ประพันธ์ อัศวอารีระหว่างวันที่ 5 -7 กรกฎาคม 2554 บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากร จำกัด หรือ อีสท์ วอเตอร์ ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบท่อส่งน้ำดิบสายหลักให้กับผู้ใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรมและการอุปโภค-บริโภค
ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งตะวันออก กินพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง พาคณะสื่อมวลชนกว่า 10 ชีวิต บินลัดฟ้าไปยังแดนลอดช่อง เพื่อร่วมงาน SINGAPORE INTERNATIONAL WATER WEEK 2011 หรืองานสัปดาห์การประชุมและงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมน้ำระดับโลกที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 4-8 กรกฎาคม 2554 ณ ศูนย์แสดงสินค้าซันเทค ประเทศสิงคโปร์
++อีสท์ วอเตอร์ ขึ้นเวทีโลก
ในเวทีดังกล่าวอีสท์ วอเตอร์ได้รับเชิญให้ขึ้นบรรยายในหัวข้อ "ความท้าทายในการบริหารจัดการน้ำ ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่ผันแปรในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศไทย" โดยดร. มลคลยา รุ่งเวชวุฒิวิทยา ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีด้านน้ำของ อีสท์ วอเตอร์
การบรรยายเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมาจะครอบคลุมถึงภาพรวมทางธุรกิจของอีสท์ วอเตอร์ ตามโครงข่ายท่อส่งน้ำดิบ(Water Grid)ในภาคตะวันออก แหล่งกักเก็บน้ำ และความสามารถในการสูบส่งน้ำให้กับผู้ใช้น้ำ มีการเฝ้าระวังปริมาณน้ำ และคุณภาพน้ำ รวมไปถึงการบริหารจัดการน้ำในสภาวะต่างๆ โดยยกกรณีศึกษา ปัญหาภัยแล้ง จนเกิดวิกฤติน้ำเมื่อปี 2548 ให้เห็นภาพการบริหารจัดการน้ำผ่านท่อส่งน้ำดิบของอีสท์ วอเตอร์ในภาคตะวันออกของประเทศไทย ให้เห็นภาพ
++โชว์ศักยภาพการบริหารจัดการน้ำ
โดยดร. มลคลยา อธิบายว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งหมด บริษัทอีสท์ วอเตอร์ฯ จึงมีการจัดการแบบ pro-active เพื่อวางแผนล่วงหน้า และเฝ้าระวังระดับน้ำในอ่างต่างๆ โดยดูถึงปริมาณน้ำที่ลูกค้าจะใช้ในอนาคต และผลกระทบและความเสี่ยงจากภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผลก็คือ มีหลายโครงการเกิดขึ้น หนึ่งในโครงการใหญ่ๆ ก็คือโครงการเชื่อมต่ออ่างเก็บน้ำใหญ่ต่างๆ ผ่านท่อซึ่งมีภาครัฐคือกรมชลประทาน เป็นเจ้าของโครงการ โดยการผันน้ำจากหลายแหล่งมายังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลในพื้นที่จังหวัดระยองซึ่ง บริษัท อีสท์ วอเตอร์ฯ มีโรงสูบอยู่ บริษัทยังได้ตั้งเกณฑ์เฝ้าระวังระดับน้ำในอ่างเพื่อจะได้จัดการได้ทันเวลา การที่มีน้ำทะเลหนุนเข้ามาในแม่น้ำทำให้สูบน้ำส่งจากแหล่งนั้นๆ ไม่ได้ เนื่องจากระดับความเค็มที่เกินกำหนด ทำให้การจัดการมีความยากมากขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังได้มีการจัดการแบบ demand side management อีกด้วย
ทั้งนี้ระบบโครงข่ายท่อส่งน้ำดิบของอีสท์ วอเตอร์มีความยาวกว่า 340 กิโลเมตร ในรูปแบบของท่อส่งน้ำที่มีหลายขนาด มีระบบสูบส่งน้ำดิบเชื่อมต่อระหว่างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ตั้งแต่อ่างเก็บน้ำบางพระ อ่างเก็บน้ำหนองค้อ อ่างเก็บน้ำดอกกราย และอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ที่มาจากแม่น้ำหลัก 2 สายคือ แม่น้ำบางปะกง และแม่น้ำระยองซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ ที่อีสท์ วอเตอร์ มีการสูบส่งน้ำดิบให้กับ ผู้บริโภคจำนวน 244.88 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี ยังไม่รวมถึงการสูบส่งน้ำจากแหล่งเก็บน้ำเอกชน
