หนังสือพิมพ์ดิจิตอล
รับสมาชิกฉบับดิจิตอลออนไลน์ คลิ๊ก .. AIS Bookstore | Ookbee

-โหลดฟรี ฐานเศรษฐกิจฉบับพิเศษ Executive Family พ่อลูกนักบริหาร http://bit.ly/1usuq9w
-โหลดฟรี
ที่ AIS Bookstore ฐานเศรษฐกิจ ฉบับพิเศษ (Thailand Direct Sales 2014 Health & Beauty) http://bit.ly/1uQm8NX
-โหลดฟรี ฐานเศรษฐกิจฉบับพิเศษ "ทําเนียบสตรีนักธุรกิจ-นักบริหารไทย 2014"ที่ AIS Bookstore http://bit.ly/1uss0b1

HomeBreaking Newsข่าวต่างประเทศ พลิกตัวเจาะวัยรุ่น ปั้นไวตามิ้ลค์

พลิกตัวเจาะวัยรุ่น ปั้นไวตามิ้ลค์

พิมพ์

altในตลาดนมถั่วเหลืองมูลค่ากว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ที่ทวีความรุนแรงด้านการแข่งขันมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุเพราะคู่แข่งหน้าใหม่-หน้าเก่า ยังคงผลัดเปลี่ยนเวียนหน้ากันลงสู่ตลาด ส่งผลให้เจ้าตลาดอย่าง "ไวตามิ้ลค์" ที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50% ต้องขยับ เคลื่อนไหวทางการตลาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของตัวเอง "ฐานเศรษฐกิจ" ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ "ธรรมศักดิ์ จิตติมาพร" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรีนสปอร์ต จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำนมถั่วเหลือง ไวตามิ้ลค์ พูดคุยถึงทิศทางการแข่งขัน และแนวทางการบริหารงานของไวตามิ้ลค์ ที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดนมถั่วเหลืองต่อไป
 จากเทคนิคัลสู่แบรนด์ไวตามิ้ลค์
  ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า ไวตามิ้ลค์ มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำเสนอโปรดักต์รสชาติใหม่ๆ แพ็กเกจจิ้งแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ไวตามิ้ลค์ ทูโก ชนิดยูเอชที ที่มีการเพิ่มปริมาณจากชนิดขวดบรรจุ 300 มล. เป็นขนาด 330 มล. และวางตำแหน่งสินค้าสำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้ชายโดยเฉพาะ ไวตามิ้ลค์โลว์ชูการ์ เจาะตลาดผู้หญิง ไวตามิ้ลค์แชมป์  จับตลาดลูกค้ากลุ่มเด็ก พร้อมทั้งใช้กลยุทธ์ตลาดมัลติแบรนด์ 3 แบรนด์ จับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน คือ วี-ซอย จับกลุ่มผู้ใหญ่ ไวตามิ้ลค์ จับตลาดแมส ส่วนไวตามิ้ลค์แชมป์ จับกลุ่มเด็ก
  ล่าสุด ไวตามิ้ลค์ ยังได้ออกสินค้าใหม่ ไวตามิ้ลค์ ช็อคโกเชค ที่เริ่มวางตลาดแล้วในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มทางเลือกในการดื่มให้กับผู้บริโภค ซึ่งจริงๆ ไวตามิ้ลค์เคยผลิตรสชาตินี้ออกสู่ตลาด เมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว แต่นำออกจากตลาดไป เพราะผู้บริโภคยังไม่ตอบรับการต้องเขย่าก่อนดื่ม เพราะช็อกโกแล็ตที่ตั้งไว้เฉยๆ จะนอนก้น แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมผู้บริโภคตอบรับกับการเขย่าก่อนดื่ม ไวตามิ้ลค์จึงนำสินค้าตัวนี้ออกมาทำตลาดอีกครั้ง
