Homeฐ.Bloggerคนท้ายซอย เที่ยว'ลอนดอน'

เที่ยว'ลอนดอน'

พิมพ์

 เที่ยว “ลอนดอน”ขึ้นชิงช้าสวรรค์ลอนดอนอาย
สัมผัสเมืองบาธ-สโตนเฮ้นจ์ ชมนัดดวลแข้ง “เชลซีVSสวอนซี”

 

เห็นภัยพิบัติน้ำท่วมที่ถาถมในหลายจังหวัดแล้วน่าใจหาย แต่ละจังหวัดเข้าสู่ภาวะวิกฤต ไล่เรียงตั้งแต่เชียงใหม่,ลพบุรี,นครสวรรค์,พิจิตร,อยุธยา,ปทุมธานี ,สิงห์บุรี และ ชัยนาท เป็นต้น ซึ่งมูลค่าของภัยพิบัติในครั้งนี้ ไม่สามารถตีมูลค่าได้โดยเฉพาะเรื่องทางจิตใจ และ ขอให้สถานการณ์น้ำลดกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

 นั่นคือเรื่องของ “ภัยพิบัติ” ที่เกิดขึ้นในบ้านเรา

ขอวกกลับมาเล่าเรื่องของ “ผู้เขียน” กันบ้างระหว่างวันที่ 21-27 กันยายนที่ ผ่านมา มีโอกาสไปเยือนถิ่นผู้ดี ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ การไปครั้งนี้ “ผู้เขียน” เป็นแขกรับเชิญของ กลุ่มบริษัททรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมี 'ศุภชัย เจียรวนนท์' กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร เป็นหัวเรื่อใหญ่นำทัพสื่อมวลชนไปดูเทคโนโลยี ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

alt

 

นอกเหนือจากเรื่องชมเทคโนโลยีชั้นเลิศของกลุ่ม “ฮัทช์” และ บริติสเทเลคอม ที่เน้นในเรื่องของ Convergnce หลอมลวมเข้าด้วยกันซึ่งเป็นยุทธศาสตร์เดียวกับกลุ่มทรูแล้ว ชาวคณะได้มีโอกาสไปสถานที่ท่องเที่ยวอันมีชื่อในประเทศอังกฤษ เช่นเดียวกัน

 

 

 ต้องบอกว่าเมืองหลวงอย่าง กรุงลอนดอน รถติดไม่ต่างอะไรกับกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรของคนไทย เลยทีเดียว

  

*** 11 ชั่วโมงกับการเดินทาง

การเดินทางไปยัง กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษนั้น ใช้เวลาบินประมาณ 11 ชั่วโมงเลยทีเดียว เวลาของ กรุงลอนดอน ช้ากว่าเมืองไทย ประมาณ 6 ชั่วโมง ต้องปรับนาฬิกาชีวิตของตัวเองเช่นเดียวกัน ระยะเวลา 11 ชั่วโมงที่อยู่บนเครื่องบินช่างอึดอัด แตกต่างกับการขับรถยนต์ จอดพักผ่อนตรงไหนก็ได้ บางคนพอเครื่องเหินฟ้าก็ขอพักผ่อนกายา เช่นเดียวกับผู้เขียน

“ผู้เขียน” เคยมาที่อังกฤษแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่สอง เมื่อเครื่องบินจอดลงสนามบินฮีทโธรว์ ทุกคนก็อิดโรย แต่พอหลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองก็ออกจากสนามบินได้สัมผัสบรรยากาศที่เย็นประมาณ 17-18 องศา เรียกได้ว่าอากาศกำลังพอดี

 

altหอนาฬิกาพระราชวังเวสต์มินสเตอร์หรือรู้จักดีในชื่อ บิ๊กเบน สัญลักษณ์หนึ่งของลอนดอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สัมผัสเมืองลอนดอน.....บนลอนดอนอาย

 

altภาพเมืองลอนดอน แบบสุดสายตาจากมุมมองของ มิลเลเนียมวีล สถานที่แรกที่ชาวคณะได้ตื่นตาตื่นใจนั้นก็ คือ ลอนดอนอาย (London Eye) ที่รู้จักในชื่อ มิลเลเนียมวีล (Millennium Wheel) เป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป มีความสูง 135 เมตร(443 ฟุต) และกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างมากในสหราชอาณาจักร มีผู้มาเยือนมากกว่า 3 ล้านค นต่อปี ส่วนบัตรข้าชมสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 15 ปอนด์ต่อคน

