หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • วันพุธที่ 22 เมษายน 2558
menu for mobile

กต.ผิดหวังอียู แจกใบเหลืองประมงไทย ชี้ยังไม่มีผลต่อการส่งออกประมงไปอียู

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่สหภาพยุโรป (EU) ได้ออกใบเหลือง ให้ประเทศไทย ตามกฎระเบียบว่าด้วยการกระทำปร...

'อากาศร้อนจัด'ยอดใช้ไฟฟ้าวันนี้(21เม.ย.) peak

ก.พลังงาน เผย ยอดใช้ไฟฟ้าสูงสุดสร้างสถิติใหม่ อยู่ที่  27,139 เมกะวัตต์ ทำลายสถิติปี 57 ราบคาบ
Tags &n...

กรมบัญชีกลางจ่ายบำนาญเพิ่ม 4% รับเงิน 23 เม.ย.นี้

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง  เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้คำนวณบำนาญที่จะได้รับเงินช่วยค่าครองช...

Breaking News


วางแผงแล้ววันนี้

น.ส.พ.ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,045 ปีที่ 35
วันที่ 19 - 22 เมษายน พ.ศ. 2558

รับสมาชิกฉบับดิจิตอลออนไลน์ คลิ๊ก ..
AIS Bookstore | Ookbee

-โหลดฟรี ฐานเศรษฐกิจ ฉบับพิเศษ "65 ปีความสัมพันธ์ไทย-ลาว" http://goo.gl/sxa7DK

http://goo.gl/rmCdC8

ฟอร์เบสท์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง อสังหาฯ โดยมืออาชีพ
ป้ายโฆษณา

 
   

