Homeการเงินการเงิน-ตลาดทุน อนาคตหุ้น'ช.การช่าง'หลัง'ไซยะบุรี'สะดุด

อนาคตหุ้น'ช.การช่าง'หลัง'ไซยะบุรี'สะดุด

พิมพ์

alt ราคาหุ้นบริษัท ช.การช่าง จำกัด(มหาชน)(บมจ.)( CK) ปรับตัวลงทันทีเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2554 สะท้อนความผิดหวังของนักลงทุน หลังโครงการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) ซึ่งบมจ.ช.การช่าง เป็นผู้ชนะการประมูล ต้องเจอโรคเลื่อน หลังวันที่ 8 ธันวาคม 2554 คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง(MRC) มีมติให้มีการศึกษาเพิ่มเติมเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
          โครงการไซยะบุรี เป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนแบบฝายน้ำล้นกั้นแม่น้ำโขง มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 1,280 เมกะวัตต์ มีมูลค่าโครงการสูงถึง 76,000 ล้านบาท (2 เท่าของโครงการเขื่อนน้ำงึม 2) มีระยะเวลาก่อสร้าง 8 ปี  โดยช.การช่าง ได้ลงนามในสัญญาเพื่อการพัฒนาโครงการ(PDA) กับสปป.ลาว เมื่อปี 2551 เพื่อการศึกษาความเป็นไปได้ของการก่อสร้าง
           การรับเหมาก่อสร้างโครงการไซยะบุรี เป็นลักษณะของบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด มีทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท  ช.การช่าง มีสัดส่วนลงทุน 50% ในอนาคต จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 38% และจะเพิ่มทุนเป็น 6,750 ล้านบาท โดยงานในช่วงแรกปี 1-4 จะเป็นงานก่อสร้างโครงสร้างทางด้านพื้นฐาน ซึ่งยังมีการลงทุนไม่มากและจะมีการก่อสร้างงานระบบไฟฟ้าในปีที่ 5-8
             จากกรณีโครงการไซยะบุรีต้องเลื่อนออกไป ทิศทางผลประกอบการและราคาหุ้นช.การช่างจะเป็นอย่างไร เพราะโครงการดังกล่าวจะทำให้งานในมือช.การช่างกระโดดขึ้นเป็นสูงกว่า 100,000 ล้านบาท  โดย"ฐานเศรษฐกิจ"ได้รวบรวมความเห็นของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์  ต่างมองว่าเป็นปัจจัยที่ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของตลาด และส่วนใหญ่ไม่ได้รวมโครงการไซยะบุรีไว้ในประมาณการผลการดำเนินงาน ดังนั้นราคาหุ้นที่ปรับลดลง ยังเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน   
             ฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ทรีนีตี้  จำกัด  มองว่าแม้ไม่มีโครงการไซยะบุรี  งานในมือของช.การช่างก็ยังสูงถึง 30,809 ล้านบาท อีกทั้งยังมีโครงการที่ชนะการประมูล และจะเซ็นสัญญาเร็วๆนี้คือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวสัญญาหนึ่ง 14,138 ล้านบาท ดังนั้นงานในมือจะพุ่งขึ้นเป็น 44,947 ล้านบาท
           นอกจากนี้โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ช.การช่าง จะเข้าไปประมูลงานเพิ่มเติมในอนาคตอีกหลายโครงการมูลค่าหลายแสนล้าน เช่น โครงการพลังงานไฟฟ้าจาก พลังงานแสงอาทิตย์ โครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆกว่า 600,000 ล้านบาท โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการมอเตอร์เวย์ มูลค่าโครงการ 179,332 ล้านบาท และโครงการสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 มูลค่า 62,503 ล้านบาท          อย่างไรก็ตามบล.ทรีนีตี้ฯ ระบุว่า จากระยะสั้นที่หุ้นบมจ.ช.การช่าง มีแนวโน้มปรับตัว ดังนั้นจึงลดเกรดเป็น"ถือ" จาก"ซื้อ" ประเมินราคาเป้าหมาย 9 บาทต่อหุ้น
           เช่นเดียวกับฝ่ายวิจัยบล.ทิสโก้ฯ ยังแนะนำ"ซื้อ"หุ้นช.การช่าง โดยมีมูลค่าเหมาะสมที่ 9.10 บาทต่อหุ้น  แม้ข่าวดังกล่าวจะส่งผลเชิงลบต่อราคาหุ้นระยะสั้น โดยเชื่อว่าโครงการนี้จะใช้พลังงานสะอาดและก่อให้เกิดมลพิษน้อยมาก ซึ่งในที่สุดน่าจะได้รับการอนุมัติจาก MRC แต่กระบวนการอาจต้องกินเวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม
           นอกจากนี้บล.ทิสโก้ฯ มองว่าช.การช่าง ยังมีศักยภาพที่จะได้รับงานอื่นอีกมาก โดยมีแผนที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่ที่จะมีการเปิดประมูลในปีหน้าด้วย อาทิ  รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-รังสิต) สัญญา 2 และ 3, รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (แบริ่ง-สมุทรปราการ) สัญญา 2, รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (หมอชิต-สะพานใหม่, รถไฟฟ้าสายสีม่วง สัญญา 6 (งานราง), รถไฟฟ้าสายสีม่วง, รถไฟฟ้าสายสีส้ม, วางระบบการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นโครงการหลังวิกฤติน้ำท่วม, การขยายสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำบาก 1
           บล.โนมูระ พัฒนสินฯ  ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2554-2555 ของช.การช่างไว้ที่ 915 ล้านบาท  และ 246 ล้านบาท ตามลำดับ  ตลอดจนมองว่าการเลื่อนโครงการไซยะบุรี ไม่กระทบต่อราคาหุ้นพื้นฐานปี 2555  ซึ่งประเมินไว้ที่ 8.00 บาทต่อหุ้น  เนื่องจากยังไม่ได้รวมโครงการดังกล่าวไว้ในประมาณการ  อย่างไรก็ตามคาดว่าราคาหุ้นอาจปรับลดลงในระยะสั้น แต่ยังคงคำแนะนำโดยให้น้ำหนักการลงทุน"เท่ากับตลาด"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,695  11-14  ธันวาคม พ.ศ. 2554

 

Read : 5733 times

jL Poll Module1

ถ้าต้องเลือกอยากได้ภาษีใหม่ตัวไหนก่อน


 

Poll (2)

ดูความรุนแรงการระบาดอีโบลาแล้ว เชื่อว่าจะสกัดไม่ให้เข้าไทยได้ไหม
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*