  สิ่งที่ทำต่อเนื่องมาตลอด 2-3 ปี ด้วยการออกโปรดักต์ใหม่ ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายของไวตามิ้ลค์ พร้อมๆ กับการทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยงบการตลาดปีล่าสุด 100 ล้านบาท "ธรรมศักดิ์" บอกว่า นั่นคือ การทำตลาดในแง่ของ Technical สำหรับปีนี้ ไวตามิ้ลค์มีแผนในการกลับมาสร้างแบรนด์อีกครั้ง ด้วยการบอกให้ผู้บริโภครู้ว่า นมถั่วเหลืองมีประโยชน์อย่างไร ถั่วเหลืองเต็มเมล็ดให้คุณประโยชน์จะแตกต่างอย่างไร ดังนั้น ปีนี้ไวตามิ้ลค์จึงประเดิมตลาดด้วย 3 พรีเซนเตอร์ มาริโอ้ โตโน่ และ เกรซ พร้อมกิจกรรมการตลาดแบบเต็มแมกซ์อีกเช่นเคย
 มุ่งหน้าสร้างแบรนด์ขยายฐานคนดื่ม
  ปีนี้สินค้าไวตามิ้ลค์จะเน้นหลักๆ คือ ไวตามิ้ลโลว์ชูการ์ ไวตามิ้ลค์ทูโก และไวตามิ้ลค์ ออริจินัล จากฐานผู้ดื่มไวตามิ้ลค์ที่กินประจำ 20-30 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งเป็นฐานผู้ดื่มอายุ 20 ปีขึ้นไป ขณะนี้มีกลุ่มอายุ 30 ปีขึ้นไป เป็นฐานกลุ่มใหญ่
  "เรายังขาดกลุ่มคนดื่มอายุ 15-20 ปี เราจะให้กลุ่มนี้มาบริโภคของเรามากขึ้น ก็เลยต้องใช้พรีเซนเตอร์ มาช่วยดึง และ 3 พรีเซนเตอร์ ก็จะมี Fanbase ของแต่ละคน ที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นตลาด ทำให้ได้ความหลากหลายในกลุ่มผู้ดื่มมากขึ้น"
  ส่วนเรื่องของการให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของนมถั่วเหลือง ไวตามิ้ลค์ เริ่มต้นด้วยการทำโครงการเพื่อสังคม หรือซีเอสอาร์ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่อง กับการส่งเสริมการปลูกถั่วเหลืองภายใต้โครงการ "Contract farming"  โดยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันเป็นปีที่ 3 มีสหกรณ์การเกษตรที่ร่วมในโครงการรวม 6 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรแม่ริม จำกัด, สหกรณ์การเกษตรสันป่าตอง จำกัด, สหกรณ์การเกษตรแม่แตง จำกัด, สหกรณ์นิคมแม่แตง จำกัด, สหกรณ์การเกษตรพัฒนา จำกัด และ สหกรณ์การเกษตรแม่แจ่ม จำกัด ครอบคลุมพื้นที่การปลูกมากกว่า 14,000 ไร่  มีเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์และได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าวมากกว่า 3,000 ราย  ล่าสุด ยังได้พันธมิตรเพิ่มเติมช่วยสนับสนุนโครงการ เช่น บริษัท สยามคูโบต้า จำกัด ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารทหารไทย
  โครงการนี้ มีแนวโน้มที่จะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ซึ่งผู้บริหารไวตามิ้ลค์ บอกว่า จะเริ่มต้นขยายในเชียงใหม่ก่อน เพราะเป็นพื้นที่ที่ ปลูกถั่วเหลืองอยู่แล้ว ส่วนภาคอีสานมีโครงการเช่นกัน แต่อาจจะช้าหน่อย เพราะอีสานยังต้องปรับปรุงที่ดินอีกมาก เพื่อให้ได้ผลผลิตตามมาตรฐาน โดยจากเกรดของเมล็ดถั่วเหลือง ไวตามิ้ลค์จะคัดเฉพาะเกรด 1 และ 2 เท่านั้น
 สนับสนุน"Contract farming" 
  ไวตามิ้ลค์ มีแหล่งที่มาของเมล็ดถั่วเหลืองที่ใช้ในการผลิต 3 แหล่ง ได้แก่ เมล็ดถั่วเหลืองนำเข้า จากเดิมประมาณ 80-90% ตอนนี้เหลือ 60% ที่เหลือเป็นถั่วเหลืองในประเทศที่ส่วนหนึ่ง รับซื้อจากพ่อค้าคนกลาง และอีกส่วนหนึ่งตากโครงการ "Contract farming" ซึ่งขณะนี้จาก 100% ของเมล็ดถั่วเหลืองในประเทศ 20-30% มาจาก "Contract farming" ซึ่งราคารับซื้อของบริษัทจาก "Contract farming" เป็นราคามาตรฐานเดียวกับการรับซื้อจากต่างประเทศ