กลุ่มเพื่อน Shambolic เชิญชวนร่วมซื้อเสื้อจากเพื่อนเพื่อเพื่อน
Home

ตอบโจทย์กระแสสุขภาพพสินค้าบุกอาหาร

พิมพ์

altจากแนวโน้มของสุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สินค้าและบริการที่เกี่ยวกับสุขภาพมีการเติบโตเช่นกัน โดยเฉพาะตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทั้งในกลุ่มบิวตี้และกลุ่มวิตามิน ซึ่งข้อมูลล่าสุดจากยูโรมอนิตเอร์ สำรวจพบว่า ตลาดรวมกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในปี 2553 มูลค่าตลาดรวมกว่า 26,600 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มวิตามินรวมจำนวน 2,100 ล้านบาท และคาดว่าตลาดกลุ่มวิตามินรวมจะมีอัตราเติบโตอีก 5% ในปีนี้ ซึ่งหากเทียบกับปี 2552 ตลาดรวมอาหารเสริมมีมูลค่าตลาดเพียง 23,600 ล้านบาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการแต่ละค่ายต่างเร่งกิจกรรมการตลาด การออกสินค้าใหม่ เพื่อกระตุ้นตลาดให้เติบโตและส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น
+ออริเฟลมบุกอาหารเสริม
 จากแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้ประกอบการรายใหม่เริ่มโดดลงสนามดังกล่าว เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด โดยล่าสุดค่ายออริเฟลม ที่แต่เดิมจะเน้นสินค้าในกลุ่มสกินแคร์และสีสันลุยตลาด ได้หันมารุกตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วยการเปิดตัวเวลเนส บาย ออริเฟลม เพื่อจับกลุ่มอาหารเสริมสุขภาพในกลุ่มบิวตี้โดยเฉพาะ ซึ่งเรื่องนี้นางศุภราภรณ์ เอสซี เปา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออริเฟลม คอสเมติกส์(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากแนวโน้มตลาดรวมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีการเติบโตในปีที่ผ่านมาที่มีสูงถึง 15% ประกอบกับตลาดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเพราะไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบันให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะความสวยความงาม ซึ่งในปีนี้คาดว่าตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในกลุ่มบิวตี้จะเติบโตกว่ากลุ่มวิตามิน โดยมีการเติบโตมากกว่า 10%
 ดังนั้นจากแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว บริษัทจึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในกลุ่มบิวตี้เข้าสู่ตลาด โดยเริ่มทดลองวางตลาดเมื่อปลายปี 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทนำสินค้าดังกล่าวเข้ามารุกตลาดในประเทศไทย มุ่งจับกลุ่มคนที่ดูแลรูปร่างโดยเฉพาะ โดยจะมีการจัดกิจกรรมบีโลว์เดอะไลน์เพื่อแนะนำและให้ความรู้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายที่จะสร้างยอดขายของสินค้ากลุ่มนี้ให้ได้ 20-25% ของรายได้รวม ขณะที่สินค้าในกลุ่มสกินแคร์จะมีสัดส่วน 35% สีสัน 30% และที่เหลืออีก 10%
alt+แอมเวย์ลุยกลุ่มวิตามิน
 ทางด้านยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งอย่างแอมเวย์ ได้รุกตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเช่นกัน ด้วยการตอกย้ำแบรนด์นิวทริไลท์ยังคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่สร้างรายได้ให้กับบริษัท โดยปีที่ผ่านมามีรายได้มากถึง 5,100 ล้านบาท โดยเรื่องดังกล่าวนายกิจธวัช ฤทธีราวี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอมเวย์(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มของผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญในการดูแลร่างกายให้แข็งแรงมากขึ้น และยอมรับให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพ แต่ไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันทำให้คนไม่มีเวลาดูแลสุขภาพและเลือกบริโภคอาหารที่มีสารอาหารจำเป็นไม่ครบถ้วน
 สำหรับแผนการรุกตลาดในปีนี้ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ในปีนี้ บริษัทใช้กลยุทธ์ "มุ่งเน้นความต้องการของลูกค้า" (Consumer Focus) เป็นหลัก โดยได้เตรียมแผนการตลาดและการขายแบบครบวงจร เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม (Segmentation) มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคในยุคเจนเอ็กซ์ (Generation X) หรือกลุ่มคนที่มีอายุ 31-45 ปี และเจนวาย (Generation Y) กลุ่มคนที่มีอายุต่ำกว่า 11-30 ปี ซึ่งเติบโตมาพร้อมกับโลกอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีไอที คนทั้งสองกลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มห่วงใยและดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น
 ขณะที่ประชากรกลุ่มเบบี้ บูมเมอร์ (Baby Boomer) อายุ 46-65 ปีขึ้นไป พบว่ามีสัดส่วนเพิ่มขึ้น และมีความจำเป็นที่ต้องสนใจดูแลรักษาสุขภาพเพื่อร่างกายที่แข็งแรงและมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น ด้วยการแคมเปญใหญ่ "NutriLOVE by Nutrilite" ที่มุ่งสร้างแบรนด์และให้ความรู้ผู้บริโภคเกี่ยวกับสารอาหารไฟโตนิวเทรียนท์ คาดว่าจะสร้างยอดขายเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ได้เพิ่มขึ้นอีก 10% หรือประมาณ 5,600 ล้านบาท
  ทั้งนี้จากการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคผักและผลไม้ของคนไทย พบว่า มีปริมาณต่ำกว่ามาตรฐานที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำ คือวันละ 4-6 ทัพพี อันเป็นสาเหตุให้ร่างกายได้รับสารอาหารจำเป็นไม่ครบถ้วนต่อวัน สถาบันสุขภาพ-นิวทริไลท์จึงร่วมมือกับเอแบคโพลล์ทำการสำรวจ "พฤติกรรมการบริโภคผักผลไม้ของคนไทย" กับประชาชนทั่วประเทศ อายุระหว่าง 18-65 ปี ระหว่างวันที่ 3-11 กุมภาพันธ์ 2554  จำนวนทั้งสิ้น 4,295  ตัวอย่าง พบว่าคนไทยเกินครึ่ง 62.3% กินผักผลไม้ไม่เพียงพอต่อวัน นอกจากนั้น 89% บริโภคผักผลไม้ไม่ครบทั้ง 5 สี และอีก 98% ไม่รู้จักสารอาหารไฟโตนิวเทรียนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเนื่องจากเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันโรคเสื่อมต่างๆ
+เมกกะฯเจาะคนสูงวัย
 ภ.ญ.วิชชุลดา ผรณเกียรติ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เมกกะ  โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพและกลุ่มผลิตภัณฑ์วิตามิน กล่าวว่า แนวโน้มคนสูงอายุในประเทศไทยมีมากขึ้น ซึ่งคนกลุ่มนี้เริ่มให้ความสนใจดูแลในสุขภาพ รวมทั้งไลฟ์สไตล์ของคนสูงอายุในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะอายุยืนมากขึ้น ทำให้สนใจที่จะดูแลตัวเองในเชิงป้องกัน ซึ่งในส่วนของบริษัทจะมุ่งเน้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารเสริมสำหรับกลุ่มคนวัยทอง รวมถึงกลุ่มวิตามินเสริมด้านต่างๆ โดยคาดว่าตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในกลุ่มผู้สูงอายุปีนี้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 20%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,616   10-12  มีนาคม พ.ศ. 2554

 

Read : 7665 times

น.ส.พ.ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,045 ปีที่ 35 วันที่ 19 - 22 เมษายน พ.ศ. 2558 น.ส.พ.เศรษฐกิจจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ

jL Poll Module1

พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจม.44โยกย้ายข้าราชการอีกระลอกท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

รัฐบาลย้ำเศรษฐกิจไทยผ่านจุดชะลอตัวต่ำสุดไปแล้ว จะเริ่มปรับตัวฟื้นเป็นลำดับจากนี้ไป ท่านเห็นอย่างไร
 


ขายบ้าน ถนนราชพฤกษ์
Generate :04:01:08, * #