หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2558

กต.ออกประกาศให้คนไทยในเยเมนเตรียมเดินทางออกจากประเทศ

กระทรวงการต่างประเทศแจ้งสถานการณ์การสู้รบและการให้ความช่วยเหลือคนไทยในเยเมน ฉบับที่ ๒ว่า

รองโฆษกฯย้ำรัฐบาลเร่งช่วยแรงงานประมง-วอนสื่อนำเสนอข้อมูลให้ครบถ้วน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเสนอข้อมูลของสื่อมวลชนบางสื่อต่อกร...

การบินไทยชี้แจงการให้บริการเที่ยวบินสู่ประเทศญี่ปุ่นตามปกติ

การบินไทยชี้แจงการให้บริการเที่ยวบินสู่ประเทศญี่ปุ่นตามปกติ กรณีประเทศญี่ปุ่นห้ามเที่ยวบินแบบเช่าเหม...


Breaking News


วางแผงแล้ววันนี้

น.ส.พ.ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,038 ปีที่ 35
วันที่ 26 - 28 มีนาคม พ.ศ. 2558

รับสมาชิกฉบับดิจิตอลออนไลน์ คลิ๊ก ..
AIS Bookstore | Ookbee

-โหลดฟรี ฐานเศรษฐกิจฉบับพิเศษ Executive Family พ่อลูกนักบริหาร http://bit.ly/1usuq9w
-โหลดฟรี
ที่ AIS Bookstore ฐานเศรษฐกิจ ฉบับพิเศษ (Thailand Direct Sales 2014 Health & Beauty) http://bit.ly/1uQm8NX
-โหลดฟรี ฐานเศรษฐกิจฉบับพิเศษ "ทําเนียบสตรีนักธุรกิจ-นักบริหารไทย 2014"ที่ AIS Bookstore http://bit.ly/1uss0b1

ฟอร์เบสท์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง อสังหาฯ โดยมืออาชีพ
scasset
ป้ายโฆษณา

 
   