 

ซึ่งในอดีตเคยเป็นชิงช้าสวรรค์ก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลก ก่อนจะถูกชิงตำแหน่งไป จากชิงช้าสวรรค์ เดอะ สตาร์ อฟ นานชาง ในประเทศจีน (160 เมตร) ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2006  ต่อมาภายหลังตำแหน่งตกเป็นของ สิงคโปร์ฟลายเออร์ ในประเทศสิงคโปร์ (165 เมตร) วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008

อย่างไรก็ตาม ลอนดอน อาย ก็ยังคงได้รับตำแหน่งจากการให้บริการว่า"ชิงช้าสวรรค์ ที่ก่อสร้างด้วยโครงเหล็กค้ำข้างเดียวที่สูงที่สุดในโลก" (เพราะการโครงสร้างทั้งหมดใช้โครงค้ำเหล็กรูปตัว A ในการให้บริการโดยใช้โครงค้ำเพียงแค่ด้านเดียวเท่านั้นไม่เหมือนชิงช้าสวรรค์อื่นๆ ทั่วไปที่มีโครงค้ำสองข้าง)

 

ลอนดอน อาย ตั้งอยู่ ณ ที่ฝั่งสุดด้านตะวันตกของสวนจูบิลี่ บนริมฝั่งทางใต้ของแม่น้ำเทมส์ ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ระหว่างสะพานเวสต์มินสเตอร์กับสะพานฮันเกอร์ฟอร์ด โดยสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของโดมแห่งการค้นพบ ที่เคยสร้างขึ้นเพื่อใช้ในงานนิทรรศการเฟสติวัล ออฟ บริเตนในปี ค.ศ. 1951 ออกแบบและสร้างสรรค์โดย David Marks and Julia Barfield ด้วยการสนับสนุนโดยสายการบิน British Airways กระทั่งถึงเดือนมีนาคมปี 2000 london eye ที่ใครต่อใครในปีนั้น ไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะให้ตั้งโชว์ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ (ส่วนหนึ่งด้วยการบังทัศนวิสัยหรือรกทัศนียภาพ) นั้น ค่อยๆฝ่าทัศนคติรุนแรงแ ละกลายเป็นของเล่นทันสมัยที่ใครต่อใครต้องไปถ่ายรูปเมื่อไปเยือนลอนดอน

ด้วยความสูงต่อรอบที่มากถึง 135 เมตร และการหมุนเคลื่อนอย่างเชื่องช้าในแต่ละรอบนั้น เท่ากับว่า london eye ไม่ได้ทำหน้าที่ในเชิงเทคโนโลยีเท่านั้น แต่มีความหมายในเชิงวัฒนธรรมเมือง ด้วยการเป็นพาหนะในการเชื้อเชิญชวนเชิญให้นักท่องเที่ยวได้ละเลียดมุมมองงดงามจากด้านต่างๆของมหานครลอนดอน

altลอนดอนอาย (London Eye) ที่รู้จักในชื่อ มิลเลเนียมวีล (Millennium Wheel) ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป

 

 


 

 

 

 

 

 

 

london eye มีระยะเวลาในการหมุนต่อรอบ ด้วยเงื่อนไข 30 นาที ด้วยระยะความเร็วที่0.9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นั่นทำให้เมื่อคำนวณกับมุมต่างๆ ของวิวที่อยู่เหนือพื้นดินขึ้นไปนั้น นักท่องเที่ยวมีเวลาเหลือเฟือที่จะเก็บภาพต่างๆ ได้อย่างเพียงพอบางคนนั้นรู้สึกว่า เมื่อชิงช้าสวรรค์ชื่อนี้ของอังกฤษ ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปถึงเพดานสูงสุดนั้นผู้โดยสารจะรู้สึกได้ถึงความสูงอย่างชัดเจน


“การขึ้นลอนดอนอายครั้งนี้แม้จะกลัวความสูงอย่างไรก็ต้องขึ้นไปสัมผัสสักครั้งหนึ่งเพราะถ้าไม่ได้ขึ้นก็เท่ากับว่าไม่ถึง “ลอนดอน”

altสะพานลอนดอน สะพานที่เชื่อมระหว่าง ลอนดอนและซัทเธิร์คข้ามแม่น้ำเทมส์

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 *** ชมเมืองบาธ/สโตนเฮ้นจ์
หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก


ถ้ามาอังกฤษ หากไม่ได้เยือนเมืองบาธ (Bath) กับ เมือง ซาลส์บัวรี่ Salisbury ชมเสาหิน Stonehenge หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ว่ากันว่ามาไม่ถึงอังกฤษ ซึ่งคณะทัวร์มีการแยกออกเป็นสองคณะ คือ ช้อปปิ้ง และ ชมสถานที่เมืองบาธ กับ สโตน์เฮ้นจ์alt

ซึ่งผู้เขียนเลือกไปชมเมืองบาธ กับ สโตน์เฮ้นจ์ เป็นหลักเพราะการชักชวนของเหล่าเพื่อนพ้อง จาก ลอนดอน มาเมืองบาธใช้ระยะเวลาการเดินทางถึง 2 ชั่วโมง

การได้สัมผัสเมืองบาธ ในครั้งนี้ถือว่าไม่ผิดหวัง เพราะเป็นเมืองเล็ก ๆ น่ารัก ที่สำคัญไปกว่านั้นเป็นเมืองมรดกโลก ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ทั้งตัวอาคารบ้านเรือน บรรยากาศโดยรวมทั้งหมด เมืองแห่งนี้มีประชากรรวมๆ ทั้งหมด ยังไม่ถึง 100,000 คน


เป็นเมืองที่มีอายุยาวนานกว่า 2,000 ปี เดิมพวกโรมันเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในเมืองนี้และได้ทิ้งมรดกด้านสถาปัตยกรรมไว้อย่างหนึ่งคือ Roman Baths หรือสถานที่อาบน้ำของโรมัน ลักษณะการก่อสร้างเหมือนเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา และเป็นที่อาบน้ำไปในตัว ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งน้ำพุร้อนแห่งเดียวที่มีอยู่ในอังกฤษ

 

 

 

altของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวมีให้เห็นทั่วไปที่เมืองบาธ

 

 

บาธ (ภาษาอังกฤษ: Bath) เป็นเมืองที่มีฐานะนครในมณฑลซอมเมอร์เซ็ทในภาคการปกครองตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ บาธตั้งอยู่ห่างจากลอนดอนไปทางตะวันตก 156 กิโลเมตร และจากบริสตอลไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 21 กิโลเมตร

เมืองบาธได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเมืองมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2530 ซึ่งเมืองแห่งนี้ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มาก ถึง 4-5 ล้านคนต่อปีเลยทีเดียว

หลังจากได้สัมผัสเมืองบาธ ยังได้รับประทานอาหารพื้นเมือง  “Sally Lunns” บ้านเก่าแก่ที่สุดในเมืองสร้างเมื่อปี 1482 ปัจจุบันเป็นร้านกาแฟที่ใครมาเที่ยวเมืองนี้ก็ต้องมาแวะ ได้บรรยากาศในสมัยโบราณ โดยเฉพาะขนมปังที่มีชื่อเสียง อาหารแต่ละมื้อมีขนมปังเป็นอาหารหลัก รับประทานจนเบื่อขนมปังกันไปเลยก็ว่าได้

 

ถัดจากการรับประทานขนมปังอิ่มแปร้ หนังท้องตึง หนังตาก็หย่อน ชาวคณะต้องเดินทางต่อไปยังเมือง ซาลส์บัวรี่ เพื่อชมเสาหิน Stonehenge หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ใช้ระยะเวลาเดินทางจากเมืองบาธ ประมาณ 1 ชั่วโมง ต้องบอกว่าครั้งแรกที่ได้เห็น “อึ้ง” และ “ชื่นชม” ทำไมคนสมัยกรีกโบราณช่างคิด และ ช่างสรรค์ ได้เก่งจริง ๆ

 

สโตนเฮ้นจ์ แห่งนี้มีก้อนหินใหญ่ประมาณ 112 ก้อน ตั้งโดดเด่นอยู่กลางทุ่งนา เป็นรูปวงกลมซ้อนกันอยู่ 3 วง บางก้อนตั้งตรง บางก้อนทับซ้อนกัน และ บางก้อนทับอยู่บนก้อนหินอีกชั้นหนึ่ง

