เจาะลึก NEW CBD “อารีย์-สะพานควาย-จตุจักร” 3สถานีนี้ภายใน1-2ปีนี้ลงทุนอีกกว่า2.5หมื่นล้าน

หากโฟกัสทำเลยอดนิยมของการซื้อ-การขายห้องชุดในโครงการคอนโดมิเนียม เชื่อว่า ถนนพหลโยธินตอนต้นๆช่วงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีอารีย์-สะพานควาย-จตุจักร ที่ถือว่าเป็น Interchange ที่ 4 ของกรุงเทพฯ โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้คือ อ่านต่อ

เจริญนครวันนี้ “เจริญ”สมชื่อ ธุรกิจค้าปลีก-โรงแรม-คอนโดฯพรึ๊บ รับกำลังซื้อ-บูมท่องเที่ยวริมน้ำ

เพ-ลานี้คงไม่มีพื้นที่ไหนที่จะถูกพูดกล่าวขานถึงอย่างมากมายเหมือนเช่นพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มเติบโตสูง สะท้อนภาพผ่านกลุ่มนายทุนใหญ่ของไทยที่ประสบความสำเร็จระดับหมื่นล้านแสนล้านบาทต่างมุ่งหน้างัดที่ดินเก่าหรือซื้อที่ใหม่ เข้ามาเพิ่มแข่งผุดโปรเจคยักษ์ประชันกันแบบไม่มีใคร?ยอมใคร? ซึ่งมองได้หลายมุมทั้งในรูปแบบการแข่งขันและเอื้อธุรกิจซึ่งกันและกันมุ่งหวังรับตลาดการค้า การลงทุนเสรีภายใต้กรอบตกลงต่างรวมถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ...อ่านต่อ

รถไฟฟ้าช่วยหนุนการลงทุนอสังหา - รถไฟฟ้าวงแหวน เส้นทางแห่งอนาคต

การพัฒนารถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเส้นทางต่างๆ มีความชัดเจน การขยายตัวของการลงทุนในพื้นที่ตามแนวเส้นทางการพัฒนาด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดมาก เพราะทันทีมีการลงมือตอกเสาเข็มหรือปักตอม่อการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า จะเห็นกิจกรรมการเปิดขายโครงการคอนโดฯในพื้นที่รอบๆสถานีตามแนวเส้นทางที่กำลังก่อสร้าง อ่านต่อ
Homeอสังหาอสังหาฯ Real Estate เพิ่มแปลงขายจัดสรรจิ๋ว เริ่ม1ม.ค.55