นอกจากการถ่ายทอดประสบการณ์ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำของอีสท์ วอเตอร์ ให้นานาชาติที่มาร่วมงานได้รับรู้แล้ว นายประพันธ์ อัศวอารี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อีสท์ วอเตอร์ กล่าวว่าการที่อีสท์ วอเตอร์เข้าไปมีส่วนร่วมในครั้งนี้ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติ ในเรื่องเสถียรภาพและความมั่นคงของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภาคตะวันออก เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจและการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการและพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อนำไปสู่ความร่วมมือต่าง ๆ ต่อไปในอนาคต เนื่องจากงานสัปดาห์เพื่อทรัพยากรน้ำถือเป็นเวทีสำคัญด้านการบริหารจัดการน้ำระดับโลกกับหลากหลายกิจกรรม อาทิ การร่วมหารือด้านนโยบายและการบริหารจัดการน้ำของผู้นำนานาประเทศ โดยมีผู้ร่วมออกงานนิทรรศการกว่า 510 บริษัท จากกว่า 39 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้เกิดการแก้ไขปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน รวมทั้งยังเป็นตลาดธุรกิจที่สำคัญของผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีน้ำ พร้อมโอกาสในการจับคู่ธุรกิจที่มีศักยภาพ และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจต่อไป
++ปี 2566 สิงคโปร์ผลิตน้ำใช้เอง
ซีอีโอ อีสท์ วอเตอร์กล่าวอีกว่า การที่สิงคโปร์เป็นเกาะทำให้วันนี้กลายเป็นจุดศูนย์รวมทางการค้า มีการวางผังเมืองดี ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยทั้งระบบชุมชน ถนน รถไฟฟ้า ระบบประปา ที่สำคัญการบริหารจัดการเรื่องการสูบส่งน้ำด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งอีสท์ วอเตอร์ จะได้รับประโยชน์ในการเรียนรู้แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีด้านการบริการจัดการน้ำทุกรูปแบบ ทั้งน้ำเสีย น้ำทิ้ง และน้ำเสียที่นำกลับมาใช้ใหม่ น้ำเพื่ออุตสาหกรรม รวมไปถึงน้ำดื่ม และได้รู้ได้เห็นว่าในเวทีโลกนั้นมองปัญหาเรื่องน้ำอย่างไร โดยเฉพาะสิงคโปร์จะเป็นตัวอย่างที่ดีที่มีเทคโนโลยีที่พัฒนาไปถึงการนำน้ำเสียมาทำเป็นน้ำดื่มได้ และในปี2566 สิงคโปร์จะมีน้ำดื่ม น้ำใช้เองในประเทศโดยไม่ต้องนำเข้ามาจากมาเลเซีย
นอกจากนี้เวทีดังกล่าวยังจะช่วยสร้างความสัมพันธ์กับนักลงทุนต่างชาติด้วย ซึ่งตรงกับเป้าหมายของอีสท์ วอเตอร์ ที่กำลังมองหาคู่ร่วมทุนเพื่อที่จะขยายการลงทุนใหม่ที่เกี่ยวข้องกับน้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับน้ำและสิ่งแวดล้อม ที่ขณะนี้โฟกัสมาที่ตัวธุรกิจบำบัดน้ำเสีย ที่จะร่วมทุนกับพันธมิตรต่างชาติ โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการที่เป็นผู้นำอยู่ในธุรกิจรีไซเคิลในยุโรป โดยจะรับกำจัดขยะจากชุมชนและจากโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ซึ่งโครงการนี้คาดว่าภายในเดือนกรกฎาคมน่าจะมีความคืบหน้าเรื่องพันธมิตรร่วมทุน
++พาทัวร์ NEWater
หลังจากตื่นตาตื่นใจกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเกี่ยวข้องกับน้ำดี น้ำเสีย น้ำรีไซเคิล จากเจ้าของเทคโนโลยีค่ายดังที่แห่มาโชว์ศักยภาพจากทั่วโลกในงาน SINGAPORE INTERNATIONAL WATER WEEK 2011 แล้ว โครงการสื่อมวลชนสัญจรประจำปี 2554 ของอีสท์ วอเตอร์ ยังเดินสายพาคณะสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมบริษัท NEWater เป็นบริษัทลูกของบริษัท สิงคโปร์ วอเตอร์ เอเจนซี่ฯ ของรัฐบาลสิงคโปร์ ซึ่งมีหน้าที่รีไซเคิลน้ำเพื่อนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก รองลงมาใช้ในภาคครัวเรือน และน้ำส่วนที่เหลือจะนำไปกักเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำ โดยกระบวนการทั้งหมดหลักๆจะใช้เทคโนโลยีจาก Hyfhix สิงคโปร์
โดย NEWater มีทั้งหมด 5 Plant ดังนี้ 1. Bedok มีความสามารถในการผลิตน้ำ 42,775 ลบ.ม./วัน2. Kranji มีความสามารถในการผลิตน้ำ 71,923 ลบ.ม./วัน 3. Seletar มีความสามารถในการผลิตน้ำ 18,927 ลบ.ม./วัน 4. Ulu Pandan สามารถผลิตน้ำได้ 148,000 ลบ.ม./วัน 5. Changi มีความสามารถในการผลิตน้ำ 189,270 ลบ.ม./วัน รวมแล้วNEWater มีการผลิตน้ำได้ในปริมาณ 470,895 ลบ.ม./วัน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,652 14-16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554