 

altกองหินประหลาดสโตนเฮนจ์ Stonehenge หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

 

มีผู้สันนิษฐานกันว่าตั้งอยู่ก่อนคริสตกาล 1,700 ปี เป็นสิ่งที่ก่อสร้างไม่มีใครทราบได้ว่าต้นกำเนิดมาได้อย่างไร แต่ที่น่าประหลาด ก็คือ บริเวณทุ่งกว้าง และ ไม่มีภูเขาและสิ่งก่อสร้างด้วยก่อนหินอื่น ๆ อีกเลย

เพราะใคร ?? ก็อยากหาคำตอบว่าที่มาของ Stonehenge ก่อกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร


***เยือนสนามบอล “เชลซี”
ชมนัดดวลแข้ง “เชลซี vs สวอนซี”

หลังจากชมเมืองลอนดอนอาย ถัดจากนั้นเพียงไม่กี่วันคณะทัวร์ได้ไปย่าน Nothing Hill  ซึ่งเป็นย่านตลาดถนนคนเดินขายของเก่าเกือบทุกชนิดเหมือนกับจตุจักรบ้านเรา แต่ที่จะโด่งดังเป็นพิเศษก็เรื่องหนัง Nothing Hill  (รักบานฉ่ำ ที่น๊อตติ้งฮิลล์) ที่มีนางเอกสาวจูเลีย โรเบริตส์ และพระเอกรูปหล่อ ฮิวจ์ แกรนท์ แสดงนำในสมัยนั้นจนทำให้ย่านนี้โด่งดังจนถึงทุกวันนี้

 

และทริปนี้ถือว่าเป็นทริปพิเศษ ที่กลุ่มทรูจัดให้คณะได้ชมการแข่งขันฟุตบอล  English Premier League คู่ Chelsea vs Swansea ณ สนาม Stamford Bridge Stadium เมื่อวันเสาร์ที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา

 

altStamford Bridge Stadium ชมฟุตบอลคู่ Chelsea vs Swansea ถือว่าเป็นครั้งแรกของ “ผู้เขียน” ได้สัมผัสสนามฟุตบอลแห่งนี้ ต้องบอกว่าตื่นเต้นไม่ใช่น้อย เพราะสนามแห่งนี้บรรจุคนได้ถึง 40,000 คน มีกฎข้อบังคับไม่ให้นำรถไปจอดต้องเดินประมาณ 500 เมตรเข้าสนามเพื่อไปชมนัดดวลแข้งของทั้งสองทีม

ก่อนเข้าสนาม Stamford Bridge Stadium จะมีร้านขายของที่ระลึกของ Chelsea ไม่ว่าจะเป็นผ้าพันคอ และ เสื้อ ต่างได้รับความนิยม ในวันนั้นแฟนธ์พันธ์แท้ของ เชลซี่ ใส่เสื้อสีน้ำเงินกันละลายตา และ การดวลแข้งครั้งนั้นไม่ผิดหวัง เชลซี ชนะ สวอนซี ไป 4 ประตู่ต่อ 1

แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ หลังหมดเวลาการแข่งขันประมาณ 5-10 นาที คนดูชาวแดนผู้ดีหายไปจากสนามกันหมด และ ที่สำคัญไม่มีปัญหาจราจร เท่าใดนัก เรียกได้ว่าการชมฟุตบอลครั้งนี้ตื่นเต้น เพราะ “ผู้เขียน” เชียร์เชลซี และก็ไม่ผิดหวัง

บรรยากาศคึกคักและอบอุ่นมากกับการเชียร์ฟุตบอลในแมทช์ครั้งนั้น

สุดท้าย: วันรุ่งขึ้นคณะเดินทางเตรียมตัวแพ็กกระเป๋าโบกมือบ๊ายบาย ลอนดอน หวังว่าโอกาสหน้าจะได้กลับมาเยือนถิ่นผู้ดีอีกครั้ง

 

Read : 10073 times

jL Poll Module1

คสช.สั่งลดภาษีสรรพสามิตเบนซินเพิ่มดีเซล ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

กระแสราดน้ำแข็งการกุศลฟีเวอร์สุด ท่านเห็นอย่างไร
 

*