หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home Breaking News ภาพข่าว นายกฯร่วมประชุม GMS Summit ครั้งที่ 4 ผลักดัน GMS แกนหลักพัฒนาลุ่มน้ำโขง

นายกฯร่วมประชุม GMS Summit ครั้งที่ 4 ผลักดัน GMS แกนหลักพัฒนาลุ่มน้ำโขง

พิมพ์

 

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 4 ร่วมกับผู้นำจาก เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เวียดนาม และ จีน ร่วมด้วยประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ ADB โดยไทยพร้อมสนับสนุนให้ GMS เป็นแกนหลักของการพัฒนาลุ่มน้ำโขง และขับเคลื่อนอนุภูมิภาคสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

วันนี้ (20 ธ.ค. 54) เวลา 09.00 น. ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติเมียนมาร์ นครเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ างสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจใน อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 4 ร่วมกับผู้นำจาก เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เวียดนาม และ จีน ร่วมด้วยประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ ADB

 

จากนั้น มีการถ่ายภาพหมู่ระหว่างผู้นำประเทศสมาชิก GMS ต่อด้วยการชมวีดิทัศน์ เกี่ยวกับความสำเร็จภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในกรอบอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในสาขาด้านการท่องเที่ยว การเกษตรและสภาพแวดล้อม

ก่อนเริ่มการประชุม GMS Summit ครั้งนี้ ผู้นำประเทศสมาชิกได้ร่วมเป็นสักขีพยายนการลงนามในบันทึกความเข้าใจ 3 ฉบับได้แก่ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเร่งรัดในการจัดให้มีโครงข่ายทางด่วนสารสนเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ระยะที่ 2 บันทึกความเข้าใจสำหรับการดำเนินงานร่วมกันเพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอดส์ที่มีการเคลื่อนย้ายในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง บันทึกข้อตกลงว่าด้วยการจัดตั้งสมาคมขนส่งในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

*ผู้นำ 6 ประเทศสมาชิก GMS พร้อมประธาน ADB หารือกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาแผนงาน GMS

จากนั้น เวลา 10.40 น. นายกรัฐมนตรีและผู้นำประเทศสมาชิก GMS และประธาน ADB ได้เข้าร่วมการประชุม GMS Summit ซึ่งเป็นลักษณะ Closed-Door Meeting โดยการหารือในช่วงแรก ได้มีการหารือเกี่ยวกับการนำกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาแผนงาน GMS ไปสู่การปฏิบัติ และการสนับสนุนของประเทศหุ้นส่วนการพัฒนา ( Development Partners ) ซึ่งกรอบยุทธศาตร์ฉบับใหม่ 2012 – 2022 นี้จะเน้นการดำเนินงานที่ต่อเนื่องของ GMS โดยการพัฒนา ระเบียงเศรษฐกิจ ( Economic Corridor ) ยังคงเป็นหัวใจหลักของการดำเนินงาน และเน้นการบูรณาการระหว่างสาขา และพัฒนาความสามารถในการจัดการกับประเด็นที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งต้องอาศัยเงินทุนและการเสริมสร้างองค์ความรู้เพื่อรองรับการพัฒนา รวมถึงการประสานกับกรอบอื่นในภูมิภาคและเตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

โดยในประเด็นดังกล่าวนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการสนับสนุนของไทย โดยไทยมองว่า GMS เป็นแกนหลักของการพัฒนาลุ่มน้ำโขง และขับเคลื่อนอนุภูมิภาคสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และไทยยืนยันความพร้อมสนับสนุนการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงทั้งในด้านการเงินและวิชาการ โดย

ด้านการเงิน ได้ดำเนินงานแล้ว 2 โครงการ ได้แก่ สะพานข้ามแม่น้ำโขง ณ นครพนม-คำม่วน (แล้วเสร็จ) ถนนเมียวดี-กอกะเรก (อยู่ระหว่างดำเนินการ) และมีโครงการอยู่ในแผนของ สพพ. อีกกว่า 2,000 ล้านบาท

ด้านวิชาการ จะสนับสนุนให้สถาบันวิจัย และมหาวิทยาลัยสร้างเครือข่ายการทำงานกับ GMS และแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญผ่าน สพร.