เพิ่มแปลงขายจัดสรรจิ๋ว เริ่ม1ม.ค.55

พิมพ์

altบอร์ดจัดสรรที่ดินกลาง ไฟเขียวตามที่กรมที่ดินเสนอ  ขยายเวลา โครงการจิ๋วอีก 3 ปี  นับจาก 1ม.ค.55 เป็นต้นไป  พร้อมเพิ่มสัดส่วนจำนวนแปลงที่ดินจำหน่าย ระบุเขตกทม.-อำเภอเมือง จาก เดิม 2 ไร่  20 หน่วยเป็น 32 หน่วย เขตอบต. 4 ไร่ 30 หน่วยเป็น 40 หน่วย  ไม่ต้องทำสาธารณูปโภค กันพื้นที่สวนสาธารณะ 5% ของพื้นที่ขาย -พื้นที่สร้างนิติบุคคลบ้านฯ  ระบบระบายน้ำ ถนน น้ำประปา ตามกฎหมายจัดสรรกำหนด    ขจัดปัญหาเลี่ยงก.ม.     หลังประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2552-ปัจจุบันมียื่นแล้ว  157 ราย    
               จากกรณีที่กรมที่ดินผ่อนปรนให้โครงการจิ๋ว (ขนาดเล็ก ) ในเขตกรุงเทพมหานคร(กทม.)  ในท้องที่เขตอำเภอเมือง เขตเทศบาล สามารถยื่นขออนุญาตจัดสรรโครงการตาม พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เนื้อที่ไม่เกิน 2 ไร่ 20 แปลง และในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) หรือ นอกเขตเทศบาล    เนื้อที่ 4 ไร่ 30 แปลง ไม่ต้องจัดทำสาธารณูปโภคตามที่กฎหมายกำหนด และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2552 และมีผลบังคับใช้ถึงสิ้นปี 2554 นั้น    
             ล่าสุด  แหล่งข่าวจากกรมที่ดินเปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2554 ที่ผ่านมา คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง  (บอร์ดจัดสรรกลาง) ที่มีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน  มีมติเห็นชอบ ประกาศกรมที่ดิน เรื่อง การยื่นขออนุญาตจัดสรรสำหรับโครงการขนาดเล็กพิเศษ(โครงการจัดสรรจิ๋ว)  ไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข เกี่ยวกับการจัดทำสาธารณูปโภคให้เป็นไปตาม ที่พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 
         ทั้งนี้ สาระสำคัญของประกาศดังกล่าว  กรมที่ดินได้พิจารณาขยายจำนวนแปลงที่จะจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากที่ประกาศไว้เดิม   กล่าวคือ พื้นที่จัดสรรในเขตกทม. เมืองพัทยา และ เขตอำเภอเมือง เขตเทศบาลทั่วประเทศ กำหนดให้แบ่งแปลงย่อยสำหรับโครงการจัดสรรจิ๋วจำนวน  32 แปลง บนที่ดินเนื้อที่ 2 ไร่ จากเดิมที่กำหนดให้แบ่งแปลงย่อยไม่เกิน 20 แปลง บนที่ดินเนื้อที่ 2 ไร่ เท่าเดิม และโครงการจัดสรรที่ดินจิ๋ว ในเขตท้องที่ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)  หรือ นอกเขตเทศบาลทั่วประเทศ กำหนดให้แบ่งแปลงย่อยได้ไม่เกิน 40 แปลง  บนที่ดิน 4 ไร่ จากเดิมแบ่งแปลงย่อยได้ไม่เกิน 30 แปลง บนที่ดินไม่เกิน 4 ไร่เท่าเดิม
           ทั้งนี้ประกาศกำหนดเพิ่มเติมขยายแปลงย่อยของโครงการจัดสรรจิ๋ว จะมีผลบังคับใช้จริงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นไป โดยกำหนดระยะเวลาบังคับใช้ 3 ปี นับจากวันประกาศใช้ หลังประกาศเดิมจะหมดอายุลงในปลายปี 2554
           อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันผู้ประกอบการหรือ เจ้าของที่ดินยังไม่สามารถยื่นขออนุญาตโดยแบ่งแปลงย่อยเพิ่มขึ้นตามที่ประกาศใหม่กำหนดได้ เพราะหากแบ่งแยกเกินในช่วงนี้จะอยู่ในข่ายต้องปฏิบัติตาม กฎหมายจัดสรรอย่างครบถ้วนคือ จะต้องจัดทำสาธารณูปโภคให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด  ดังนั้นหากต้องการเพิ่มจำนวนแปลงมากขึ้นก็ต้องรอปี 2555 เท่านั้น 
