• วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558

'คำนูณ'โพสต์ร่างรธน.ฉบับใหม่เสร็จโดยพื้นฐานแล้ว

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ    โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจกล่าวได้ว่าเสร็จลงโดยพื้นฐาน โดยเหลือรอการพิจารณ...

คาด2-6มี.ค.ค่าบาทเคลื่อนไหวในกรอบ32.25-32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปภาวะค่าเงินบาทรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา(23-27ก.พ.)เงินบาทแข็งค่าขึ้น หลังเคลื่อนไหวใ...

6เดือนรัฐบาล'บิ๊กตู่'ปชช.ให้6.20คะแนน-ด้านศก.คะแนนน้อยสุด

เนื่องด้วยในเดือนกุมภาพันธ์นี้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะบริหารประเทศครบ 6 เดือ...

Breaking News


วางแผงแล้ววันนี้

น.ส.พ.ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,030 ปีที่ 35
วันที่ 26 - 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

รับสมาชิกฉบับดิจิตอลออนไลน์ คลิ๊ก ..
AIS Bookstore | Ookbee

  -โหลดฟรี ฐานเศรษฐกิจฉบับพิเศษ Executive Family พ่อลูกนักบริหาร http://bit.ly/1usuq9w
  -โหลดฟรี
ที่ AIS Bookstore ฐานเศรษฐกิจ ฉบับพิเศษ (Thailand Direct Sales 2014 Health & Beauty) http://bit.ly/1uQm8NX
  -โหลดฟรี ฐานเศรษฐกิจฉบับพิเศษ "ทําเนียบสตรีนักธุรกิจ-นักบริหารไทย 2014"ที่ AIS Bookstore http://bit.ly/1uss0b1

ฟอร์เบสท์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง อสังหาฯ โดยมืออาชีพ
scasset
ป้ายโฆษณา

 
  