  "ส่วนหนึ่งเราช่วยให้เขาได้ราคา ประโยชน์ที่เราให้กลับไปสู่ชุมชน ถ้าเราสนับสนุน และชาวบ้านสามารถปลูกได้ปริมาณเพิ่มขึ้นเยอะๆ เราก็จะได้อะไรที่เยอะขึ้น ภาพสุดท้ายที่อยากได้ คือ เขาปลูกถั่วคุณภาพเหมือนอย่างเราที่อิมปอร์ตเข้ามา เราจะได้ไม่ต้องไปจ่ายเงินให้ฝรั่ง"
  ขณะนี้ราคาเมล็ดถั่วเหลืองสำหรับราคารับซื้อในประเทศไทยเกรด 1 และ 2 ราคาอยู่ที่ 17.50-18 บาทต่อกิโลกรัม เกรด 3 ราคา 15-16 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนอิมปอร์ต เกรด 1-2  ราคา 18-19 บาทต่อกิโลกรัม อิมปอร์ตจากแคนาดาเป็นหลัก  นอกจากนี้ มีที่ บราซิล และสหรัฐอเมริกา ปีนี้ราคาถั่วเหลืองขยับขึ้น ประมาณ 5-10% อยู่ที่กิโลกรัมละ 19-20 บาท แต่ของไวตามิ้ลค์เป็นการซื้อขายล่วงหน้าจึงยังไม่ได้รับผลกระทบ
 มุ่งมั่นสู่บริษัทแดรี่เชี่ยวชาญด้านนม
  สำหรับตลาดนมพร้อมดื่มมูลค่ากว่า 4.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 8% เป็นนมถั่วเหลืองพร้อมดื่ม 1.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 6-7% ไวตามิ้ลค์มีส่วนแบ่งตลาดอยู่กว่า 50% ปีนี้ไวตามิ้ลค์ตั้งเป้าเติบโตอีก 10%
 ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา การเติบโตถือว่าช้ากว่าไตรมาส 3-4 ของปีที่แล้ว เป็นเพราะค่าโภคภัณฑ์ที่เหวี่ยง เช่น ราคาน้ำมันปาล์ม น้ำตาล ประกอบกับการเมืองอีกนิดหน่อย แต่ในตลาดส่งออกของไวตามิ้ลค์ขยายตัวดีมาก โดยเฉพาะที่ตลาด ไนจีเรีย และกานา ที่เติบโตดีมาก ไวตามิ้ลค์ เป็นอันดับ 1 จากตลาดกว่า 40 ประเทศทั่วโลกที่ไวตามิ้ลค์วางจำหน่าย ประเทศที่มีศักยภาพในการขยายตัวมากคือ ตลาดในแถบแอฟริกา ซึ่งบริษัทจะขยายเพิ่มเติม
  สำหรับการปรับราคา จากปรับราคาครั้งล่าสุด 1 บาทเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะขึ้นราคาอีก เพราะบริษัทเน้นการบริหารจัดการเรื่องของวัตถุดิบ โดยเฉพาะถั่วเหลือง ส่วนของการปรับวิธีการทำงาน ลดการสูญเสียในบริษัท ให้คนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งสามารถลดต้นทุนไปได้ประมาณ 1-2% ของยอดขาย และขณะนี้เรายังทำต่อเนื่อง
  ส่วนน้ำส้มกรีนสปอต ที่เป็นเครื่องดื่มอีกตัวหนึ่งของบริษัท บอสใหญ่ บอกว่า กรีนสปอต บริษัทยังคงพยายามรักษาไว้ในตลาด ด้วยการวางให้เป็นสินค้าคุณภาพสูง โดยไม่ได้ทำตลาดมาก ฐานลูกค้าหลักคือกลุ่มที่รักษาสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ยอดขายกว่า 90% ของบริษัทขณะนี้ มาจากไวตามิ้ลค์ บริษัทมีความคุ้นเคยกับการผลิตนม ซึ่งมีความตั้งใจที่พัฒนาบริษัทให้เป็นบริษัทแดรี่ โดยไม่ทิ้งกรีนสปอต เนื่องจากมองว่าตลาดนมยังขยายตัวได้อีกมาก จากปริมาณการดื่มนมของคนไทย ที่ดื่มนมเพียง 4-5 ลิตรต่อคนต่อปี ซึ่งยังห่างจากประเทศอื่นๆ อีกมาก

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,620  24-26  มีนาคม พ.ศ. 2554

 

Read : 8463 times

jL Poll Module1

หยุดยาวเทศกาลปีใหม่นี้ท่านวางแผนตั้งงบค่าใช้จ่ายไว้อย่างไร



 

Poll (2)

สิ้นปีนี้ท่านคาดหวังเรื่องเงินโบนัสอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*