สุรสิทธิ์ ติยะวัชรพงศ์"จักรยานแอลเอ" ประเดิมตลาดปีมะโรง รุกหนักปรับภาพลักษณ์บริษัท - สินค้าใหม่หมด หวังล้างภาพจักรยานแม่บ้าน-เด็ก พร้อมก้าวขึ้นผู้นำด้านนวัตกรรม เผยโฉมจักรยานไฟฟ้าอัจฉริยะ "LA E-RIDE" เชื่อมข้อมูลผ่านไอโฟน เช็กความเร็ว แบตเตอรี่ ด้วยระบบสมองกล
ทุ่มงบ 100 ล้านผุดโรงงานใหม่ ก่อนเร่งสร้างแบรนด์ครองตลาดเอเชียในปี 2558
นายสุรสิทธิ์ ติยะวัชรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอล เอ ไบซิเคิ้ล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตจำหน่าย จักรยาน LA เปิดเผยว่า ในปี 2555 บริษัทมีแผนกลับมารุกตลาดครั้งใหญ่ โดยมุ่งเน้นการปรับภาพลักษณ์บริษัท และภาพลักษณ์สินค้าใหม่ทั้งหมดเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี จากเดิมที่คนจะคิดว่าจักรยานแอลเอเป็นจักรยานสำหรับเด็ก สำหรับแม่บ้านไปจ่ายตลาด แต่ในความเป็นจริงบริษัท เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายจักรยานในทุกระดับทั้งตลาดระดับบน สำหรับกลุ่มนักกีฬาและตลาดระดับล่าง ได้แก่ จักรยานสำหรับแม่บ้าน และจักรยานเด็ก มีระดับราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสนบาทต่อคัน และบริษัทยังมีแผนวิจัยและพัฒนาในการคิดค้นและพัฒนาจักรยานรูปแบบใหม่ๆ ด้วย
ทั้งนี้ในปี 2555 บริษัทเตรียมเปิดตัวจักรยานไฟฟ้าอัจฉริยะ ภายใต้ชื่อ "LA E-RIDE" ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเอง ด้วยระบบสมองกล สามารถรายงานสภาพการขับขี่ และติดตั้งใช้กับไอโฟน ไอแพคได้เป็นรายแรกของโลก ซึ่งล่าสุดมีการจดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก และเป็นอีกก้าวย่างสำคัญสำหรับการขยายตลาดสู่แบรนด์ระดับอินเตอร์ โดยเตรียมลงทุนอีกกว่า 100 ล้านบาท สำหรับการเพิ่มเทคโนโลยีด้านการผลิตเพื่อรองรับการผลิตและจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายที่จะผลิตจักรยานไฟฟ้าให้ได้ 10,000 คันต่อปี โดยเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 50 : 50 และสามารถทำยอดขายได้ 500 ล้านบาทในปีแรก
"LA E-RIDE เป็นจักรยานไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่ผลิตเพื่อตอบรับกับความต้องการของมนุษย์โดยเฉพาะ ด้วยระบบสมองกลที่สามารถสื่อสารกับมนุษย์ได้ โดยสามารถรายงานผลการขับขี่ ความเร็ว แบตเตอรี่ ฯลฯ ผ่านโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน เช่น ไอโฟน , ไอแพด ได้ และระบบการขับขี่ด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม ในราคาประมาณ 25,000 - 26,000 บาทต่อคัน เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยจะเริ่มวางจำหน่ายผ่านทางร้านแอลเอ ช็อป กว่า 70 แห่งทั่วประเทศ และในร้านจักรยานทั่วไปที่จำหน่ายจักรยานไฟฟ้าในเร็วๆ นี้" นายสุรสิทธิ์ กล่าวและว่า
ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ LA E-RIDE แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ รถจักรยานไฟฟ้าและสกูตเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ลิเธียม 24Vและ36V มีระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ"Quad-EV" ที่ประกอบด้วยสี่ส่วนหลัก คือ สมองกลหัวใจสั่งงานระบบไฟฟ้า ,CAN-BUS ระบบเครือข่ายสื่อสารประสิทธิภาพสูงทำงานรวดเร็วแบบ เรียลไทม์, เซ็นเซอร์ที่แม่นยำ และ User Interface การเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับตัวผลิตภัณฑ์
"กลยุทธ์การทำตลาด ในต้นปีหน้าบริษัทจะจัดกิจกรรม"Joy Of Performance" ขึ้นที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อประชาสัมพันธ์ถึงแผนการทำตลาด การปรับภาพลักษณ์ใหม่ นำเสนอแบรนด์สินค้าในทุกเซ็กเมนต์ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์จักรยานไฟฟ้ารุ่นใหม่ ขณะเดียวกันได้เตรียมออกงานแสดงสินค้าในประเทศต่างๆ อาทิ งานยูโร ไบซิเคิ้ลโชว์ ที่ประเทศเยอรมนี ฯลฯ และการจัดกิจกรรมโรดโชว์ในประเทศตามห้างสรรพสินค้า การจัดสัมมนาดีลเลอร์ทั่วประเทศ การพัฒนาทักษะฝีมือช่าง เพื่อบริการหลังการขายทุกร้านช็อปLA ทั่วประเทศ นอกจากนี้บริษัทยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจักรยานระดับพรีเมียม จากประเทศอิตาลี ซึ่งมีราคา 1-2 แสนบาทต่อคัน"
นายสุรสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทมีการส่งออกจักรยานไปจำหน่ายยังประเทศอินเดีย เวียดนาม เป็นหลัก ซึ่งมีปริมาณไม่มากนัก และมีแผนที่จะขยายตลาดให้มากขึ้น โดยเน้นการพัฒนาจักรยานให้มีรูปแบบสวยงาม ราคาคุ้มค่าเหมาะกับคุณภาพ เพื่อนบ้านจากประเทศในแถบเอเชียยังมีความต้องการใช้จักรยานอีกมาก รวมทั้งยังให้ความสนใจในเรื่องการประหยัดพลังงาน และสิ่งแวดล้อม ทำให้เป็นโอกาสในการทำตลาด โดยบริษัทมีเป้าหมายที่จะขึ้นเป็นผู้นำในตลาดจักรยานเอเชีย ในปี 2558
สำหรับผลประกอบการในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้เกือบ 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการจำหน่ายในประเทศ 65% และการส่งออก 35% โดยปัจจุบันจักรยานแอล เอ มีการจดสิทธิบัตรครอบคลุมทั้งในยุโรปและเอเชีย กว่า 250 สิทธิบัตร และ เครื่องหมายการค้าแอลเอในกว่า 15 ประเทศ มีกำลังการผลิต 1.2-1.4 ล้านคันต่อปี
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,700 29-31 ธันวาคม พ.ศ. 2554