กลุ่มเพื่อน Shambolic เชิญชวนร่วมซื้อเสื้อจากเพื่อนเพื่อเพื่อน
Home Home

'ไทยซัมมิท'ทุ่มพันล รง.ชิ้นส่วนอินโดฯ

อีเมลพิมพ์PDF

บิ๊กชิ้นส่วนรถยนต์"ไทยซัมมิท"ควักทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ผุดโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ป้อนนิสสันVAN ที่จะเริ่มเปิดตลาดได้กลางปี 2555 เผยในอินโดนีเซียยังไม่มีโรงงานแสตมปิ้ง  จึงเป็นโอกาสดี  ย้ำปีนี้  "ไทยซัมมิท กรุ๊ปส์"     จะมีรายได้ทะลุ 50,000 ล้านบาท    เป็นรายได้ที่เกิดจากฐานการผลิตในต่างประเทศ 25%
  แหล่งข่าวจากบริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด  หรือไทยซัมมิท กรุ๊ปส์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ จากกลุ่มทุน "จึงรุ่งเรืองกิจ"  เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า  ขณะนี้บริษัทมีแผนที่จะตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศอินโดนีเซีย ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ตั้งโรงงานอยู่ชานกรุงจาการ์ตา ซึ่งเป็นแหล่งการลงทุนของอุตสาหกรรมยานยนต์ของอินโดนีเซีย โดยส่วนใหญ่จะเป็นการผลิตบอดี้พาร์ต จะมีกำลังการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งหมดประมาณ 2 ล้านชิ้น/ปี โดยโครงการนี้ในเบื้องต้นจะผลิตเพื่อป้อนชิ้นส่วนให้กับนิสสันที่จะผลิตรถรุ่นใหม่เป็นรถVAN ที่อินโดนีเซีย โดยมีขนาดกำลังผลิตประมาณ 60,000 คัน/ปี ที่จะเริ่มเปิดตลาดรถVAN ได้ในช่วงกลางปี 2555นี้
 โดยสาเหตุที่ไทยซัมมิท กรุ๊ปส์สนใจเข้าไปตั้งฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในอินโดนีเซีย เนื่องจากได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้มามากกว่า 10 ปี แต่ในช่วง4-5 ปีที่ผ่านมาเข้าไปลงทุนในการผลิตชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์ก่อน ล่าสุดผู้บริหารก็พร้อมที่จะเข้าไปตั้งฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ด้วย เนื่องจากในอินโดนีเซียยังไม่มีโรงงานแสตมปิ้ง และตลาดชิ้นส่วนยานยนต์ในอินโดนีเซียยังเป็นตลาดที่น่าสนใจ  ซึ่งที่ผ่านมาฐานการผลิตในประเทศไทยก็ผลิตเพื่อส่งออกไปยังตลาดอินโดนีเซียอยู่แล้ว  ดังนั้นการเข้าไปตั้งโรงงานผลิตเองในอินโดนีเซียครั้งนี้ในเบื้องต้นจะผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เพื่อป้อนตลาดอินโดนีเซียก่อน
     "กลุ่มนิสสันเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่ ไทยซัมมิท ป้อนชิ้นส่วนให้อยู่แล้วโดยเฉพาะการขยายตัวของชิ้นส่วนสำหรับผลิตรถอีโคคาร์ในประเทศไทย ที่ขณะนี้นิสสันประสบความสำเร็จในการเปิดตลาดรถเล็กก่อนในประเทศไทย พร้อมทั้งการส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่นก็ได้รับการยอมรับในเวลาที่รวดเร็ว จึงมั่นใจว่าการทำตลาดในอินโดนีเซียน่าจะประสบผลสำเร็จตามมาเพราะมีฐานการตลาดอยู่ก่อนแล้ว"
     แหล่งข่าวกล่าวอีกว่าปี 2554 ไทยซัมมิท กรุ๊ปส์    จะมีรายได้ทะลุ 50,000 ล้านบาท    เป็นรายได้ที่เกิดจากฐานการผลิตในประเทศไทย 75% โดยมีฐานลูกค้าสำคัญในลำดับต้นๆ เช่น  มิตซูบิชิ อีซูซุ นิสสัน และสัดส่วน 25% จะเป็นรายได้ที่มาจากฐานการผลิตในต่างประเทศ ประกอบ 1. อินเดีย มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์จำนวน 7 แห่ง เป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 1 แห่งและอีก 6 แห่งเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถมอเตอร์ไซค์ 2.มาเลเซีย มีโรงงานผลิตชิ้นเบาะมอเตอร์ไซค์ เบาะรถยนต์ และโรงงานแสตมปิ้งรวมทั้งหมด 5 แห่ง  โดยทั้ง 2 ประเทศนี้เป็นการเข้าไปร่วมทุน 3.เวียดนาม เป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์ 1 แห่ง เป็นการเข้าไปลงทุนเอง100%  4.อินโดนีเซีย มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์ 1 แห่ง (ยังไม่รวมโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แห่งใหม่ที่กำลังจะลงทุน) โดยขณะนี้มีแผนที่จะรวมฐานการผลิตชิ้นส่วนรถมอเตอร์ไซค์มาอยู่ที่โรงงานเดียวกับการ ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่ชานกรุงจาการ์ตาด้วย และขณะนี้ก็อยู่ระหว่างขยายการผลิตวงล้อรถมอเตอร์ไซค์ จากที่ก่อนหน้านั้นผลิตเบาะรถและชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์ 5.สาธารณรัฐประชาชนจีน มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 1 แห่ง ล่าสุดมีแผนจะลงทุนใหม่อีก 1 โครงการ ยังไม่พร้อมเปิดตัวในขณะนี้ 6.สหรัฐอเมริกา มีฐานการผลิตแม่พิมพ์และชิ้นส่วนรถยนต์
 สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ประเทศอินโดนีเซียในช่วงปีที่ผ่านมาถือว่ามีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว คาดว่าภายใน 2 ปีข้างหน้ายอดขายรถยนต์ของอินโดนีเซียจะแซงหน้าประเทศไทย เนื่องจากเศรษฐกิจมีการเติบโต และจำนวนประชากรในอินโดนีเซียก็สูงกว่าประเทศไทยกว่า 4 เท่าตัวหรือประมาณ 240 ล้านคน ทำให้ตลาดยังสามารถที่จะขยายตัวไปได้อย่างต่อเนื่อง
 โดยค่ายที่ให้ความสนใจประเทศอินโดนีเซียก็คือ นิสสัน ที่ก่อนหน้านั้นนายคาร์ลอส กอส์น  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิสสัน มอเตอร์ฯ ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า ได้มีการลงทุน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตรถยนต์ของนิสสันในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น โดยมีการวางเป้าหมายไว้ที่ 1 แสนคันต่อปีภายในปี 2555 ขณะเดียวกันจะมีการตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนารถในอินโดนีเซีย ที่จะทำให้จำนวนแรงงานจากเดิม 110 คนเป็น 300 คน และคาดการณ์กันว่าแผนงานนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันยอดจำหน่ายในภูมิภาคอาเซียนอย่าง ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ สูงถึงกว่า 3 ล้านคันในอีก 5 ปีข้างหน้า
 โดยนายคาร์ลอส กล่าวว่า ปัจจัยที่นิสสันเลือกลงทุนในประเทศอินโดนีเซียก็เนื่องมาจากความต้องการในการขยายตลาดส่งออกในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ที่มีแนวโน้มขยายตัวสูง ขณะที่ตลาดภายในประเทศก็เติบโตกว่าประเทศพัฒนาอื่นๆ เพราะอัตราการเป็นเจ้าของรถต่อคันยังอยู่ในสัดส่วนต่ำ
  ด้านนายประพัฒน์ เชยชม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด  เปิดเผยว่า การเข้าไปลงทุนของบริษัทชิ้นส่วนจากประเทศไทยในอินโดนีเซีย ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาของภาคธุรกิจที่เมื่อมีความต้องการตลาดเพิ่มสูง ก็ย่อมต้องเข้าไปเจาะตลาดนั้นๆขณะเดียวกันรถยนต์ที่ประกอบในโรงงานที่อินโดนีเซียส่วนใหญ่จะเป็นรถอเนกประสงค์ หรือรถแวน(VAN) ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มียอดขายสูงกว่ารถยนต์ประเภทอื่นๆ
  "โรงงานนิสสันในอินโดนีเซียจะผลิตรถยนต์ที่แตกต่างกับโรงงานในประเทศไทย ถือเป็นคนละตลาดกัน  โดยส่วนมากโรงงานที่อินโดนีเซียจะผลิตรถอเนกประสงค์ - รถตู้ อาทิ เอ็กซ์เทรล ,เออร์แวน ซึ่งเราก็มีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย  ส่วนรุ่นอื่นๆที่มีการผลิตก็จะเป็นการผลิตเพื่อป้อนตลาดในประเทศเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะตลาดในอินโดนีเซียในช่วงปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตสูงมาก "
   นอกจากนี้อีกหนึ่งค่ายยักษ์ใหญ่ที่แสดงความสนใจที่จะใช้ประเทศอินโดนีเซียเป็นฐานการผลิตรถยนต์ก็คือ ค่ายโตโยต้า ที่ออกมาเผยถึงความได้เปรียบทางด้านต้นทุนในการผลิตที่ต่ำกว่าประเทศไทย อีกทั้งภาครัฐของอินโดนีเซียก็มีการสนับสนุนเต็มที่เนื่องจากต้องการผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศมีการเติบโต โดยปัจจุบันโตโยต้าถือเป็นค่ายรถยนต์ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของอินโดนีเซีย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,607  6 - 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

 

Read : 5430 times

น.ส.พ.ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,030 ปีที่ 35 วันที่ 26 - 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 น.ส.พ.เศรษฐกิจจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ

jL Poll Module1

เสนอแก้กม.ให้ออกหวยออนไลน์เลขท้าย2ตัว3ตัวแก้ล็อตเตอรี่แพง ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

แก้ระเบียบลดเบี้ยเลี้ยงชีพอดีตส.ส.-ส.ว.เหลือ 9 พัน จากตลอดชีพเหลือสองเท่าเวลาดำรงตำแหน่ง ท่านมีความเห็นอย่างไร
 


Generate :19:23:57, * #