กลุ่มเพื่อน Shambolic เชิญชวนร่วมซื้อเสื้อจากเพื่อนเพื่อเพื่อน
Home

'ไทยซัมมิท'ทุ่มพันล รง.ชิ้นส่วนอินโดฯ

พิมพ์

บิ๊กชิ้นส่วนรถยนต์"ไทยซัมมิท"ควักทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ผุดโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ป้อนนิสสันVAN ที่จะเริ่มเปิดตลาดได้กลางปี 2555 เผยในอินโดนีเซียยังไม่มีโรงงานแสตมปิ้ง  จึงเป็นโอกาสดี  ย้ำปีนี้  "ไทยซัมมิท กรุ๊ปส์"     จะมีรายได้ทะลุ 50,000 ล้านบาท    เป็นรายได้ที่เกิดจากฐานการผลิตในต่างประเทศ 25%
  แหล่งข่าวจากบริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด  หรือไทยซัมมิท กรุ๊ปส์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ จากกลุ่มทุน "จึงรุ่งเรืองกิจ"  เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า  ขณะนี้บริษัทมีแผนที่จะตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศอินโดนีเซีย ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ตั้งโรงงานอยู่ชานกรุงจาการ์ตา ซึ่งเป็นแหล่งการลงทุนของอุตสาหกรรมยานยนต์ของอินโดนีเซีย โดยส่วนใหญ่จะเป็นการผลิตบอดี้พาร์ต จะมีกำลังการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งหมดประมาณ 2 ล้านชิ้น/ปี โดยโครงการนี้ในเบื้องต้นจะผลิตเพื่อป้อนชิ้นส่วนให้กับนิสสันที่จะผลิตรถรุ่นใหม่เป็นรถVAN ที่อินโดนีเซีย โดยมีขนาดกำลังผลิตประมาณ 60,000 คัน/ปี ที่จะเริ่มเปิดตลาดรถVAN ได้ในช่วงกลางปี 2555นี้
 โดยสาเหตุที่ไทยซัมมิท กรุ๊ปส์สนใจเข้าไปตั้งฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในอินโดนีเซีย เนื่องจากได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้มามากกว่า 10 ปี แต่ในช่วง4-5 ปีที่ผ่านมาเข้าไปลงทุนในการผลิตชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์ก่อน ล่าสุดผู้บริหารก็พร้อมที่จะเข้าไปตั้งฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ด้วย เนื่องจากในอินโดนีเซียยังไม่มีโรงงานแสตมปิ้ง และตลาดชิ้นส่วนยานยนต์ในอินโดนีเซียยังเป็นตลาดที่น่าสนใจ  ซึ่งที่ผ่านมาฐานการผลิตในประเทศไทยก็ผลิตเพื่อส่งออกไปยังตลาดอินโดนีเซียอยู่แล้ว  ดังนั้นการเข้าไปตั้งโรงงานผลิตเองในอินโดนีเซียครั้งนี้ในเบื้องต้นจะผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เพื่อป้อนตลาดอินโดนีเซียก่อน
     "กลุ่มนิสสันเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่ ไทยซัมมิท ป้อนชิ้นส่วนให้อยู่แล้วโดยเฉพาะการขยายตัวของชิ้นส่วนสำหรับผลิตรถอีโคคาร์ในประเทศไทย ที่ขณะนี้นิสสันประสบความสำเร็จในการเปิดตลาดรถเล็กก่อนในประเทศไทย พร้อมทั้งการส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่นก็ได้รับการยอมรับในเวลาที่รวดเร็ว จึงมั่นใจว่าการทำตลาดในอินโดนีเซียน่าจะประสบผลสำเร็จตามมาเพราะมีฐานการตลาดอยู่ก่อนแล้ว"
     แหล่งข่าวกล่าวอีกว่าปี 2554 ไทยซัมมิท กรุ๊ปส์    จะมีรายได้ทะลุ 50,000 ล้านบาท    เป็นรายได้ที่เกิดจากฐานการผลิตในประเทศไทย 75% โดยมีฐานลูกค้าสำคัญในลำดับต้นๆ เช่น  มิตซูบิชิ อีซูซุ นิสสัน และสัดส่วน 25% จะเป็นรายได้ที่มาจากฐานการผลิตในต่างประเทศ ประกอบ 1. อินเดีย มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์จำนวน 7 แห่ง เป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 1 แห่งและอีก 6 แห่งเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถมอเตอร์ไซค์ 2.มาเลเซีย มีโรงงานผลิตชิ้นเบาะมอเตอร์ไซค์ เบาะรถยนต์ และโรงงานแสตมปิ้งรวมทั้งหมด 5 แห่ง  โดยทั้ง 2 ประเทศนี้เป็นการเข้าไปร่วมทุน 3.เวียดนาม เป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์ 1 แห่ง เป็นการเข้าไปลงทุนเอง100%  4.อินโดนีเซีย มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์ 1 แห่ง (ยังไม่รวมโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แห่งใหม่ที่กำลังจะลงทุน) โดยขณะนี้มีแผนที่จะรวมฐานการผลิตชิ้นส่วนรถมอเตอร์ไซค์มาอยู่ที่โรงงานเดียวกับการ ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่ชานกรุงจาการ์ตาด้วย และขณะนี้ก็อยู่ระหว่างขยายการผลิตวงล้อรถมอเตอร์ไซค์ จากที่ก่อนหน้านั้นผลิตเบาะรถและชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์ 5.สาธารณรัฐประชาชนจีน มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 1 แห่ง ล่าสุดมีแผนจะลงทุนใหม่อีก 1 โครงการ ยังไม่พร้อมเปิดตัวในขณะนี้ 6.สหรัฐอเมริกา มีฐานการผลิตแม่พิมพ์และชิ้นส่วนรถยนต์
 สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ประเทศอินโดนีเซียในช่วงปีที่ผ่านมาถือว่ามีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว คาดว่าภายใน 2 ปีข้างหน้ายอดขายรถยนต์ของอินโดนีเซียจะแซงหน้าประเทศไทย เนื่องจากเศรษฐกิจมีการเติบโต และจำนวนประชากรในอินโดนีเซียก็สูงกว่าประเทศไทยกว่า 4 เท่าตัวหรือประมาณ 240 ล้านคน ทำให้ตลาดยังสามารถที่จะขยายตัวไปได้อย่างต่อเนื่อง
 โดยค่ายที่ให้ความสนใจประเทศอินโดนีเซียก็คือ นิสสัน ที่ก่อนหน้านั้นนายคาร์ลอส กอส์น  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิสสัน มอเตอร์ฯ ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า ได้มีการลงทุน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตรถยนต์ของนิสสันในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น โดยมีการวางเป้าหมายไว้ที่ 1 แสนคันต่อปีภายในปี 2555 ขณะเดียวกันจะมีการตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนารถในอินโดนีเซีย ที่จะทำให้จำนวนแรงงานจากเดิม 110 คนเป็น 300 คน และคาดการณ์กันว่าแผนงานนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันยอดจำหน่ายในภูมิภาคอาเซียนอย่าง ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ สูงถึงกว่า 3 ล้านคันในอีก 5 ปีข้างหน้า
 โดยนายคาร์ลอส กล่าวว่า ปัจจัยที่นิสสันเลือกลงทุนในประเทศอินโดนีเซียก็เนื่องมาจากความต้องการในการขยายตลาดส่งออกในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ที่มีแนวโน้มขยายตัวสูง ขณะที่ตลาดภายในประเทศก็เติบโตกว่าประเทศพัฒนาอื่นๆ เพราะอัตราการเป็นเจ้าของรถต่อคันยังอยู่ในสัดส่วนต่ำ
  ด้านนายประพัฒน์ เชยชม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด  เปิดเผยว่า การเข้าไปลงทุนของบริษัทชิ้นส่วนจากประเทศไทยในอินโดนีเซีย ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาของภาคธุรกิจที่เมื่อมีความต้องการตลาดเพิ่มสูง ก็ย่อมต้องเข้าไปเจาะตลาดนั้นๆขณะเดียวกันรถยนต์ที่ประกอบในโรงงานที่อินโดนีเซียส่วนใหญ่จะเป็นรถอเนกประสงค์ หรือรถแวน(VAN) ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มียอดขายสูงกว่ารถยนต์ประเภทอื่นๆ
  "โรงงานนิสสันในอินโดนีเซียจะผลิตรถยนต์ที่แตกต่างกับโรงงานในประเทศไทย ถือเป็นคนละตลาดกัน  โดยส่วนมากโรงงานที่อินโดนีเซียจะผลิตรถอเนกประสงค์ - รถตู้ อาทิ เอ็กซ์เทรล ,เออร์แวน ซึ่งเราก็มีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย  ส่วนรุ่นอื่นๆที่มีการผลิตก็จะเป็นการผลิตเพื่อป้อนตลาดในประเทศเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะตลาดในอินโดนีเซียในช่วงปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตสูงมาก "
   นอกจากนี้อีกหนึ่งค่ายยักษ์ใหญ่ที่แสดงความสนใจที่จะใช้ประเทศอินโดนีเซียเป็นฐานการผลิตรถยนต์ก็คือ ค่ายโตโยต้า ที่ออกมาเผยถึงความได้เปรียบทางด้านต้นทุนในการผลิตที่ต่ำกว่าประเทศไทย อีกทั้งภาครัฐของอินโดนีเซียก็มีการสนับสนุนเต็มที่เนื่องจากต้องการผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศมีการเติบโต โดยปัจจุบันโตโยต้าถือเป็นค่ายรถยนต์ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของอินโดนีเซีย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,607  6 - 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

 

Read : 5619 times

น.ส.พ.ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,038 ปีที่ 35 วันที่ 26 - 28 มีนาคม พ.ศ. 2558 น.ส.พ.เศรษฐกิจจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ

jL Poll Module1

ความเห็นยังไม่สะเด็ดน้ำเลือกตั้งส.ส.เอาแบบไหนดี


 

Poll (2)

เตรียมสรุปครั้งสุดท้ายร่างรธน. ควรกำหนดสัดส่วนหญิง-ชายของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่
 

column


ขายบ้าน ถนนราชพฤกษ์
Generate :05:20:19, * #