดหนังมาก หากหนังไม่ดี ก็มีผลทันที ไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้น จีทีเอชจึงต้องเข้มข้นกับการคัดเลือกบท และนักแสดงมากขึ้น โดยบริษัทตั้งเป้าผลิตหนังไทยปีละ 4-5 เรื่อง ซึ่งถือเป็นกำลังการผลิตที่เหมาะสม  ก่อนหน้านี้เคยผลิตปีละ 7-8 เรื่อง ทำให้การควบคุณคุณภาพไม่ทั่วถึง
 "จีทีเอชมีแฟนเพจ 2.8 แสน ...อะไรก็สู้ปากคนไม่ได้ อย่างเรื่อง กวนมึนโฮ ก็ได้จากตรงนี้เยอะ แต่ถ้าหนังไม่ดี มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ดีไปแล้ว เราก็ไปแก้อะไรไม่ได้ เมื่อก่อนเรายังซ่อนๆ ได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว อะไรที่บวก ก็จะกลายเป็นบวกบวก อะไรที่ลบ ก็จะกลายเป็นลบลบ" นายวิสูตรกล่าว
 สำหรับรายได้ จีทีเอชปีนี้คาดว่าปิดที่ 400 ล้านบาท น้อยกว่าปีที่แล้วประมาณ 50-60 ล้านบาท เนื่องจากปีที่แล้ว มีหนังทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท คือ 5 แพร่ง และรถไฟฟ้ามาหานะเธอ ส่วนปีนี้มีแค่เรื่อง กวนมึนโฮ ที่ทำรายได้สูง ปีหน้าคาดว่ารายได้จะเท่าปี 2552 คือประมาณ 450-460 ล้านบาท
 นายสุพัฒน์ งามวงศ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอสเอฟ ซีเนม่า ซิตี้ จำกัด กล่าวว่า หนังไทยปีนี้ทำเงินไม่ค่อยดี แม้ปริมาณหนังจะมาก แต่หลายเรื่องไม่ค่อยทำรายได้ แนวหนังที่ขายได้ยังคงเป็นหนังวัยรุ่น สำหรับปีหน้าภาพรวมของหนังไทยและหนังเทศมาแรง สำหรับหนังไทย จากตำนานสมเด็จพระนเรศวรที่จะเข้าฉายต่อเนื่องกัน 2 ภาค จะทำให้รายได้หนังไทยโดยรวมขยับขึ้น ส่วนหนังฮอลลีวูด ปีหน้าถือเป็นปีทอง โดยรวมคาดว่าตลาดยังมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10%
 ส่วนเอสเอฟ ปีนี้ขยายตัวได้กว่า 10% แม้จะมีปัญหาการเมืองในช่วงต้นปี และปีหน้าจะขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง โดยแห่งแรกเริ่มที่ เทอร์มินอล 21 จำนวน 8 โรง เปิดให้บริการกรกฎาคม กลางปีและปลายปี จะเปิดอีก 2 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และคาดว่าปีหน้าเอสเอฟจะเติบโตได้อีกกว่า 20% แน่นอน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,594  23-25 ธันวาคม พ.ศ. 2553

 

Read : 4231 times

jL Poll Module1

เงินจ่ายคืนภาษีรถคันแรกปีนี้ไม่พอ คลังขอใช้งบกลาง/เงินคงคลังหมื่นล.ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

ห่วงศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีนายกฯ จุดชนวนรุนแรง ท่านเชื่ออย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*
เตาแก๊ส ขายเตาแก๊ส หวย เตาอบ ตู้กดน้ำ