นอกจากนี้ ไทยพร้อมจะขยายเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงอนุภูมิภาค โดยเฉพาะระหว่างไทย-ลาว-จีน และพร้อมจะรับเป็นศูนย์ประสานงานการรถไฟของอนุภูมิภาค ไทยเสนอให้ GMS ร่วมพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นใหม่ เช่น ทวาย-กาญจนบุรี  นครพนม-คำม่วน และแม่สอด-เมียวดี รวมถึง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงกับเมืองทวาย และพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่กาญจนบุรี เพื่อรองรับฐานเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กระตุ้นให้ GMS ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องร่วมมืออย่างใกล้ชิดเรื่องสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ โดยสนับสนุนการวางแผนและลงทุนในด้านการพัฒนาเมือง เช่น ระบบป้องกันน้ำท่วม และการจัดการน้ำเสีย รวมถึงการพัฒนาศักยภาพให้แก่ชุมชนเพื่อเพิ่มศักยภาพการจัดการกับภัยพิบัติ ทั้งนี้ ไทยจะเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสใหม่ของภูมิภาค ด้วยการส่งเสริมแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตกให้เป็นพื้นที่ศักยภาพใหม่ สำหรับการลงทุนอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในด้านการร่วมมือกับหุ้นส่วนการพัฒนา หรือ Development Partners นายกรัฐมนตรีแสดงความเห็นชอบให้มีการจัดทำแผนการลงทุนของอนุภูมิภาค แต่ควรจัดลำดับความสำคัญ และวิเคราะห์ความคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจและการเงินประกอบด้วย โดยไทยสามารถช่วยจัดทำการเตรียมความพร้อมก่อนการลงทุนของโครงการดังกล่าวได้ พร้อมทั้ง ควรปรับรูปแบบการหารือกับ Development Partners (DPs) ให้เฉพาะเจาะจงและไม่เป็นทางการมากขึ้น และควรพัฒนารูปแบบการบริหารการเงินอย่างสร้างสรรค์เพื่อรองรับการลงทุนดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการระดมทุนจาก ASEAN Infrastructure Fund

จากนั้นในช่วงที่ 2 ของการประชุมฯ ได้มีการหารือกันในประเด็น การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ ( Economic Corridor ) ซึ่งที่ผ่านมามีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเกือบครบเต็มระบบแล้ว ในระยะต่อไปจึงต้องกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการลงทุน  รวมทั้งจัดตั้งกลไก Economic Corridor Forum เพิ่มเติมในระดับรัฐมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด และที่สำคัญคือการเพิ่มการมีส่วนร่วมของระดับพื้นที่และภาคเอกชนในการพัฒนาและการลงทุนตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ

สำหรับในประเด็นดังกล่าวนี้ นายกรัฐมนตรีได้เสนอเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของระดับพื้นที่ ว่ารัฐควรเปิดโอกาสการมีส่วนร่วมตลอดทั้งกระบวนการพัฒนา และสร้างช่องทางการสื่อสารผ่านทางหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา และสื่อมวลชนในพื้นที่  รวมทั้ง สร้างความเชื่อมั่นโดยเร่งโครงการให้เป็นรูปธรรมในระยะแรก โดยเฉพาะในด้านท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และเครือข่ายกระบวนการผลิต และการปรับรูปแบบ Economic Corridor Forum ให้เน้นระดับปฏิบัติการมากขึ้น

ส่วนในประเด็นการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน นายกรัฐมนตรีเห็นว่าควรสนับสนุนการทำงานของ GMS Business Forum อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะงานของ FRETA ควรขยายความร่วมมือกับภาคเอกชนขนาดใหญ่และบริษัทข้ามชาติ รวมถึงช่วยพัฒนาศักยภาพให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และการเสริมสร้างกลไกการหารือระหว่างภาครัฐ-เอกชน โดยให้มีการหารือระหว่างรัฐ-เอกชนในการประชุมอย่างสม่ำเสมอ และให้มีหลักสูตรฝึกอบรมร่วมภาครัฐ-เอกชนภายใต้แผนงานพนมเปญ

 

alt

ในรูป นายกรัฐมนตรีไทย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หารือทวิภาคี กับพลเอก เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่า  ในกรุงเนปิดอว์
 

 

 

 

 

alt

 

 

 

 

 

 

alt 
 

 

Read : 2397 times

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*
เตาแก๊ส ขายเตาแก๊ส หวย เตาอบ ตู้กดน้ำ