           สำหรับโครงการจัดสรรขนาดเล็กพิเศษ หรือ โครงการจัดสรรจิ๋วที่อยู่ในข่าย  ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดทำสาธารณูปโภค -บริการสาธารณะ  เท่ากับโครงการขนาดเล็ก-กลาง -ใหญ่ ตามที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 กำหนด ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดต้นทุนและดึงโครงการเลี่ยงจัดสรรเข้าสู่ระบบให้มากที่สุด ซึ่งประกอบด้วยไม่ต้องจัดทำสวนสาธารณะสนามเด็กเล่น 5% ของพื้นที่ขาย  ไม่ต้องกันพื้นที่ตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรร หรือ มีนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรดูแลในอนาคต   ได้รับผ่อนปรนเกี่ยวกับขนาดถนนในโครงการ  และมาตรฐานไม่ต้องเทียบเท่ากับโครงการขนาดปกติทั่วไป เพียงแค่ลาดยางมะตอยให้รถสามารถวิ่งเข้า-ออกได้หรือผู้อยู่อาศัยสามารถสัญจรไปมาได้ก็พอ โดยผู้ประกอบการไม่ต้องลงทุนทำเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก
        นอกจากนี้  ยังผ่อนปรนไม่ต้องจัดให้มีมาตรฐานการกำจัดขยะมูลฝอย  ระบบระบายน้ำ  เป็นต้น แต่ในเขตกทม. เทศบาลหรือ เขตอำเภอเมือง จะบังคับให้ต้องใช้น้ำจากการประปานครหลวง (กปน.) และการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.) เนื่องจาก มีระบบประปาเข้าถึงพื้นที่อย่างแน่นอน ส่วนกรณีโครงการจัดสรรจิ๋วที่ยื่นขออนุญาต นอกเขตเทศบาลหรือ อบต. จะผ่อนปรนให้ใช้น้ำประปาหมู่บ้านได้  กรณีที่น้ำประปาของกปภ.เข้าไม่ถึง  เป็นต้น แต่ขนาดบ้านจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานคือ บ้านเดี่ยวขนาดเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 50 ตารางวา 
         ที่ผ่านมาหากต้องปฏิบัติตามกฎหมาย จัดสรรและข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินกลาง แบ่งขาดของที่ดินจัดสรร ไว้ 3 ขนาด ได้แก่ 1. โครงการขนาดเล็ก จำนวนแปลงย่อยเพื่อจำหน่ายไม่เกิน 99 แปลงหรือเนื้อที่โครงการต่ำกว่า 19 ไร่ โครงการขนาดกลางจำนวนแปลงย่อยเพื่อจัดจำหน่ายตั้งแต่ 100-499 แปลงหรือเนื้อที่ทั้งโครงการ 19-100 ไร่ และโครงการขนาดใหญ่ จำนวนแปลงย่อยเพื่อจัดจำหน่ายตั้งแต่ 500 แปลงหรือเนื้อที่ทั้งโครงการเกินกว่า 100 ไร่           
           " แต่ละโครงการจะต้องกำหนดรายละเอียดการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลให้เป็นไปตามข้อบัญญัติท้องถิ่น การจัดทำระบบระบายน้ำ หรือ พื้นที่หน่วงน้ำ บ่อเก็บกักน้ำเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม การกำหนดขนาดท่อระบายน้ำอย่างละเอียดเพื่อที่จะรองรับปริมาณการไหลของน้ำได้ การจัดทำระบบบำบัดเสีย การกันพื้นที่5% ของพื้นที่ขายสำหรับจัดทำสวนสาธารณะและสนามเด็กเล่นภายในโครงการ การจัดให้มีระบบไฟฟ้า ระบบประปา ถนนภายในโครงการ เป็นต้น ซึ่งการลงทุนแต่ละโครงการต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างมาก และแปลงที่ดินต้องมีขนาดใหญ่พอสมควร"   
           ขณะเดียวกันโครงการจิ๋ว จะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กและเพื่อช่วยให้เกิดนักพัฒนาที่ดินรุ่นใหม่  ที่เกิดจากการเริ่มทดลองลงทุนด้วยทุนก้อนเล็กๆไปก่อน แล้วค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น ตามประสบการณ์   ซึ่งนอกจากช่วยประหยัดต้นทุนแล้วจะไม่ต้องเสี่ยงต่อการลงทุน ขณะเดียวกัน ช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กลดขนาดของโครงการให้เล็กลง เพื่อสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ 
          ที่สำคัญไม่ต้องคอยหลบเลี่ยงพ.ร.บ.จัดสรร  และผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายจัดสรร  ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ประกอบการในพื้นที่ที่เคยพัฒนาโครงการหลบเลี่ยงกฎหมายจัดสรรที่ดินมาแทบทั้งสิ้น ส่วนผู้ประกอบการรายใหญ่  รายกลาง ที่มีชื่อเสียงจะไม่ให้ความสนใจกับโครงการจิ๋วเนื่องจากมีสายป่านที่ดีพอสามารถพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ได้  และไม่ต้องการเสียภาพลักษณ์
           นอกจากนี้  ปัญหาการร้องเรียนจากประชาชนผู้ซื้อบ้าน ที่มักร้องเรียนมายังกรมที่ดินก็ลดน้อยลงจนแทบไม่มีเลย เนื่องจากกรมที่ดินเองได้เข้มงวดให้เจ้าหน้าที่ ตั้งแต่ช่างรังวัดไปจนถึงเจ้าพนักงานที่ดิน ว่าให้ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และหากเห็นโครงการที่มีการแบ่งแยกที่ดินที่ผิดปกติอยู่ในข่ายเลี่ยงจัดสรร คือ แบ่งคราวละไม่เกิน 10 แปลง และต่อมามีการแบ่งซอยต่อเนื่องอีก ก็ให้เอาผิดต่อเจ้าของโครงการทันที และการลงพื้นที่ตรวจสอบทุกครั้งของเจ้าหน้าที่ จะต้องเซ็นกำกับชื่อรับรองการตรวจสอบด้วย หากต่อไปมีการร้องเรียนภายหลังจากลูกบ้าน ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่รายใด ผู้นั้นจะได้รับบทลงโทษที่รุนแรง ทันที
          แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า จากการสำรวจโครงการจัดสรรที่ดินจิ๋ว ทั้งในเขตกทม. ปริมณฑลและต่างจังหวัดทั่วประเทศ นับตั้งแต่ วันที่ 29 มกราคม 2552 จนถึงปัจจุบัน ( 25 เมษายน 2554) พบว่ามีผู้ประกอบการและเจ้าของที่ดินยื่นขออนุญาตเข้ามาจำนวน 157 ราย ซึ่งถือว่า มาตรการดังกล่าวประสบความสำเร็จและมีผู้ให้ความสนใจมากพอสมควร
          "ก่อนหน้านี้กรมที่ดินได้ทำหนังสือสอบถาม ไปยังผู้ประกอบการในแต่ละจังหวัดถึงความสนใจเกี่ยวกับการขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดินโครงการขนาดเล็กพิเศษ (จัดสรรจิ๋ว) ต่อหรือไม่หลังจากหลักเกณฑ์ดังกล่าวประกาศใช้มาตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม2552 และหมดอายุลงสิ้นปีนี้ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง พิจารณาว่าจะต่ออายุให้หรือไม่ ซึ่งผลตอบรับค่อนข้างดีเป็นพิเศษ และส่วนใหญ่ ผู้ประกอบการให้ความสนใจจำนวนมาก"  
         สำหรับโครงการจัดสรรที่ดินขนาดเล็กพิเศษ หรือจัดสรรจิ๋วนี้ เป็นแนวคิดของนายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดินคนปัจจุบัน ที่ต้องการลดปัญหาโครงการที่หลบเลี่ยงการจัดสรรที่ดินให้เข้าสู่ระบบที่ถูกกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคที่ซื้อบ้าน จึงได้ผ่อน คลายหลักเกณฑ์การขออนุญาตจัดสรรในเขตเมืองเพื่อให้ขออนุญาตได้ง่ายขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,630  28-30 เมษายน พ.ศ. 2554

 

Read : 9051 times

jL Poll Module1

คสช.สั่งลดภาษีสรรพสามิตเบนซินเพิ่มดีเซล ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

กระแสราดน้ำแข็งการกุศลฟีเวอร์สุด ท่านเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*